โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหมย หมึกเป็นซาซิมิ เปิดใจหมดเปลือก สาเหตุเลิกสามีไม่ได้

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 13.43 น.

เรื่องราวของ “เหมย หมึกเป็นซาซิมิ” กลายเป็นกระแสดราม่าที่ถูกจับตามองอย่างหนัก หลังเจ้าตัวออกมาไลฟ์สดเปิดโปงชีวิตคู่ เมื่อพบว่าสามีแอบมีความสัมพันธ์กับพนักงานแคชเชียร์ในร้านของตัวเอง ซึ่งเป็นหญิงวัย 40 ปี และทำงานร่วมกันมานานกว่า 4 ปี

ภายหลังเหตุการณ์ถูกเปิดเผย ฝ่ายสามีได้ออกมาโพสต์ข้อความยอมรับผิด พร้อมกล่าวขอโทษต่อสังคมและครอบครัว ระบุว่าตนเองล้มเหลวในบทบาทสามีและพ่อ ยอมรับว่าความผิดพลาดครั้งนี้กลายเป็นบทเรียนชีวิตครั้งใหญ่ พร้อมขอโอกาสแก้ไขตัวเอง และยืนยันว่ารับรู้แล้วว่าครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด

ขณะที่ฝั่ง เหมย ได้เคลื่อนไหวผ่านโซเชียลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโพสต์คลิปเปิดใจเล่าความรู้สึกทั้งหมด

นอกจากนี้ เธอยังโพสต์ภาพพร้อมแคปชันสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บว่า “มันจะเหมือนเดิมยังไงก่อน ชีวิตกูเกือบจะดีอยู่แล้ว”

ล่าสุด เหมยออกมาเล่าเรื่องราวอีกครั้งผ่านคลิปช่วงกับข้าวให้พนักงาน โดยยอมรับว่าทุกสิ่งที่เคยกลัวและพยายามหลีกเลี่ยง กลับเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอเอง แม้จะมีคนรอบข้างเตือนให้ถอย แต่เธอก็ยังเลือกให้โอกาสสามีเป็น โอกาสสุดท้าย เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมตัดความสัมพันธ์ด้วยตัวเอง

เหมยย้ำชัดว่า หากเกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง จะจบความสัมพันธ์ทันทีตามข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ พร้อมเผยว่าปัจจุบันเธอเป็นผู้ดูแลการเงินทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ไม่ให้สามีเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเงินอีกต่อไป เธอยังบอกอีกว่า“สภาพจกคนที่สวยกว่ากูหน่อยก็ไม่ได้”

เธอยังเผยอีกว่าคนที่ดื่มจนขาดสติ ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี พร้อมตั้งคำถามเจ็บแสบว่า ทำไมในวันที่ลำบากกลับไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ แต่พอมีเงินกลับอยากอวดอภินิหาร และทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำสะเทือนใจประโยคเดิม

ท้ายที่สุด เหมยยอมรับตรง ๆ ว่าสภาพจิตใจสภาพจิตใจตอนนี้ยังไม่ดีขึ้น รู้สึกชาไม่มีแรงจะทำอะไร และไม่คิดไม่ฝันว่าคนที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จะทำให้เธอต้องเจ็บขนาดนี้

ชมคลิป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...