โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ร.ท.หญิงร้องถูก “พล.ท.” รุ่นพ่อขืนใจ หลังขอจบความสัมพันธ์ 6 ปี

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(26 ธ.ค. 68) ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ร.ท.หญิง เอ(นามสมมติ) อายุ 29 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูก พล.ท.บี(นามสมมติ) อายุ 63 ปี นายทหารนอกราชการ วางยาลักพาตัวไปขืนใจ หลังจากที่ ร.ท.เอ ต้องการออกจากความสัมพันธ์ 6 ปี

.

ร.ท.เอ เล่าว่าเมื่อปี 2563 ตนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เนื่องจากที่บ้านฐานะยากจน ตนจึงต้องทำงานไปด้วยเพื่อส่งตัวเองเรียน ตอนนั้นได้พบพับ พล.ท.บี คู่กรณีที่มาทานอาหารที่ร้านที่ตนทำงานอยู่ ตอนนั้นตนมีหน้าที่แนะนำเครื่องดื่มที่ออกใหม่ คืนนั้นคู่กรณีให้ทิปตน 10,000 บาท ตอนนั้นตนตกใจและดีใจมาก เพราะถึงช่วงเวลาที่ต้องจ่ายค่าเทอมพอดี ตอนนั้นตนมองว่า พล.ท.บีเป็นผู้ใหญ่ใจดีเมตตาเด็ก

.

จากนั้น พล.ท.บีได้ให้ลูกน้องมาขอไลน์ของตน เมื่อแลกไลน์กันแล้วก็ได้ติดต่อพูดคุย คู่กรณีได้ไลน์มาชวนไปรับประทานอาหารกับกลุ่มเพื่อนและไปกินข้าวกัน 2 ต่อ 2 และทางคู่กรณีได้ซื้อรถเก๋งให้ตน ราคา 2 แสนกว่าบาท

.

จากนั้นก็มีการคบหาเลี้ยงดูกันมา เวลาที่คู่กรณีสังสรรค์กับเพื่อนทหารก็จะให้ตนไปทำหน้าที่คอยชงเหล้าให้ โดยตลอดระยะเวลาที่คบหากัน คู่กรณีจะคอยสั่งการชีวิตตนทุกอย่าง และหึงหวง ไม่ให้ออกไปไหน ไม่ให้คุยกับผู้ชายหรือแม้กระทั่งเพื่อนที่เป็น LGBTQ+ ตลอดเวลาตนรู้สึกเหมือนเป็นนางบำเรอและทาสรับใช้ ต้องคอยเอาใจคู่กรณีตลอด

.

ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจก็จะถูกทุบตี ถ้าจะไปไหนต้องบอกตลอดเวลา ถ้าเขาแชทไลน์มาแล้วไม่อ่านหรืออ่านช้า หรือโทรมาไม่รับสายก็จะถูกด่าว่า “มึงเป็นใคร ทำไมไม่รับสายกู” เมื่อเจอหน้าก็จะตบตีทำร้าย ตนเคยถูกทำร้ายหลายครั้งจนเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว ครั้งแรก วันที่ 22 ธ.ค. 67 ตนไปเที่ยวกับเพื่อน เขาโทรมาหาแต่ตนไม่ได้รับสาย พอกลับมาถึงห้องที่แฟลตทหาร เขาตามมาไขกุญแจเข้ามาทำร้ายเตะ ต่อย จนระบมช้ำไปทั้งตัว หลังจากนั้นเขาก็มาพูดดีด้วยสัญญาจะไม่ทำร้ายอีก และซื้อคอนโดมิเนียมให้ 1 ห้อง เพื่อเป็นการปลอบใจ แต่เขาก็ผิดคำพูด เวลาไม่พอใจก็ยังทำร้ายทุบตีเหมือนเดิม

.

ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ตนต้องทนทุกข์ จนทนไม่ไหวขอแยกทางไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยตั้งแต่กลางปี 2568 แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย ยังตามคุกคามเรื่อยมา ทั้งจะพังประตูห้อง เอากุญแจมาคล้องประตู หยอดกาวกุญแจประตู และหยอดกาวประตูรถ และจะแชทไลน์มาหาอยู่บ่อยครั้ง

.

ช่วงเดือนต.ค.68 ตนถูกทำร้าย เป็นครั้งที่ 2 สาเหตุเพราะเขาแชทไลน์มาและตนไม่ได้คุยอย่างต่อเนื่อง ตอบช้าเพราะกำลังทำงานอยู่ เขาก็รีบมาหาที่แฟลตและกระทืบตนจนช้ำระบมไปทั้งตัว หลังจากนั้นตนได้ขอเลิกเขาอีกครั้ง โดยมีรองเจ้ากรมทหาร เป็นพยาน เขาบอกว่าถ้าตนโอนคืนคอนโดฯ ให้เขาแล้วจะเลิกยุ่ง ตนก็ได้ไปโอนคืนให้เขาไปหมดแล้ว แต่เขาก็ยังตามคุกคามอยู่เรื่อยมา

.

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.68 เขามาพังประตูห้องตน ตนจึงแจ้งตำรวจ สน.เตาปูนมาระงับเหตุ เขาโกรธมากที่ทำให้เขาอับอาย จึงเตะตนเข้าที่ขาอย่างแรงต่อหน้าตำรวจ และกระชากกล้องตำรวจพร้อมด่าทอข่มขู่ “มึงอยากไปอยู่วังทวีฯ มั้ย” และยังกร่างอ้างรู้จักตำรวจใหญ่ หลังจากนั้นตนก็ได้ไปแจ้งความเรื่องที่เขามาคุกคามไว้ที่ สน.เตาปูน

.

จนล่าสุดวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทางคู่กรณีติดต่อมาบอกว่าได้หย่ากับภรรยาแล้ว และจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ อยากจะมาเจอมาลาเป็นครั้งสุด โดยนัดพบที่ร้านอาหารย่านบางพลัด ตนก็ใจอ่อนไปพบกับคู่กรณี โดยมีน้องสาวไปด้วย และตนเตรียมพวงมาลัยไป เพื่อขอขมาลาโทษเป็นครั้งสุดท้าย

.

ขณะอยู่ที่ร้านอาหารเขาได้ชวนดื่มไวน์ ตนกับน้องดื่มไวน์ไป 2 แก้ว รู้สึกเมาผิดปกติ แล้วเขาก็เอาน้ำที่ก้นแก้วมีสีขาวขุ่นมาให้ดื่ม บอกว่าเป็นน้ำวิตามิน เมื่อตนและน้องสาวดื่มเข้าไปรู้สึกมึนงง ประมาณ 2 ทุ่ม เขาบอกว่ามีของขวัญจะให้ ให้เดินไปเอาที่ท้ายรถ ซึ่งเป็นรถ SUV เมื่อเปิดประตูท้ายรถขึ้นเขาก็ผลักตนเข้าไปในรถ แล้วขึ้นมาชกต่อย จับตนกดลงกับพื้นไม่ให้เงยหน้าขึ้นมา ใช้สายรัดเคเบิ้ลไทร์มัดมือตนทั้ง 2 ข้าง และใช้สก๊อตเทปปิดปากไม่ให้ร้อง

.

ระหว่างนั้นก็เห็นชายสวมหมวกไอ้โม่ง มาขับรถให้เขาก่อนจะพาตนออกไป ซึ่งตนถูกจับกดและปิดตาอยู่จึงไม่เห็นทางว่ารถวิ่งไปทางไหน เมื่อไปถึงโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งเขาจะลากตนลงจากรถ แต่ตนส่งเสียงกรีดร้องจนพนักงานต้อนรับกลัวว่าจะมีปัญหาจึงไม่ยอมเปิดห้องให้ จากนั้นเขาก็พาตนขึ้นรถจับกดลงกับพื้นอีกครั้ง และพาไปที่โรงแรมม่านรูดอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

.

ตนถูกลากลงจากรถและเข้าไปในห้องโรงแรมม่านรูดจึงรู้ว่า คนที่ขับรถให้เขาคือ นายทหารยศ “ร.อ.” ที่เป็นลูกน้องของเขา ตนพยายามดื้นรนขัดขืนแต่ถูกเขา 2 คนลากไปที่เตียงนอน โดย “ร.อ.” ถอดกางเกงตนแล้วก็ยืนดู จากนั้น พล.ท.บี ก็ชกต่อยใบหน้าและลำตัวระบายความโกรธด่าตนว่า “มึงแจ้งความใช่มั้ย” ก่อนจะลงมือข่มขืนตน ทั้งที่มัดมือตนอยู่จนสำเร็จความใคร่ ตนเจ็บปวดสุดแสนสาหัส

.

จากนั้นเขาถึงตัดสายรัดที่ข้อมือออก 1 เส้น แต่ยังมีสายรัดอีก 1 เส้นค้างอยู่ที่ข้อมือตน คู่กรณียังข่มขู่ตนอีกว่า “ถ้ามึงแจ้งความ มึงตายแน่” หลังก่อเหตุเสร็จ พล.ท.บี และ ร.อ. ขับรถมาส่งตนที่ร้านอาหาร น้องสาวเห็นตนสภาพตนสะบักสะบอม และตนขอให้ “ร.อ.” ช่วยตัดสายรัดเคเบิ้ลไทร์ที่ค้างอยู่ที่ข้อมืออีกข้างหนึ่งออก ก่อนที่ตนและน้องจะรีบขึ้นรถตัวเอง แล้วขับออกจากร้านเพื่อไปโรงพยาบาลทันที เนื่องจากรู้สึกเจ็บที่ซี่โครงอย่างมาก

.

โดยน้องสาวบอกว่า หลังจากที่ตนออกไปกับ พล.ท.บี ก็มีผู้หญิง 2 คนมานั่งคุยด้วยตีสนิทแล้วบอกว่ารู้จัก พล.ท.บี ตนมาคิดกับน้องคาดว่า พล.ท.บี มีการวางแผนมาอย่างดี นัดให้ตนมาเพื่อพาไปทำร้าย-ข่มขืน และให้หญิงสาวทั้ง 2 คนมานั่งกับน้องเพื่อเป็นการถ่วงเวลาไม่ให้ตามหาตน

.

คืนนั้นหลังหาหมอเสร็จ ตนได้รีบไปแจ้งความที่ สน.บางพลัด ทันที ตำรวจส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เมื่อเขารู้ว่าตนแจ้งความเขาได้โอนเงินมาให้น้องตน 3 หมื่นบาท บอกเป็นค่ารักษาตน และโอนมาให้ตนอีก 5 หมื่นบาท บอกให้เป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องนอนโรงพยาบาล แต่ตนไม่ต้องการจึงได้โอนเงินคืนไปหมดแล้ว และต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม ขอชีวิตตนคืน จึงมาร้องขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือ ตนต้องการจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...