โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แรงเทขาย “หุ้นชิป” ทั่วโลก ฉุดมูลค่าตลาดหาย 5 แสนล้านดอลลาร์ วิตกฟองสบู่ AI–ดอกเบี้ยสูงยืดเยื้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 04.29 น.

แรงเทขาย "หุ้นชิป" ทั่วโลก นำโดย Samsung, SK Hynix, TSMC และ Advantest ฉุดมูลค่าตลาดหาย 5 แสนล้านดอลลาร์ วิตกฟองสบู่ AI-ดอกเบี้ยสูงยืดเยื้อ ผู้บริหารวอลล์สตรีทเตือนใกล้ถึงจุดปรับฐาน

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.07 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกเร่งตัวขึ้นในวันพุธ ท่ามกลางความกังวลว่าราคาหุ้นของบริษัทที่เป็นผู้ชนะจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจพุ่งสูงเกินมูลค่าที่แท้จริง

ในตลาดเกาหลีใต้ ดัชนีหุ้น KOSPI ร่วงลงมากถึง 6.2% โดยมีหุ้นของ Samsung Electronics Co. และ SK Hynix Inc. ซึ่งเป็นผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ เป็นตัวถ่วงหลักของตลาด ขณะที่ในญี่ปุ่น หุ้นบริษัท Advantest Corp. ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบชิป ดิ่งลง 10% กดดันให้ดัชนี Nikkei 225 ร่วงตาม ส่วน Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์หลักของ Nvidia Corp. ก็ปรับตัวลง 3.3%

ทั้งนี้แรงขายที่กระจายไปทั่วโลกทำให้มูลค่าตลาดรวมของบริษัทในดัชนี Philadelphia Semiconductor Index และดัชนีติดตามหุ้นเทคโนโลยีในเอเชียของ Bloomberg หายไปรวมกันราว 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสองวัน (วันอังคารและวันพุธ)

การร่วงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากระแสการเก็งกำไรจาก AI ได้ผลักดันราคาหุ้นขึ้นจนถึงระดับที่ตึงตัวอย่างมาก โดยดัชนีหุ้นสำคัญหลายตัวซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หุ้นกลุ่มชิปเพิ่มมูลค่าตลาดรวมหลายล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ระดับต่ำสุดในเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากความคาดหวังว่าความต้องการด้านพลังประมวลผลสำหรับ AI จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการปรับฐานครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับศักยภาพกำไรของอุตสาหกรรมและมูลค่าหุ้นที่พุ่งสูงเกินจริง โดยเฉพาะหากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกนาน

คำเตือนจากผู้บริหารธนาคารรายใหญ่ของวอลล์สตรีทเกี่ยวกับการปรับฐานที่ใกล้เข้ามา รวมถึงการลดความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และภาวะรัฐบาลชัตดาวน์ของสหรัฐที่ยืดเยื้อ ต่างเป็นปัจจัยที่กดดันภาคเทคโนโลยีเพิ่มเติม นอกจากนี้ไมเคิล เบอร์รี ผู้จัดการกองทุนชื่อดัง ยังเผยว่าได้เปิดสถานะ short ในหุ้น Palantir Technologies Inc. และ Nvidia ยิ่งเพิ่มแรงเทขายในตลาด

หุ้น Palantir เป็นชนวนสำคัญของการร่วงในวอลล์สตรีท หลังจากบริษัทประกาศคาดการณ์ผลประกอบการที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของนักลงทุน ขณะที่ผลประกอบการของ Advanced Micro Devices Inc. (AMD) ที่ออกมาหลังตลาดปิดก็สร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดเอเชียช่วงวันพุธเช่นกัน

คริส เวสตัน (Chris Weston) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone Group กล่าวว่า “ขณะนี้ตลาดทั่วโลกถูกปกคลุมด้วยสีแดง (แดงหมายถึงขาดทุน) บรรยากาศโดยรวมดูหม่นหมองและเต็มไปด้วยความระมัดระวังต่อความเสี่ยง เรายังต้องเปิดใจว่าแรงขายอาจดำเนินต่อไปอีก เพราะในตอนนี้แทบไม่มีเหตุผลอะไรให้น่าซื้อเลย”

ความกังวลเรื่องราคาหุ้นแพงเกินจริงเริ่มชัดเจนขึ้น โดยดัชนี Philadelphia SOX ซึ่งสะท้อนกลุ่มหุ้นชิปซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 28 เท่าของกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า (forward earnings) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่อยู่ต่ำกว่า 22 เท่า

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการปรับฐานนี้ถือเป็นการระบายความร้อนที่จำเป็นและมีประโยชน์ ช่วยลดแรงเก็งกำไรที่สะสมมานาน พร้อมเปิดโอกาสให้ราคาหุ้นกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมขึ้น โดยคาดว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Amazon.com Inc. และ Meta Platforms Inc. ที่ยังคงทุ่มงบมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI จะยังคงสร้างรายได้และผลตอบแทนที่ดีให้กับกลุ่มผู้ผลิตชิป

ซิน-เหยา อึ้ง ผู้จัดการกองทุนจาก Aberdeen Investments กล่าวว่า “นี่เป็นการปรับฐานที่จำเป็นและค่อนข้างสุขภาพดี ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่ใช่จุดแตกของฟองสบู่ AI แต่ถ้าราคาหุ้นกลุ่มนี้ยังพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเข้าใกล้จุดแตกในไม่ช้า”

ในระยะสั้น นักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยยังต้องรับมือกับความผันผวนรายวัน โดยดัชนี Goldman Sachs Retail Favorites Index ซึ่งติดตามหุ้นยอดนิยมในหมู่นักลงทุนรายย่อย ร่วงลงถึง 3.6% ในวันอังคาร มากกว่าการลดลงของ S&P 500 ถึงเกือบ 3 เท่า

วิกาส เพอร์ชาด ผู้จัดการพอร์ตหุ้นเอเชียของ M&G Investments กล่าวว่า เขาต้องติดตามสถานการณ์ตลอดทั้งคืนจากสิงคโปร์

“ผมดูตลาดจนถึงตอนปิดของสหรัฐ ตอนตี 4 แล้วค่อยหลับไปสั้น ๆ ก่อนตื่นมารับตลาดเอเชีย เรามาไกลและเร็วมาก นักลงทุนไม่ควรแปลกใจถ้าการร่วงนี้จะยังดำเนินต่อไปในวันพรุ่งนี้หรือวันต่อ ๆ ไป” พร้อมเสริมว่า ช่วงนี้อาจเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับนักลงทุนบางรายในการเริ่มมองหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นคุณภาพในราคาที่ลดลง

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...