ทูตสยามยุคพระเจ้าตากไปเมืองจีน แอบหา “ประสบการณ์” กับโสเภณีกวางตุ้ง!
เมื่อหนึ่งในคณะราชทูตสยาม ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงส่งไปเจริญไมตรีกับจีน “แอบ” ซื้อบริการโสเภณีที่กวางตุ้ง ทั้งที่ทางการจีนสั่งห้าม สุดท้ายถูกจับ!
ในบรรดานิราศต่างแดนยุคแรกของไทย งานเก่าที่สุดเท่าที่พบคือ นิราศพระยามหานุภาพไปเมืองจีนซึ่งเขียนขึ้นในปลายสมัยกรุงธนบุรี เล่าเหตุการณ์ พ.ศ. 2324 ก่อนสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจะทรงสูญเสียพระราชอำนาจ พระองค์ทรงแต่งราชทูตไปเจริญทางพระราชไมตรีพระเจ้ากรุงจีน ซึ่ง “พระยามหานุภาพ”ผู้ประพันธ์ เป็นขุนนางชั้นผู้น้อยคนหนึ่งที่ติดไปกับคณะราชทูตคราวนั้นด้วย
ผลงานของท่านนับว่าเป็นทั้งบันทึกเรื่องราวและจดหมายเหตุการเดินทาง “ฉบับเดียว” ที่ยังหลงเหลือของราชทูตคณะนั้น มีส่วนหนึ่งที่น่าสนใจคือการบรรยายถึง “หญิงค้าบริการ” หรือโสเภณีที่เมืองกวางตุ้ง จุดที่คณะราชทูตต้องไปเทียบท่าก่อนเดินทางขึ้นเหนือไปเข้าเฝ้าพระจักรพรรดิ ณ กรุงปักกิ่ง
เมื่อไปถึงกวางตุ้ง พระยามหานุภาพพรรณนาถึงสิ่งที่พบเห็นรวมถึงโสเภณีเมืองจีนว่า
“อันนารีเรือลากสำหรับจ้าง นั้นรูปร่างหมดจดสดใส
นวลนิ่มจิ้มลิ้มลไมใจ เมื่อดูไกลเอกเอี่ยมลออตา
ครั้นเข้าใกล้ก็เห็นเลือดชายจะเผือดผาด ด้วยการสวาดิไม่หลีกเลือกภาษา
แขกฝรั่งอังกฤษวิลันดา จะไปมาย่อมได้อาไศรยกัน
ต้องห้ามทั้งมิให้ไปอยู่บก ประจำพกแหล่งหลักสำนักนั่น
ประกวดดีดูที่นับถือกัน ไม่เว้นวันชายหาจึงว่าดี
แต่บรรจงจริตจัดผัดภักตร์ บำรุงรักมิให้ชายหน่ายหนี
กันไรให้วิไลยกับเมาฬี มวยมีดอกไม้เงินงาม
นุ่งกังเกงใส่เสื้อที่สังเกต ทำแปลงเพศก็พอเอี่ยมออกสนาม
รู้ชำเลืองประปรายให้ชายตาม แต่ต้องห้ามมิให้ไทยไปพบพาน
ถ้าไปไหนพอพักสำนักนั่ง ไม่ระวังก็กระโจมเอาสูงสถาน
วิไสยเมืองเขาเป็นเรื่องราวพาล ถึงนอนคลานข้ามได้ไม่ถือกัน
บำรุงเรือแต่ให้เกื้อการสังวาศ นั้นปูลาดจัดแจงแกล้งสรรค์
ล้วนภู่กลิ่นฟุ้งอบตระหลบครัน ปะไม่ทันรู้เข้าก็เอาแพง”
ปีที่คณะราชทูตสยามไปถึงแผ่นดินจีน ตรงกับรัชกาลจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง (แมนจู) ซึ่งเป็นช่วงที่สำนักโสเภณีกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งหลังซบเซาอยู่เป็นเวลานาน และนอกเหนือจากปักกิ่ง นานกิง เซี่ยงไฮ้แล้ว กวางตุ้งคืออีกหนึ่งแหล่งโสเภณีเลื่องชื่อของจีน โดยลูกค้ากลุ่มหลักก็คือพ่อค้าวาณิชย์และนักเดินเรือทั้งหลายนั่นเอง
เมืองกวางตุ้งยังมีโสเภณีจำพวกหนึ่งที่นอกจากจะโดนดูหมิ่นในอาชีพแล้ว ยังถูกเหยียดชาติพันธุ์ด้วย คนกลุ่มนี้เรียกว่า “ต่านก๊า” ในภาษากวางตุ้ง เป็นชนกลุ่มน้อยที่กฎหมายจีนบังคับให้อาศัยอยู่บนเรือเท่านั้น ห้ามขึ้นมาประกอบสัมมาอาชีพบนบก
โสเภณีในเรือรับจ้างที่พระยามหานุภาพบรรยายถึง และระบุว่าต้องรับทั้ง “แขกฝรั่งอังกฤษวิลันดา”และ “ต้องห้ามมิให้ไปอยู่บก”คือคนกลุ่มนี้เอง
พระยามหานุภาพยังเล่าต่อไปอีกว่า
“เขามาชี้แจงความให้ตามกฎ ในกำหนดที่ตระหนักประจักษ์แจ้ง
ว่าสุวรรณขาวเหลืองเครื่องทองแดง ทั้งแพรไหมเหล็กแท่งแลสาตรา
มิให้ไทยเอาหญิงมาพิงพาด อันการสวาดินี้กำชับกันหนักหนา
ที่รักตัวเขาก็กลัวไม่พานพา ที่แกมกล้าเข้ากลั้วเอาตัวพัน
เสียแรงมาพาร่างถึงกวางตุ้ง เขม้นมุ่งว่าจะลองก็ต้องพรั่น
ได้ชมงามอยู่แต่ไกลมิได้กัน ครั้งวันวริวารเวลา”
“เขา”ที่พระยามหานุภาพเอ่ยถึงก็คือเจ้าหน้าที่ฝ่ายจีน กล่าวคือ ทางการจีนห้ามขุนนางไทยไม่ให้ซื้อบริการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตอนหนึ่งในพระราชสาส์นที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงมีถึงจักรพรรดิเฉียนหลง มีหลายข้อทรงกล่าวโทษเจ้าพนักงานจีนว่าปฏิบัติต่อราชทูตไทยคณะก่อน ๆ ไม่เหมาะสม หนึ่งในนั้นคือการ “ขังทูตไม่ให้เที่ยวเตร่”
แม้ทางการจีนจะห้ามอย่างจริงจัง สุดท้ายขุนนางไทยบางคนก็แอบไปหา “ประสบการณ์” กับโสเภณีต่านก๊าอยู่ดี ดังที่พระยามหานุภาพบรรยายเอาไว้ว่า
“เอากตัญญูตั้งระวังผิด ราชกิจนั้นอุสาห์ไปว่าเนื่อง
ที่ภักดีโดยการก็งานเปลือง ไม่ยักเยื้องกิริยาเหมือนราไชย
เมื่อท่านยุกรบัตรหาปฤกษาของ ก็ปิดป้องโรคาไม่มาได้
เอาอาสัจที่วิบัตินั้นบอกไป พะวงใจอยู่ด้วยรักข้างลักชม
อีดอกทองราวทองธรรมชาติ พิศวาศมิได้เว้นวันสม
จนโรคันปันทบข้างอุปทม เสน่หาส่าลมขึ้นเต็มตัว”
ขุนนางที่พระยามหานุภาพกล่าว (ประจาน) ถึง ไม่ได้เพียง“พะวงใจอยู่ด้วยรักข้างลักชม”จน “เสน่หาส่าลมขึ้นเต็มตัว”เท่านั้น ยังถูกทางการจีนจับได้และเรียกค่าปรับโทษฐานกระทำผิด จนต้องเอา “เงินหลวง” มาจ่ายแทนด้วย พระยามหานุภาพจึงแดกดันว่า
“ให้เขาชมชาวเราว่าเจ้าชู้ พิเคราะห์ดูก็เปนน่าบัดสีผี
พลอยเอาตมแต้มหน้าให้ราคี มิเสียทีที่เจ้าใช้ไปได้อาย”
เราไม่สามารถทราบได้ว่าขุนนางสยามที่ไปก่อเรื่องถึงเมืองจีนนี้เป็นใคร แต่พอจะมีร่องรอยจากวรรคหนึ่งที่ว่า “ไม่ยักเยื้องกิริยาเหมือนราไชย”และ “เมื่อท่านยุกรบัตรหาปฤกษาของ ก็ปิดป้องโรคาไม่มาได้”จากตรงนี้ ไม่ว่าพระยามหานุภาพจะใช้คำว่า “ราไชย”เพื่อความหมายใด ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ทูตคณะนั้นมีขุนนางชื่อยศ “หลวงราไชย”อยู่ในบัญชีรายชื่อด้วย
จึงอาจเป็นได้ว่าท่านแกล้งเขียนประจานขุนนางคนนี้นี่แแหละ…
อ่านเพิ่มเติม :
- ดูหลักฐาน “นครโสเภณี” ในไทย ความเสี่ยงของหนุ่มซื้อบริการยุคสุโขทัย ถึงหญิง “โคมเขียว”
- “จิ้มก้องครั้งสุดท้าย” คำแนะนำจาก “เบาริ่ง” ทำไทยเลิกระบบการค้าบรรณาการ?
- คดี “นางเย้าคอกสี” หญิงจีนถูกหลอกขายตัวในสยาม เผยอำนาจมืดบนเส้นทางค้าประเวณี
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
หมายเหตุ : เนื้อหานี้เก็บความจากส่วนหนึ่งของบทความ“รัชกาลที่ 5 ทรง ‘เที่ยวกลางคืน’ ”เขียนโดย สุพจน์ แจ้งเร็ว ในศิลปวัฒนธรรมฉบับพฤศจิกายน พ.ศ. 2550.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 มกราคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทูตสยามยุคพระเจ้าตากไปเมืองจีน แอบหา “ประสบการณ์” กับโสเภณีกวางตุ้ง!
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com