โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวเทียมจากจรวดของจีนโคจรเฉียดดาวเทียม Starlink ของ SpaceX ในวงโคจร

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 01.39 น.
ดาวเทียมจากจรวดของจีนโคจรเฉียดดาวเทียม Starlink ของ SpaceX ในวงโคจร

วันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่าบริษัท SpaceX ออกมาเปิดเผยว่า ดาวเทียมดวงหนึ่งซึ่งถูกปล่อยจากจรวดของจีน ได้เฉียดเข้าใกล้ดาวเทียม Starlink ของบริษัทในระยะเพียง 200 เมตร เหตุการณ์เฉียดฉิวนี้อาจเป็นอันตรายกับดาวเทียม Starlink-6079 (56120) ซึ่งกำลังโคจรที่ระดับความสูง 560 กิโลเมตร เหนือพื้นโลก

ดาวเทียมที่เกือบชนกับดาวเทียม Starlink คาดว่าจะดาวเทียมเป็น 1 ใน 9 ดวง ที่ถูกปล่อยโดยจรวด Kinetica 1 ของบริษัท CAS Space บริษัทเอกชนด้านอวกาศในจีน เมื่อวันอังคาร 9 ธันวาคมที่ผ่านมา จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วฉวนในทะเลทรายโกบี

ข้อกล่าวหาของ SpaceX ถูกเปิดเผยโดยไมเคิล นิโคลส์ (Michael Nicolls) รองประธานฝ่ายวิศวกรรม Starlink ซึ่งได้แสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อคืนวันศุกร์ 12 ธันวาคม ว่า "เท่าที่เรารู้ ไม่มีการดำเนินการประสานงาน หรือลดความโอกาศการชนกับดาวเทียมซึ่งกำลังปฏิบัติการในอวกาศ"

ไมเคิล นิโคลส์ (Michael Nicolls) กล่าวเสริมว่า ความเสี่ยงส่วนใหญ่ของการปฏิบัติการในอวกาศมาจากการขาดการประสานงานระหว่างผู้ประกอบการดาวเทียม ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง

ทางด้านของบริษัท CAS Space ประเทศจีน ได้ชี้แจงว่าจรวด Kinetica 1 เป็นจรวดเชื้อเพลิงแข็งสูง 30 เมตร ดำเนินการโดยบริษัท CAS Space บริษัทได้ยืนยันว่าปฏิบัติตามขั้นตอนที่จำเป็นแล้วในฐานะผู้ให้บริการปล่อยดาวเทียม (LSP)

บริษัท CAS Space ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การปล่อยจรวดของบริษัททุกครั้งจะมีการเลือกช่วงเวลาการปล่อยโดยใช้ระบบเฝ้าระวังอวกาศภาคพื้นดินเพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับดาวเทียมหรือเศษซากที่ทราบ ซึ่งเป็นขั้นตอนบังคับ

นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเกือบ 48 ชั่วโมงหลังจากการแยกตัวของเพย์โหลด ซึ่งหมายความว่าภารกิจการปล่อยได้สิ้นสุดลงไปนานแล้ว CAS Space กล่าวว่าจะทำงานร่วมกับผู้ประกอบการดาวเทียมเพื่อดำเนินการต่อไป และเรียกร้องให้มีการสร้างความร่วมมือระหว่างระบบนิเวศอวกาศใหม่ทั้งสองฝ่าย

ความเสี่ยงจากวงโคจรที่หนาแน่น

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงปัญหาด้านการประสานงานที่ทวีความสำคัญขึ้น เนื่องจากวงโคจรของโลกมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ข้อมูลระบุว่า เมื่อ 5 ปีก่อน มีดาวเทียมที่ใช้งานได้น้อยกว่า 3,400 ดวง แต่ปัจจุบันจำนวนดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นเป็นประมาณ 13,000 ดวง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของบริษัท SpaceX ที่ปัจจุบันปฏิบัติการดาวเทียม Starlink เกือบ 9,300 ดวง

แม้ว่าดาวเทียม Starlink จะสามารถหลีกเลี่ยงการชนที่อาจเกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ โดยมีการหลบหลีกประมาณ 145,000 ครั้งในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2025 แต่ดาวเทียมเหล่านี้ก็ยังเสี่ยงที่จะถูกยานอวกาศที่ผู้ประกอบการไม่ได้แบ่งปันข้อมูลวิถีโคจรชนบนอวกาศได้

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การชนเพียงครั้งเดียวระหว่างดาวเทียมสองดวงหรือเกี่ยวข้องกับเศษซากอวกาศ อาจก่อให้เกิดกลุ่มเศษซากขนาดใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์ฝันร้ายที่เรียกว่า Kessler syndrome หรือภาวะการชนกันเป็นลูกโซ่ ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติการดาวเทียมในอวกาศเป็นไปได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้เลย

สำหรับการปล่อยจรวด Kinetica 1 ในวันอังคารที่ผ่านมาในประเทศจีนนั้น จรวดได้บรรทุกดาวเทียมรวมเก้าดวง ซึ่งประกอบด้วย ดาวเทียมอเนกประสงค์ของจีน 6 ดวง, ดาวเทียมสังเกตการณ์โลกสำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ดาวเทียมวิทยาศาสตร์สำหรับอียิปต์, และดาวเทียมเพื่อการศึกษาสำหรับประเทศเนปาล อย่างไรก็ตาม เนื้อในโพสต์ของไมเคิล นิโคลส์ (Michael Nicolls) ไม่ได้ระบุว่าดาวเทียมดวงใดที่เฉียดชนดาวเทียม Starlink

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...