การค้นหาคำว่า “Crypto” บน Google ดิ่งหนัก ต่ำสุดในรอบ 1 ปี
ระดับการค้นหาคำว่า Crypto บนอินเทอร์เน็ตทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนรายย่อยแทบไม่ให้ความสนใจต่อตลาดคริปโทฯ อีกต่อไป ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
28 ธันวาคม 2568- ข้อมูลจาก Google Trends ระบุว่า ปริมาณการค้นหาคำว่า “crypto” ทั่วโลกกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี และในสหรัฐอเมริกา ปริมาณการค้นหาดังกล่าวได้แตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปีแล้ว ณ ช่วงปลายปี 2025 ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดคริปโทฯที่อ่อนแออย่างชัดเจน
มาตรวัดปริมาณการค้นหาของ Google อยู่ในช่วง 0–100 โดยค่า 100 หมายถึงระดับการค้นหาสูงที่สุด ขณะที่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปริมาณการค้นหาคำว่า “crypto” ทั่วโลกอยู่ที่ระดับ 26 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าจุดต่ำสุดในรอบ 1 ปีที่ระดับ 24 เพียง 2 จุดเท่านั้น
เว็บไซต์ Cointelegraph ระบุข้อมูลว่า ปริมาณการค้นหาทั่วโลกทรุดตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงเดือนเมษายน ระหว่างที่ตลาดคริปโทฯ เผชิญการปรับฐานอย่างหนัก อันเป็นผลจากนโยบายกำแพงภาษีในวงกว้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยแนวโน้มการค้นหาในสหรัฐอเมริกาก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปีที่ระดับ 26 เมื่อวันจันทร์เช่นกัน
[caption id="attachment_217031" align="aligncenter" width="750"]
ปริมาณการค้นหาคำว่า “crypto” บน Google ทั่วโลก ที่มา: Google Trends[/caption]
มาริโอ นอฟัล (Mario Nawfal) นักลงทุน และอินฟลูเอนเซอร์ด้านคริปโทฯ–เทคโนโลยี แสดงความคิดเห็นว่า “แทบไม่มีความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยในตลาดคริปโทฯเลยในตอนนี้ หลังจากดราม่าเหรียญมีมของทรัมป์–เมลาเนีย ดูเหมือนว่านักลงทุนรายย่อยจะสูญเสียความเชื่อมั่นต่อวงการนี้ไปมากทีเดียว”
ความเห็นของมาริโอ นอฟัล สะท้อนถึงบรรยากาศความรู้สึกของนักลงทุนรายย่อย หลังจากที่เหรียญมีมซึ่งเชื่อมโยงกับครอบครัวทรัมป์เผชิญการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยราคาลดลงมากกว่า 90% จากจุดสูงสุด
ระดับการค้นหาที่อยู่ในระดับต่ำนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่อ่อนแรงของนักลงทุนรายย่อยต่อสภาพตลาดคริปโทฯ ซึ่งยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากเหตุการณ์ “แฟลชแครช” ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นหนึ่งในวันปรับตัวลงที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดคริปโทฯ การปรับฐานของตลาดในเดือนตุลาคม ส่งผลให้เกิดการบังคับปิดสถานะ (liquidation) จากการใช้เลเวอเรจรวมมูลค่าเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้เหรียญทางเลือก (altcoins) บางรายการปรับตัวลดลงมากถึง 99% ภายในวันเดียว
เหตุการณ์นี้ยังทำให้ราคาบิตคอยน์ ร่วงลงจากระดับสูงสุดตลอดกาลเหนือ 125,000 ดอลลาร์ ลงมาแตะระดับต่ำราว 80,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ราคาบิตคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 80,000–90,000 ดอลลาร์
ดัชนี Crypto Fear and Greed Index ซึ่งใช้วัดระดับความเชื่อมั่นของตลาดคริปโทฯ ยังคงบ่งชี้ว่านักลงทุนอยู่ในภาวะระมัดระวังและวิตกกังวล แม้จะผ่านมากกว่า 2 เดือนหลังเหตุการณ์ตลาดทรุดตัวครั้งประวัติศาสตร์ในเดือนตุลาคม
[caption id="attachment_217032" align="aligncenter" width="750"]
ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ดัชนี Crypto Fear and Greed Index ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดของปีที่ระดับ 10 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งสะท้อนภาวะ “ความหวาดกลัวขั้นรุนแรง” ในหมู่นักลงทุน[/caption]
นับตั้งแต่เหตุการณ์ปรับฐานในเดือนตุลาคม ความเชื่อมั่นของตลาดยังคงแกว่งตัวอยู่ระหว่างระดับ “ความกลัว” และ “ความกลัวขั้นรุนแรง” โดยล่าสุด ดัชนีอยู่ที่ระดับ 29 แม้ว่าดัชนี Fear and Greed จะยังคงสะท้อนภาวะความกลัวของนักลงทุน แต่ก็เริ่มแสดงสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับบรรยากาศของตลาดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
อ้างอิง : cointelegraph.com, coinmarketcap.com, trends.google.com