“ธนาคารภูมิภาคญี่ปุ่น” โดนบีบหนัก ช่องว่างเงินฝาก-สินเชื่อ ต่ำสุดรอบ 4 ปี
สินเชื่อที่โตเร็วกว่าเงินฝาก ทำให้ช่องว่างเงินฝาก-สินเชื่อของ ธนาคารภูมิภาคญี่ปุ่น หดตัวแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี เพิ่มแรงกดดันต่อระบบการเงิน
วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 05.50 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ช่องว่างระหว่างเงินฝากกับสินเชื่อของธนาคารญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนระดับเงินส่วนเกินในระบบธนาคาร ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ส่งผลให้สถาบันการเงินมีเงินเหลือสำหรับนำไปลงทุนในสินทรัพย์อย่างพันธบัตรรัฐบาลน้อยลง
ข้อมูลล่าสุด ระบุว่า ช่องว่างเงินฝาก-สินเชื่อ (loan-deposit gap) ลดลง 3% เมื่อเทียบรายปี เหลือประมาณ 329 ล้านล้านเยน ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 12 เดือน
ก่อนหน้านี้ ช่องว่างดังกล่าวขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2010 หลังวิกฤตการเงินโลกปี 2551 สะท้อนความต้องการเงินทุนของภาคธุรกิจที่ซบเซาในเศรษฐกิจอ่อนแรง และยิ่งขยายตัวแรงในช่วงโควิด-19 เมื่อเงินฝากของภาคธุรกิจและครัวเรือนพุ่งสูง จนทำสถิติสูงสุดราว 343 ล้านล้านเยนในเดือนมีนาคม 2567
สินเชื่อโตแรง แต่เงินฝากตามไม่ทัน
ขณะนี้ช่องว่างเริ่มหดตัวลงจาก การขยายตัวของสินเชื่อ เมื่อบริษัทต่าง ๆ เร่งลงทุนเพื่อรับมือปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมถึงทำดีลควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) โดยยอดสินเชื่อคงค้างของธนาคารเพิ่มขึ้น 4.8% เป็น 581 ล้านล้านเยน ในเดือนธันวาคม
ธนาคารขนาดใหญ่มีสินเชื่อเติบโตถึง 5.7% ซึ่งเป็นอัตราเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 ขณะที่ธนาคารภูมิภาคขยายตัว 4.1% ในทางกลับกัน เงินฝากที่ใช้เป็นแหล่งทุนสำหรับการปล่อยกู้กลับเติบโตช้ากว่า โดยเพิ่มขึ้นเพียง 1.1% เป็น 897 ล้านล้านเยน สาเหตุหลักมาจากจำนวนประชากรที่ลดลง และพฤติกรรมครัวเรือนที่หันไปลงทุนมากขึ้น เช่น ผ่านโครงการ Nippon Individual Savings Account (NISA) แทนการฝากเงินกับธนาคาร
ธนาคารภูมิภาคเผชิญแรงกดดันหนัก
การหดตัวของช่องว่างเงินฝาก-สินเชื่อเห็นได้ชัดเป็นพิเศษในกลุ่มธนาคารภูมิภาค โดยลดลงถึง 4.9% เหลือราว 108 ล้านล้านเยน ต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปีครึ่ง เทียบกับการลดลงเพียง 2% ในกลุ่มธนาคารรายใหญ่
ธนาคารภูมิภาคกำลังเสียเปรียบในการแข่งขันแย่งเงินฝาก เนื่องจากเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าธนาคารรายใหญ่หรือธนาคารออนไลน์
ผู้บริหารธนาคารภูมิภาคในแถบคันไซรายหนึ่ง กล่าวว่า การแข่งขันดึงเงินฝากรุนแรงขึ้น ทั้งในกลุ่มลูกค้ารายย่อยและเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งธนาคารออนไลน์เสนออัตราดอกเบี้ยสูงกว่า
เร่งดึงเงินฝาก รับมือแรงบีบ
ธนาคารหลายแห่งเร่งออกมาตรการดึงดูดเงินฝาก เช่น Shimane Bank ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากสาขามือถือเป็น 0.7% และ Keiyo Bank เปิดสาขาใหม่ที่ให้บริการวันหยุด ขณะที่ Bank of Saga เสนอเงินสดสูงสุด 50,000 เยน ให้ลูกค้าที่โอนเงินเดือนเข้าบัญชี ขณะที่ Hyakugo Bank วางกลยุทธ์ลดช่องว่างเงินฝาก–สินเชื่อ ในแผนธุรกิจระยะกลางปีงบประมาณ 2568–2572 โดยมุ่งเพิ่มเงินฝากจากลูกค้าองค์กรที่มีสัดส่วนสินเชื่อสูง
เสี่ยงกระทบตลาดพันธบัตร
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากช่องว่างเงินฝาก-สินเชื่อยังคงแคบลงต่อเนื่อง ธนาคารอาจต้อง ลดการลงทุนในหลักทรัพย์ เช่น พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGBs) เพื่อรองรับความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจ
เคสุเกะ สึรุตะ นักกลยุทธ์ตราสารหนี้อาวุโสจาก Mitsubishi UFJ Morgan Stanley Securities กล่าวว่า “หากช่องว่างแคบลงมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ความสามารถของสถาบันการเงินในการซื้อพันธบัตรรัฐบาลอาจลดลง และอาจสร้างแรงกดดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้น”
ในช่วงที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นลดการซื้อพันธบัตร บทบาทของนักลงทุนภาคเอกชนจึงยิ่งสำคัญ และหากศักยภาพของธนาคารถูกจำกัด อาจกระทบต่อเสถียรภาพการดูดซับพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลญี่ปุ่น
อ้างอิง : asia.nikkei.com