โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กกร.-เพื่อนไม่ทน ร้องพรรคการเมือง รัฐบาลชุดใหม่ เร่งแก้สแกมเมอร์-ทุนเทา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเวทีเสวนา “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” เรียกร้องให้พรรคการเมืองทุกพรรค แก้ปัญหาสแกมเมอร์และทุนสีเทา พร้อมชี้ทางให้กับรัฐบาลชุดใหม่ ปฏิรูปแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เสนอระยะ 6 เดือน บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ลดเสี่ยง “ยึดรัฐ” ประเทศอาจจะล่มจมได้

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวระหว่างการเปิดงานในเวทีเสวนา Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” ว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “สงครามเศรษฐกิจยุคใหม่” ที่ไม่ได้สู้กันด้วยนวัตกรรม แต่สู้กับอาชญากรไซเบอร์และทุนเทา

ในปี 2568 ที่ผ่านมาเพียงปีเดียว ประเทศไทยเสียหายไปแล้วกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท จากคดีหลอกลวงออนไลน์กว่า 3.23 แสนคดี ซึ่งในมุมมองเอกชนมองว่าน่าจะมีมากกว่านี้หลายเท่า ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก และการเยียวยาให้กับผู้เสียหายนั้นทำได้เพียง 1%

โดยปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของคนถูกหลอก แต่มันคือการที่ “ทุนเทา” เข้ามาฟอกเงินผ่าน “นอมินี” เพื่อทำธุรกิจในไทย ใช้ไทยเป็นฐานของการฟอกเงิน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาต้องล้มตาย และสู้ต้นทุนและอิทธิพลที่ผิดกฎหมายไม่ได้ และยังสร้างปัญหาความน่าเชื่อถือให้กับประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ว่าประเทศไทยมีแหล่งฟอกเงินและทุนเทาในประเทศ หากเราไม่หยุดปัญหาทุนเทา และนอมินีตอนนี้ เครือข่ายเหล่านี้จะเข้า “ยึดรัฐ” ผ่านการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักการเมือง จนโครงสร้างประเทศเราพังทลาย ถ้าเข้ามายึดรัฐได้

“ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ เราจึงไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ภาคเอกชนมองว่าปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทาและนอมินี ไม่ใช่แค่เรื่องของอาชญากรรมไซเบอร์ แต่มันคือ ‘มะเร็งร้ายคอร์รัปชัน’ ที่กำลังกัดกินรากฐานเศรษฐกิจและธรรมาภิบาลของประเทศ”

การจัดงานเสวนาครั้งนี้ คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน จึงตั้งใจใช้เวทีแห่งนี้เป็นกระบอกเสียงส่งต่อไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค เพราะนี่คือโจทย์เร่งด่วนที่รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะต้องมีคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการปราบปรามเป็นรายคดี แต่ต้องเป็นการ ‘ปฏิรูปเชิงโครงสร้าง’ และเอาจริงเอาจังทางกฎหมายหยุดปัญหานี้ให้ได้ เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้ประชาชนและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว และความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ

เราหวังว่าวิสัยทัศน์และข้อเสนอที่จะเกิดขึ้นจากการเสวนาครั้งนี้ จะถูกนำไปแปรเปลี่ยนเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวงจรทุนสีเทา และกลับมาเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของคนที่ทำธุรกิจอย่างโปร่งใสอย่างแท้จริง

ดร.พจน์ กล่าวอีกว่า การรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง กกร. ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย และภาคีเครือข่ายกว่า 20 หน่วยงาน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการขจัดคอร์รัปชั่นให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย ภายใต้พันธกิจ “Reinvent Thailand” เรามุ่งหวังให้รัฐบาลชุดใหม่ ยึดถือความสุจริตเป็นที่ตั้งและสร้างบรรทัดฐานทางสังคมใหม่ โดยเริ่มจากการขจัดวัฒนธรรมการให้ของขวัญหรือผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทุจริต และเปลี่ยนผ่านสู่ระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใสและแข่งขันได้ในระดับสากล

เครือข่าย “Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน” ขอส่งสารถึงทุกพรรคการเมืองว่า นโยบายปราบโกงต้องดำเนินการได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความกล้าหาญในการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด แม้จะเป็นบุคคลภายในพรรคตนเอง หรือหน่วยราชการ พร้อมทั้ง ต้องเร่งปฏิรูปหน่วยงานที่มีปัญหาคอร์รัปชันฝังรากลึก เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยุติวงจรการเรียกรับผลประโยชน์และการซื้อขายตำแหน่งอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เราขอประกาศ “สัญญาประชาคม” ว่าจะส่งเสริมการเลือกตั้งที่สุจริต โดยไม่สนับสนุนบุคคลที่มีประวัติทุจริตหรือพรรคการเมืองที่มีพฤติการณ์ซื้อสิทธิขายเสียง หรือมีทุนเทาเข้ามาเกี่ยวข้อง และพร้อมจะทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนทันทีหากพบความไม่โปร่งใส เพื่อสร้างรัฐบาลที่ยึดมั่นในธรรมาภิบาลอย่างแท้จริงโดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆ

นอกจากนี้ ผลกระทบของปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทาและนอมินี ต่อภาคเอกชนไทย ปัญหาสแกมเมอร์และทุนสีเทาในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางอาชญากรรมเท่านั้น แต่ได้กลายเป็น “อุปสรรคเชิงโครงสร้าง” ที่บิดเบือนกลไกตลาดและทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนไทยอย่างรุนแรงใน 3 มิติหลัก ดังนี้

1.การบิดเบือนกลไกตลาดและทำลาย SME ไทย (Market Distortion) เป้าหมายคือการฟอกเงิน: ทุนเทาใช้ธุรกิจบังหน้าเพื่อแปรสภาพเงินผิดกฎหมาย ไม่ได้มุ่งเน้นกำไรจากการดำเนินงานจริง เพราะทุนเท่าไม่มีต้นทุนขอแค่มีเงินผ่านระบบฟอกขาวเพื่อเข้ามาใช้ในระบบ ซึ่งกระทบต่อระบบการค้าของคนไทย กลยุทธ์ราคาแบบล่าเหยื่อ: การยอมขาดทุนในระยะยาวเพื่อตัดราคาผู้ประกอบการไทย ทำให้ SME ที่ทำธุรกิจอย่างโปร่งใสและเสียภาษีถูกต้องไม่สามารถแข่งขันได้จนต้องปิดตัวลง ทำลายระบบนิเวศธุรกิจ: เป็นการทำลายโครงสร้างการค้าที่เป็นธรรมอย่างโหดเหี้ยม

2.ภัยนอมินีคือการ “ขายชาติ” เชิงเศรษฐกิจ (The Nominee Threat) การยึดครองธุรกิจสงวน: การใช้คนไทยบังหน้าในกลุ่มท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีก คือการแย่งอาชีพคนไทยและดูดเม็ดเงินออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านระบบภาษี ลดทอนความเชื่อมั่นสากล: กระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติคุณภาพสูง (High-quality FDI) ตามมาตรฐาน OECD ซึ่งประเทศไทยควรจะเข้าร่วมอย่างช้าปีหน้าหรือปีหน้า วิกฤตความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล: ประเทศไทยเสี่ยงต่อการถูกมองว่าเป็นพื้นที่อันตรายด้านการลงทุน จนนำไปสู่การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

3.วิกฤตศรัทธาต่อเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Trust Erosion) การกัดกร่อนความเชื่อมั่น: ความเสียหายจากสแกมเมอร์กว่า 2.5 หมื่นล้านบาทต่อปี เปลี่ยนความเชื่อมั่นเป็นความหวาดระแวงต่อระบบธนาคารและการทำธุรกรรมออนไลน์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นอัมพาต: หากประชาชนขาด “ความเชื่อมั่น” (Trust) โครงสร้างเทคโนโลยีที่รัฐทุ่มงบประมาณสร้างมาจะไร้ความหมาย เศรษฐกิจหยุดชะงัก: การเติบโตของ Digital Economy ในอนาคตจะพังทลายลง เนื่องจากรากฐานด้านธุรกรรมข้ามพรมแดนขาดความปลอดภัย

เราต้องตระหนักว่า หากเราปล่อยให้ทุนเทาและนอมินีเติบโตต่อไปได้โดยไม่มีการขัดขวาง เท่ากับเรากำลังเปิดประตูให้คนผิดเข้ามาทำลายบ้านของเราเอง ภาคเอกชนไทยจะไม่ยอมให้ความฉ้อฉลเหล่านี้มาอยู่เหนือความถูกต้อง และเราต้องการรัฐบาลที่กล้าลุกขึ้นมาปกป้องคนไทย ผู้ประกอบการไทยอย่างจริงจัง

ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลชุดใหม่ ในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี คณะทำงาน Zero Corruption: กกร.และเพื่อนไม่ทน มี Action Plan ที่เข้มข้นและพร้อมเสนอต่อรัฐบาลใหม่ให้ดำเนินการทันทีภายใน 6 เดือนแรก: การสังคายนากฎหมาย (Regulatory Guillotine): เร่งทบทวนการตีความคำว่า “คนต่างด้าว” โดยต้องพิจารณาถึง “อำนาจการควบคุมและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO)” ไม่ใช่เพียงสัดส่วนการถือหุ้น 51% เพื่อปิดช่องว่างนอมินี ปฏิรูปหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อหยุดวงจรการซื้อขายตำแหน่งและส่วยแรงงานต่างด้าวหรือบ่อนการพนัน

อย่างไรก็ดี สำหรับมาตรการเชิงรุก 6 ประการ: 1.ปลูกฝังและรณรงค์: เอกชนต้อง “ฮั้วไม่จ่ายใต้โต๊ะ” และร่วมส่งข้อมูลทุนเทาจากเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ 2.นโยบายองค์กร: ผลักดันสมาชิกเข้าแนวร่วม CAC เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันคอร์รัปชันในภาคเอกชน

3.ความชัดเจนของใบอนุญาต: ประกาศ “10 สินบนที่ไม่ยอมทน” เพื่อกดดันให้กระบวนการอนุมัติของรัฐโปร่งใส 4.เปิดเผยข้อมูล (Open Data): บังคับให้ภาครัฐเปิดข้อมูล 25 ชุดตามมาตรฐานสากลเพื่อการตรวจสอบ 5.ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ: นำฐานข้อมูล ACT Ai มามอนิเตอร์โครงการภาครัฐอย่างใกล้ชิด 6.ระบบร้องเรียน “ฟ้องโกงทันใจ”: สร้างช่องทางคุ้มครองผู้ให้เบาะแส (Whistleblower) เพื่อป้องกันการฟ้องปิดปาก (SLAPP)

ประเทศไทยไม่ใหญ่เกินกว่าจะจัดการปัญหานี้ หากรัฐบาลมีความตั้งใจจริงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเหมือนในอารยะประเทศ หากปล่อยให้ขบวนการเหล่านี้ ‘ยึดรัฐ’ ได้ ชาติล่มจมแน่นอน กกร. และเพื่อนจะไม่ทนอีกต่อไป และเราขอท้าทายให้รัฐบาลใหม่ร่วมพิสูจน์ความจริงใจในการลงมือทำไปพร้อมกับเรา ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องของเอกชน ผู้ประกอบการ แต่ออกหน้าในภาพรวมเพื่อประเทศไทย แต่เราจะเป็นกระบอกเสียงสำคัญร้อง ซึ่งเราพร้อมเดินหน้าเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหานี้ เพื่อพ้นจากประเทศไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กกร.-เพื่อนไม่ทน ร้องพรรคการเมือง รัฐบาลชุดใหม่ เร่งแก้สแกมเมอร์-ทุนเทา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...