โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

โลกยิ่งล้ำหน้า ทำไมคนรุ่นใหม่กลับโหยหา "เสน่ห์รถยุคเก่า"

Amarin TV

อัพเดต 45 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z จำนวนไม่น้อยที่ยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อครอบครองรถยนต์เหลี่ยมจัดจากยุค 80s หรือรถสปอร์ตดิบๆ จากยุค 90s

ในยุคที่เราสามารถสั่งการรถยนต์ด้วยเสียง รถสามารถขับเคลื่อนได้เองด้วย AI และภายในห้องโดยสารเงียบสนิทราวกับอยู่ในห้องสมุด แต่ภาพที่เห็นบนท้องถนนกลับกลายเป็นว่ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Millennials จำนวนไม่น้อยที่ยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อครอบครองรถยนต์เหลี่ยมจัดจากยุค 80s หรือรถสปอร์ตดิบๆ จากยุค 90s ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่นที่หมุนเวียนมาแล้วก็ไป แต่มีรากฐานมาจากจิตวิทยาและความโหยหาในสิ่งที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ไม่ได้

เมื่อ "ความสมบูรณ์แบบ" เริ่มน่าเบื่อ

รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปัจจุบันอาจจะเร่งแรงกว่าและฉลาดกว่ารถทุกคันในอดีต แต่นั่นกลับกลายเป็นดาบสองคม เพราะความเงียบและราบเรียบเกินไปทำให้ "จิตวิญญาณ" ของการขับขี่หายไป สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับหน้าจอสัมผัสและโลกดิจิทัล การได้กลับไปจับพวงมาลัยที่หนักแน่น ได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำราม และการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง กลายเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และ "จริง" (Authentic) ยิ่งกว่าสิ่งใด

วิเคราะห์เจาะลึก ทำไมต้องรถยุคเก่า?

  • สัมผัสที่จับต้องได้ คนรุ่นใหม่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในโลกเสมือนจริง ดังนั้นการได้ควบคุม "เครื่องจักร" ที่ทำงานด้วยกลไกจริงๆ จึงเป็นความสุขอย่างหนึ่ง การเหยียบคลัตช์ การเปลี่ยนเกียร์ หรือแม้แต่การหมุนกระจกด้วยมือ คือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนกับรถที่เทคโนโลยีแบบ Touchscreen ให้ไม่ได้ มันคือความรู้สึกว่า "เราคือผู้ควบคุมรถอย่างแท้จริง"
  • ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ รถยนต์สมัยใหม่มักถูกออกแบบโดยใช้หลักอากาศพลศาสตร์ เป็นตัวตั้ง ทำให้รูปทรงรถส่วนใหญ่มีความโค้งมนและดูคล้ายกันไปหมด ต่างจากรถยุค 80s-90s ที่มีเส้นสายเฉียบคม มีไฟป๊อปอัพ หรือรูปทรงกล่องที่เป็นเอกลักษณ์ การขับรถเหล่านี้จึงเป็นการบ่งบอกสไตล์ส่วนตัว ที่โดดเด่นกว่ารถรุ่นใหม่ที่ถอดแบบออกมาจากโรงงานเดียวกัน
  • การซ่อมแซมคือการบำบัด ในขณะที่รถสมัยใหม่แทบจะซ่อมเองไม่ได้เลยเพราะทุกอย่างคุมด้วยซอฟต์แวร์ รถยุคเก่ากลับเปิดโอกาสให้เจ้าของได้ลอง "แงะ แกะ เกา" การได้ซ่อมรถเองในวันหยุดกลายเป็นงานอดิเรกที่สร้างความภาคภูมิใจ และทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าพวกเขาเป็นเจ้าของรถคันนั้นจริงๆ ไม่ใช่แค่ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์
  • อิทธิพลจากป๊อปคัลเจอร์ สื่ออย่างภาพยนตร์ แอนิเมชัน (เช่น Initial D) หรือวิดีโอเกมในอดีต มีบทบาทสำคัญอย่างมาก รถอย่าง Toyota AE86, Nissan Skyline หรือ Mazda RX-7 กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเท่ในสายตาคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะมีกำลังซื้อเป็นของตัวเองในวันนี้

ที่มาของปรากฏการณ์ Digital Fatigue

นักจิตวิเคราะห์มองว่าปรากฏการณ์นี้เกิดจาก Digital Fatigue เมื่อทุกอย่างในชีวิตประจำวันถูกรวบไปอยู่ในสมาร์ทโฟนและคลาวด์ มนุษย์จะเริ่มโหยหาสิ่งที่มี "น้ำหนัก" มี "กลิ่น" และมี "เสียง" ที่เป็นธรรมชาติ รถยนต์ยุคเก่าที่มีกลิ่นน้ำมันจางๆ และเสียงกลไกที่ทำงานร่วมกัน จึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการทำ "Analog Detox" ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้หลุดพ้นจากโลกที่หมุนเร็วเกินไปมาอยู่กับปัจจุบันขณะ

บทใหม่ของรถเก่า

ความนิยมรถยุคเก่าในหมู่คนรุ่นใหม่ไม่ใช่เรื่องของการต่อต้านเทคโนโลยี แต่คือการค้นหา "ความสมดุล" ในวันที่รถยนต์กำลังจะกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยุคเก่าจึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่เศษเหล็ก แต่เป็น "งานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้" และเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำที่เชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบันไว้ด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...