โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิจัยกสิกรไทย ชี้แบงก์ลดดอกเบี้ยผลปล่อยสินเชื่อจำกัด คาดปี'69 หดตัวต่อปีที่ 3

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 11.17 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินแบงก์ลดดอกเบี้ย M Rate คาดช่วยลดภาระดอกเบี้ยหนี้ธุรกิจ-รายย่อยราว 3.8-4.8 พันล้านบาท ภายในครึ่งแรกของปี’69 มองดอกเบี้ยมีผลต่อสินเชื่อใหม่จำกัด หลังภาพรวมเศรษฐกิจภาพรวมยังเปราะบาง-ความเสี่ยงเครดิต คาดทั้งระบบธนาคารไทยสินเชื่อปี’69 อยู่ที่ -0.7% หดตัวติดต่อเป็นปีที่ 3 ด้านสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่นกรอบ 2.80-2.97%

ดร.กาญจนา โชคพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ตลอดทั้งปี 2568 ธนาคารพาณิชย์ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 4 ครั้ง ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยการลดดอกเบี้ยแบงก์รอบล่าสุด เริ่มมีผลแล้วตั้งแต่ช่วงวันที่ 22-24 ธันวาคม 2568

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ผลบวกสุทธิต่อลูกหนี้จะทยอยเกิดขึ้นในปี 2569 โดยคาดว่าภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ธุรกิจและรายย่อย จะปรับลดลงรวมกันประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาทภายในครึ่งแรกของปี 2569

อย่างไรก็ดี คาดว่าการปรับลดดอกเบี้ยเพียงปัจจัยเดียว อาจมีผลค่อนข้างจำกัดต่อทิศทางการปล่อยสินเชื่อใหม่ เพราะการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมยังเปราะบาง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงตัวเลขคาดการณ์สินเชื่อระบบแบงก์ไทยในปี 2569 ไว้ที่ -0.7% ตามเดิม

นอกจากนี้ยังต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่ม SME และรายย่อยอย่างใกล้ชิด ขณะที่คาดว่าสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือ NPL Ratio ในปี 2569 จะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 2.80-2.97% ของสินเชื่อรวม

ภาระดอกเบี้ยลดลง 3,800-4,800 ล้านบาท

ภาพรวมตลอดทั้งปี 2568 ธนาคารพาณิชย์ทยอยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MOR, MRR ลงมาแล้วประมาณ 0.40-0.90% ตาม 4 รอบการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. โดยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ของแบงก์รอบล่าสุด เริ่มมีผลแล้วตั้งแต่ช่วงวันที่ 22-24 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา แต่อานิสงส์จากดอกเบี้ยที่ลดที่จะส่งผ่านไปให้ลูกหนี้ในปี 2568 ยังคงจำกัด เนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเกิดขึ้นในช่วงปลายปี จึงมีระยะเวลาไม่มากพอที่จะส่งผลบวกต่อลูกหนี้เพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ผลบวกจากการลดดอกเบี้ยจะค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนและขยายวงกว้างมากขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่รอบการปรับดอกเบี้ยของลูกหนี้หลายกลุ่มจะเริ่มมีผลตามรอบกำหนดของสัญญาเงินกู้ โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยที่มียอดคงค้างสินเชื่อรวมกันประมาณ 12.5 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ประมาณ 67% ของวงเงินดังกล่าวจะเข้าสู่ช่วงการปรับอัตราดอกเบี้ยภายในครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งทำให้ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ธุรกิจและลูกหนี้รายย่อยลดลงอีกประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาท เพิ่มเติมจากผลของการลดดอกเบี้ยที่ช่วยแบ่งเบาภาระลูกหนี้ประมาณ 17,000-19,500 ล้านบาทในปี 2568

ศก.ความเปราะบาง คาดสินเชื่อระบบแบงก์ไทยหดตัวลง -0.7%

แม้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะสร้างสัญญาณเชิงบวกต่อภาระต้นทุนทางการเงิน แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของสินเชื่อในปี 2569 ยังคงเผชิญข้อจำกัดหลายประการ ทั้งจากพฤติกรรมผู้กู้ที่ยังก่อหนี้เพิ่มอย่างระมัดระวัง ความเปราะบางของภาวะเศรษฐกิจ และการปล่อยสินเชื่อตามแนวทางที่สอดคล้องกับศักยภาพลูกหนี้ของสถาบันการเงิน สะท้อนให้เห็นว่า ต้นทุนดอกเบี้ยเพียงปัจจัยเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะหนุนการฟื้นตัวของสินเชื่อ หากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

พฤติกรรมผู้กู้ยังอยู่ในภาวะระมัดระวัง แม้ต้นทุนทางการเงินจะทยอยลดลง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยแม้จะช่วยลดภาระต้นทุนการกู้ยืม แต่ในเชิงพฤติกรรมผู้กู้จำนวนมากยังคงชะลอการตัดสินใจก่อหนี้เพิ่มเติมซึ่งจะกลายเป็นภาระผูกพันระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ที่การฟื้นตัวของรายได้มีความไม่แน่นอนกว่ากลุ่มธุรกิจรายใหญ่ สะท้อนจากดัชนี Diffusion Index ด้านความต้องการสินเชื่อของ SME ที่มีทิศทางชะลอลงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 แม้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะยังคงทยอยลดลง

สัญญาณเศรษฐกิจที่มีความเปราะบาง และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของภาคการผลิต จำกัดการฟื้นตัวของสินเชื่อ โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดัน ทั้งจากกำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแรงและความเสี่ยงในภาคการผลิตและการส่งออก มีผลกระทบต่อเนื่องต่อบรรยากาศการลงทุนและการเบิกใช้สินเชื่อของภาคธุรกิจ ซึ่งทำให้สถานการณ์ Debt Deleveraging ยังดำเนินต่อไปในปี 2569

แนวทางการปล่อยสินเชื่อที่สอดคล้องกับศักยภาพลูกหนี้ ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ชะลอลงในปี 2569 อาจมีผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้หลายกลุ่ม โดยเฉพาะ ธุรกิจ SME และครัวเรือนรายย่อยที่รายได้ไม่มั่นคง ซึ่งทำให้คาดว่า ธนาคารพาณิชย์ รวมถึงสถาบันการเงินอื่นๆ จะยังคงเน้นแนวทางการพิจารณาสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบ ควบคู่กับการดูแลลูกหนี้และจัดการคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ (Asset Quality)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ หรือระบบแบงก์ไทย ในปี 2569 จะหดตัวลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ที่ -0.7% ต่อเนื่องจากที่คาดว่าจะปิดปี 2568 ที่ -2.3% สอดคล้องกับหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

สินเชื่อธุรกิจอาจกลับมาขยายตัวที่ 0.2% ในปี 2569 นำโดย สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ที่มีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วกว่าสินเชื่อ SME โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่จะกลับมาขยายตัวที่ 2.0% ในปี 2569 ขณะที่สินเชื่อ SME อาจยังคงหดตัวต่อเนื่องที่ -4.0% ทั้งนี้ แรงส่งสำคัญของสินเชื่อธุรกิจอาจเริ่มจากการทยอยเบิกใช้วงเงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและการลงทุนในบางกลุ่มอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความพร้อมด้านแผนการขยายธุรกิจ

ขณะที่ภาพรวมของสินเชื่อ SME ยังคงเผชิญข้อจำกัดจากการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง รวมถึงแรงกดดันเฉพาะหน้า ทั้งจากกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ และการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้นขึ้นในหลายภาคส่วน

ส่วนสินเชื่อรายย่อยปี 2569 คาดว่าจะหดตัวลงต่อเนื่องที่ -1.0% เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ รายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนที่ยังเปราะบาง โดยคาดว่า สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะหดตัวลง -0.5% และ -8.0% ตามลำดับ เนื่องจากการฟื้นตัวของสินเชื่อที่มีวงเงินต่อสัญญาสูง (Big-Ticket Items) กลุ่มนี้จะต้องอาศัยความเชื่อมั่นในรายได้ระยะยาวของผู้กู้

ขณะที่ แม้จะคาดว่า สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันและสินเชื่อบัตรเครดิต อาจขยายตัวที่ 0.7% และ 1.2% ในปี 2569 ตามลำดับ แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทียบกับฐานที่ต่ำในปี 2568 ขณะที่ สินเชื่อบุคคลที่มีหลักประกัน (อาทิ บ้าน รถ และสินทรัพย์อื่น) ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า อาจประคองการเติบโตได้ดีกว่า โดยเฉพาะในบริบทที่สถาบันการเงินยังคงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและการดูแลความสามารถในการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้

โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนความสามารถในการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ อย่างไรก็ดี คงต้องยอมรับว่าสินเชื่อในปี 2569 จะยังคงมีโอกาสหดตัวลง -0.7% (นับเป็นการหดตัวของสินเชื่อติดต่อกันเป็นปีที่ 3 เพราะการเบิกใช้สินเชื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านต้นทุนดอกเบี้ยเพียงปัจจัยเดียว แต่สถานการณ์เศรษฐกิจ รายได้ ความเสี่ยงด้านเครดิต ตลอดจนความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ก็ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะมีผลต่อแนวโน้มของสินเชื่อด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ คาดว่า สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพหรือ NPL Ratio ในปี 2569 จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องที่กรอบ 2.80-2.97% ของสินเชื่อรวม โดยต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้และคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ SME และรายย่อยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน

ขณะที่การลดดอกเบี้ยอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ แต่คงต้องเดินควบคู่ไปกับการประคองทิศทางเศรษฐกิจ การดูแลปรับโครงสร้างเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ และเร่งผลักดันกลไกการค้ำประกันเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการปล่อยสินเชื่อเพื่อหนุนให้สินเชื่อทยอยฟื้นตัวกลับมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิจัยกสิกรไทย ชี้แบงก์ลดดอกเบี้ยผลปล่อยสินเชื่อจำกัด คาดปี’69 หดตัวต่อปีที่ 3

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...