กต. แถลงโต้กัมพูชาเฟคนิวส์ - ไม่ปิดทางเจรจา แต่กัมพูชาต้องทำตามเงื่อนไข
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 06.23 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 06.23 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(19 ธ.ค. 68) โดยยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดต่อการคุ้มครองคนไทยในกัมพูชา หลังฝ่ายกัมพูชาประกาศระงับการเดินทางข้ามแดนทางบกตั้งแต่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งไทยเห็นว่ามาตรการดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเมิดกติการะหว่างประเทศด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รวมถึงอนุสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ขอให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
.
กระทรวงการต่างประเทศย้ำว่าได้ดำเนินการช่วยเหลือทางกงสุลแก่คนไทยในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกเอกสาร การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง การจัดที่พักชั่วคราว และการประสานขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ โดยตั้งแต่เกิดเหตุปะทะ มีคนไทยเดินทางกลับประเทศแล้วกว่า 400 คน ส่วนมากเดินทางกลับทางเครื่องบิน ขณะที่กรณีเมืองปอยเปต ฝ่ายกัมพูชายังไม่อนุญาตให้เดินทางกลับทางบก ไทยจึงเปิดให้ลงทะเบียนเดินทางกลับทางอากาศ พร้อมย้ำว่าสายการบินพาณิชย์ยังมีที่นั่งเพียงพอ และพร้อมจัดเที่ยวบินพิเศษหากมีความจำเป็น
.
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยังได้ปฏิเสธข่าวลือและข้อมูลบิดเบือนจากฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะกรณีข้อกล่าวหาว่าไทยใช้เครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิดในเมืองปอยเปต ซึ่งข้อเท็จจริงคือเป็นการทำลายคลังขีปนาวุธนอกเขตชุมชนตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมสากล แต่ฝ่ายกัมพูชากลับเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าใกล้ชุมชน ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้พลเรือนของตนเอง รวมถึงการเผยแพร่ภาพ AI และข้อมูลเท็จเรื่องทหารไทยเสียชีวิตกว่า 5,000 นาย โดยยืนยันว่ากองทัพไทยมีการตรวจสอบสถิติอย่างถี่ถ้วนและให้ความสำคัญกับการดูแลวีรชนอย่างสมเกียรติ
.
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาในระดับภูมิภาค นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ มีกำหนดเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ (Special AMM) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและย้ำจุดยืน 3 ประการในการหยุดยิง ได้แก่ กัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน, การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริงอย่างต่อเนื่อง และกัมพูชาต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาไทยได้หารือกับมหาอำนาจทั้งจีน สหรัฐฯ และอียู ซึ่งทุกฝ่ายล้วนปรารถนาเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของความปลอดภัยและความเป็นธรรม
.
นอกจากนี้ ในระหว่างการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ รมว.ต่างประเทศ ได้กระชับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และนวัตกรรม โดยญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD และเตรียมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 140 ปีในปี 2570 ขณะเดียวกันได้ชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านให้นักลงทุนญี่ปุ่น (Keidanren) มั่นใจในเสถียรภาพและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในเวทีโลกต่อไป