ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง จับตาการประชุมนโยบายการเงิน 3 แห่ง
ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงิน 3 แห่ง
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/12) ที่ระดับ 31.48/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/12) ที่ระดับ 31.51/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องจากการปรับเพิ่มการคาดการณ์ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
โดยล่าสุด นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเป็นสมาชิกถาวรของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) กล่าวว่า เขาจะกล่าวย้ำอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของความเป็นอิสระของเฟดต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ทั้งนี้ นายวอลเลอร์เป็น 1 ในรายชื่อ 5 คนสุดท้ายที่มีโอกาสรับตำแหน่งประธานเฟดต่อจากนายเจอโรม พาวเวลล์ เมื่อเขาครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม 2569 โดยนายวอลเลอร์ได้เข้ารับการสัมภาษณ์กับ ปธน.ทรัมป์ไปเมื่อวานนี้ (17/12) ทั้งนี้ นายวอลเลอร์ยังกล่าวเสริมว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันยังคงอยู่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางราว 0.50-1.00% ซึ่งทำให้ยังมีช่องว่างที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้อีก
ในด้านตัวเลขทางเศรษฐกิจสมาคมธนาคารเพื่อการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยลดลง 3.8% ในสัปดาห์ที่แล้ว หลังอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวขึ้น ทั้งนี้ จำนวนผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการรีไฟแนนซ์ลดลง 4% ในสัปดาห์ที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยลดลง 3% ในสัปดาห์ที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เมื่อวานนี้ (17/12) นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือน พ.ย. 68 อยู่ที่ระดับ 89.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 87.3 ในเดือน ต.ค. 68 ทั้งนี้ การปรับขึ้นของดัชนีฯ ในเดือน พ.ย.นี้ เป็นผลมาจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย
อาทิ โครงการคนละครึ่ง พลัส, เที่ยวดีมีคืน และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และส่งผลดีต่อการบริโภคสินค้าอาหาร-เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจของไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ซึ่งอาจขยายตัวได้ไม่ถึง 1% หลังรัฐบาลประกาศยุบสภาทำให้ไม่สามารถดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดหลังการประชุม กนง. นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ระบุว่า
สำหรับปัจจัยการตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต กนง.จะติดตามพัฒนาการเศรษฐกิจ หากแย่กว่าคาด เกิดภาวะเงินฝืดชัดเจน และภาวะการเงินไม่ดี อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยที่ 1.25% ต่อปี มองว่าอยู่ในโซนต่ำแล้ว ดอกเบี้ยที่แท้จริงลดลงเหลือแค่ -0.33% การใช้ขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง
ดังนั้น แม้มองไปข้างหน้านโยบายการเงินยังคงต้องผ่อนคลาย และต้องติดตามความเสี่ยงเศรษฐกิจ พร้อมปรับนโยบายการเงิน แต่ยังคงต้องรักษา Policy Space เพื่อรองรับความแน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบระหว่าง 31.44 – 31.51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.47/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/12) ที่ระดับ 1.1741/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/12) ที่ระดับ 1.1715/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อยูโรโซนจะออกมาต่ำกว่าคาด โดยเมื่อวานนี้ (17/12) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนในเดือน พ.ย. ขยับลงมาอยู่ที่ 2.1% จากระดับ 2.2% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.2%
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี รายงานว่า ความเชื่อมั่นปรับแย่ลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง โดยอยู่ในระดับ 89.7 ต่ำกว่าที่คาดที่ระดับ 90.5 นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) ประเมินว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวในระดับจำกัด พร้อมเตือนว่า การฟื้นตัวดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะหนุนการจ้างงานให้ดีขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสจะยายตัว 0.9% ในปี 2568 ต่ำวกว่าอัตราการเติบโต 1.1% ที่ทำได้ในปี 2567 เล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการเติบโตล่าสุดของกลุ่มประเทศยูโรโซนที่ใช้เงินสกุลยูโรทั้ง 20 ประเทศออกมาดีกว่าที่ ECB คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออกที่รับมือกับมาตรการภาษีของสหรัฐได้ดีกว่าที่ประเมิน รวมถึงการใช้จ่ายภายในประเทศของเยอรมนีที่เข้ามาช่วยชดเชยความอ่อนแอของภาคการผลิต
ขณะที่ นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ซึ่งจัดการประชุมตรงกันในคืนนี้ตามเวลาไทย โดยตลาดคาดการณ์ว่า ECB จะประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.15% ส่วน BOE จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย สู่ระดับ 3.75% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1727 – 1.1750 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1727/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/12) ที่ระดับ 155.55/56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/12) ที่ระดับ 155.52/53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.50% สู่ระดับ 0.75% ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ในการประชุมนโยบายการเงินเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเริ่มขึ้นในวันนี้ (18/12) ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อจากการอ่อนค่าของเงินเยน หาก BOJ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ จะถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ม.ค.
และเป็นครั้งแรกภายใต้รัฐบาลของชานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.43 – 155.96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 155.90/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (18/12), การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (18/12), ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (18/12), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (18/12), การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (19/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.4/-7.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -3.85/-3.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง จับตาการประชุมนโยบายการเงิน 3 แห่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net