“อินเดีย” เร่งปั้นแรงงาน AI ตั้งเป้าฝึก 1 ล้านคนในปีเดียว ชูศูนย์กลางเทคโนโลยีโลก
รัฐบาล อินเดีย เปิดโครงการพัฒนาทักษะ AI ระดับประเทศ หวังใช้เทคโนโลยีเสริมศักยภาพแรงงานและธุรกิจขนาดเล็ก พร้อมชูอินเดียเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีโลก
วันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 11.36 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ท่ามกลางความกังวลทั่วโลกว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจทำให้เกิดการทดแทนแรงงานจำนวนมาก อินเดีย กลับเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่นี้เพื่อเสริมศักยภาพแรงงาน โดยประกาศโครงการพัฒนาทักษะ AI ระดับประเทศขนาดใหญ่ ตั้งเป้าฝึกอบรมเยาวชน 1 ล้านคนภายในหนึ่งปี
โครงการดังกล่าวประกาศโดย Ashwini Vaishnaw รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนที่กรุงนิวเดลีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AI Impact Summit ระดับโลกในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยจัดโดยประเทศอย่างสหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และฝรั่งเศส
ไวชนอว์ กล่าว ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ทางออนไลน์เป็นภาษาฮินดี ในการประชุม AI ระดับภูมิภาคที่รัฐราชสถานว่า เป้าหมายของโครงการคือ ติดอาวุธทักษะด้าน AI ให้กับเยาวชน เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ในชีวิตจริง พร้อมชี้ว่า ธุรกิจขนาดเล็กจะได้ประโยชน์อย่างมาก หากสามารถเพิ่มผลิตภาพด้วยการใช้ AI
เขายังระบุว่า นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้ผลักดันให้อินเดียก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลก โดยปัจจุบันมีเงินลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI ภายในประเทศราว 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม รัฐมนตรีรายนี้ได้ชี้แจงต่อรัฐสภาว่า ยุทธศาสตร์ AI ของอินเดียตั้งอยู่บนวิสัยทัศน์ของโมดีในการทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง (democratizing technology) โดยมุ่งแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศ พร้อมสร้างโอกาสและการจ้างงานใหม่ในภาค AI ทั้งนี้อ้างอิง Stanford AI Index Report 2025 อินเดียเป็นประเทศที่นำโลกด้านการสรรหาบุคลากร AI ด้วยอัตราการจ้างงานใหม่ราว 33% ต่อปี
ด้าน S. Krishnan เลขาธิการกระทรวงอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (MEITY) ของอินเดีย กล่าวแยกต่างหากว่าประเทศกำลังพัฒนาในกลุ่มโลกใต้ (Global South) ซึ่งมีงานออฟฟิศหรือแรงงานปัญญา (white-collar jobs) น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว มีความเสี่ยงถูก AI กระทบต่อการจ้างงานต่ำกว่า
เขาอธิบายกับสื่อว่า งานที่ AI จะเริ่มส่งผลกระทบก่อน คือ “งานด้านความรู้และงานเชิงปัญญา” ซึ่งในอดีตแทบไม่ถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรม ต่างจากงานใช้แรงงานที่เคยได้รับผลกระทบมากกว่า และเนื่องจากประเทศใน Global South รวมถึงอินเดีย มีสัดส่วนแรงงานออฟฟิศต่ำกว่า ผลกระทบในภาพรวมจึงน่าจะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า
อย่างไรก็ตามคริชนันย้ำว่า สำหรับอินเดีย ซึ่งแรงงานออฟฟิศจำนวนมากกระจุกตัวในสาขา STEM และอุตสาหกรรมไอที จำเป็นต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้แรงงานไอทีสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ โดยต้องหันไปพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชันมากขึ้น แทนงานเขียนโค้ดหรือโปรแกรมแบบเดิม เพื่อสร้างโอกาสงานใหม่ ควบคู่กับการ reskilling และ upskilling แรงงานไอทีจำนวนมาก
ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม อินเดียมีแรงงานในระบบเทคโนโลยีและ AI มากกว่า 6 ล้านคน และเป็นที่ตั้งของศูนย์ความสามารถระดับโลก (Global Capability Centers) กว่า 1,800 แห่ง ครอบคลุมงานวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และบริการลูกค้า โดยมากกว่า 500 แห่ง มุ่งเน้นด้าน AI โดยเฉพาะ อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับแรงงานทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาลระบุว่าเพิ่มขึ้นเป็น 643.3 ล้านคน ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2567 จาก 475 ล้านคน เมื่อหกปีก่อน
ทั้งนี้ในเดือนมีนาคม 2567 คณะรัฐมนตรีของโมดีได้อนุมัติแผน India AI Mission ด้วยงบประมาณ 1.0372 แสนล้านรูปี หรือราว 1.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อผลักดันให้อินเดียก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ของโลก
อ้างอิง : asia.nikkei.com