โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อินเดีย” เร่งปั้นแรงงาน AI ตั้งเป้าฝึก 1 ล้านคนในปีเดียว ชูศูนย์กลางเทคโนโลยีโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 14.40 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 07.40 น.

รัฐบาล อินเดีย เปิดโครงการพัฒนาทักษะ AI ระดับประเทศ หวังใช้เทคโนโลยีเสริมศักยภาพแรงงานและธุรกิจขนาดเล็ก พร้อมชูอินเดียเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีโลก

วันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 11.36 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ท่ามกลางความกังวลทั่วโลกว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจทำให้เกิดการทดแทนแรงงานจำนวนมาก อินเดีย กลับเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่นี้เพื่อเสริมศักยภาพแรงงาน โดยประกาศโครงการพัฒนาทักษะ AI ระดับประเทศขนาดใหญ่ ตั้งเป้าฝึกอบรมเยาวชน 1 ล้านคนภายในหนึ่งปี

โครงการดังกล่าวประกาศโดย Ashwini Vaishnaw รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนที่กรุงนิวเดลีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AI Impact Summit ระดับโลกในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยจัดโดยประเทศอย่างสหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และฝรั่งเศส

ไวชนอว์ กล่าว ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ทางออนไลน์เป็นภาษาฮินดี ในการประชุม AI ระดับภูมิภาคที่รัฐราชสถานว่า เป้าหมายของโครงการคือ ติดอาวุธทักษะด้าน AI ให้กับเยาวชน เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ในชีวิตจริง พร้อมชี้ว่า ธุรกิจขนาดเล็กจะได้ประโยชน์อย่างมาก หากสามารถเพิ่มผลิตภาพด้วยการใช้ AI

เขายังระบุว่า นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้ผลักดันให้อินเดียก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลก โดยปัจจุบันมีเงินลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI ภายในประเทศราว 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม รัฐมนตรีรายนี้ได้ชี้แจงต่อรัฐสภาว่า ยุทธศาสตร์ AI ของอินเดียตั้งอยู่บนวิสัยทัศน์ของโมดีในการทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง (democratizing technology) โดยมุ่งแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศ พร้อมสร้างโอกาสและการจ้างงานใหม่ในภาค AI ทั้งนี้อ้างอิง Stanford AI Index Report 2025 อินเดียเป็นประเทศที่นำโลกด้านการสรรหาบุคลากร AI ด้วยอัตราการจ้างงานใหม่ราว 33% ต่อปี

ด้าน S. Krishnan เลขาธิการกระทรวงอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (MEITY) ของอินเดีย กล่าวแยกต่างหากว่าประเทศกำลังพัฒนาในกลุ่มโลกใต้ (Global South) ซึ่งมีงานออฟฟิศหรือแรงงานปัญญา (white-collar jobs) น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว มีความเสี่ยงถูก AI กระทบต่อการจ้างงานต่ำกว่า

เขาอธิบายกับสื่อว่า งานที่ AI จะเริ่มส่งผลกระทบก่อน คือ “งานด้านความรู้และงานเชิงปัญญา” ซึ่งในอดีตแทบไม่ถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรม ต่างจากงานใช้แรงงานที่เคยได้รับผลกระทบมากกว่า และเนื่องจากประเทศใน Global South รวมถึงอินเดีย มีสัดส่วนแรงงานออฟฟิศต่ำกว่า ผลกระทบในภาพรวมจึงน่าจะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า

อย่างไรก็ตามคริชนันย้ำว่า สำหรับอินเดีย ซึ่งแรงงานออฟฟิศจำนวนมากกระจุกตัวในสาขา STEM และอุตสาหกรรมไอที จำเป็นต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้แรงงานไอทีสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ โดยต้องหันไปพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชันมากขึ้น แทนงานเขียนโค้ดหรือโปรแกรมแบบเดิม เพื่อสร้างโอกาสงานใหม่ ควบคู่กับการ reskilling และ upskilling แรงงานไอทีจำนวนมาก

ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม อินเดียมีแรงงานในระบบเทคโนโลยีและ AI มากกว่า 6 ล้านคน และเป็นที่ตั้งของศูนย์ความสามารถระดับโลก (Global Capability Centers) กว่า 1,800 แห่ง ครอบคลุมงานวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และบริการลูกค้า โดยมากกว่า 500 แห่ง มุ่งเน้นด้าน AI โดยเฉพาะ อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับแรงงานทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาลระบุว่าเพิ่มขึ้นเป็น 643.3 ล้านคน ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2567 จาก 475 ล้านคน เมื่อหกปีก่อน

ทั้งนี้ในเดือนมีนาคม 2567 คณะรัฐมนตรีของโมดีได้อนุมัติแผน India AI Mission ด้วยงบประมาณ 1.0372 แสนล้านรูปี หรือราว 1.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อผลักดันให้อินเดียก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ของโลก

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...