สภากทม.ไม่ติดใจ ไฟเขียว! ‘เลื่อนข้อบัญญัติหมา-แมว’ ย้ำ ต้องฝังชิปเชิงรุก ลงไปตามชุมชน
สภากทม.ไม่ติดใจ ไฟเขียว! ‘เลื่อนข้อบัญญัติหมา-แมว’ ย้ำ ต้องฝังชิปเชิงรุก ลงไปตามชุมชน
เมื่อวันที่ 7 มกราคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้คณะบริหาร ตลอดจนข้าราชการ และสมาชิกสภากทม. (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2569
โดยวาระที่น่าจับตา ได้แก่ ญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และการพิจารณาสามวาระรวดเดียว โดยหลังจากที่ นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. เสนอญัตติดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามี ส.ก.จากหลายเขต ร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
ในตอนหนึ่ง นายนภาพล จีระกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางกอกน้อย แสดงความคิดเห็นในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ออกข้อบัญญัตินี้ ว่าตนนั้นไม่อยากให้เลื่อนข้อบัญญัติดังกล่าว อย่างไรก็ดีตนไม่ได้ติดใจที่ทางผู้ว่าฯ ขอขยายเวลาการบังคับใช้ แต่ขอให้เลื่อนแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว
นายนภาพลกล่าวว่า ต้องพูดให้เข้าใจ ว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้รับชมผ่านทาง Facebook ที่ท่านผู้ว่าฯ บอกว่ามีประชาชนที่มีความเป็นห่วงเรื่องเกี่ยวกับการไปฝังไมโครชิปไม่ทัน เกี่ยวกับประเด็นที่ผู้เช่า ไม่สามารถให้ผู้ให้เช่าเซ็นยินยอมให้เลี้ยงสุนัขได้ รวมถึงระยะเวลาในการดำเนินการไม่เพียงพอ
“ข้อบัญญัตินี้หลังจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้เวลา 1 ปี ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน ข้อบัญญัติที่จะบังคับใช้กับประชาชน ตอนนี้ไปที่ไหนก็เยอะ ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรือสัตว์ต่างๆ นอกจากนี้ก็มีสัตว์เลี้ยงอย่างอื่นที่ก่อให้เกิดความรำคาญ เกี่ยวกับปัญหาทางด้านสุขลักษณะ บ้านข้างเคียง เสียงดังบ้าง กลิ่นบ้าง ทำให้สภากรุงเทพมหานครมีความจำเป็นและต้องกล้าหาญในการออกข้อบัญญัติตรงนี้ สิ่งพวกนี้มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน”
“ดูจาก Facebook ท่านผู้ว่าฯ มีคนคอมเมนต์ด่ากรรมการชุดนี้กันเยอะ
ทั้งเรื่องไม่ลงไปดู ไม่แจ้งชาวบ้าน และยังบอกอีกว่าไม่เคยให้ชาวบ้านได้รู้เลย ซึ่งกรรมการชุดนี้เจอการวิจารณ์เยอะมาก ประชาพิจารณ์ครอบคลุมทั้งสถาบัน มหาวิยาลัยที่มีคณะสัตวแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมปศุสัตว์ และองค์กรต่างๆ ที่มีความรักสัตว์ เราขอข้อมูลจากผู้รู้ คือ สัตวแพทย์ ตาม Facebook
ที่ท่านผู้ว่าฯ พูดถึงจำนวนสัตว์ การเลี้ยง พื้นที่ในการเลี้ยง สภากรุงเทพมหานคร มีอำนาจออกหรือไม่อย่างไร ขอลัดรอนสิทธิชาวบ้านบ้าง ผิดกฎหมายจะฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ผมเลยบอกว่าจริงๆ แล้วข้อบัญญัติกฎหมายที่ออกของประเทศเรา ออกแน่นอน มีการลัดรอนสิทธิแน่ๆ ทำให้ชาวบ้านเสียสิทธิบางอย่าง แต่เพื่อส่วนรวม เราไม่ได้ลิดรอนสิทธิหน้าที่หลักที่พี่น้องประชาชนจะต้องได้สิทธิเสรีภาพ ถ้าไม่มีกฎหมายออกมา ก็ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย” นายนภาพล กล่าว
นายนภาพลกล่าวต่อว่า ข้อบัญญัตินี้ที่ออกมา ต้องเรียนว่าทุก
อย่าง ตั้งแต่การประชาพิจารณ์ 90% เห็นด้วย ซึ่งข้อบัญญัติข้อเดียว มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เรายึดถือ การดูแล และ การแก้ไขปัญหาในภาพรวมของกรุงเทพมหานคร ไม่อย่างนั้นไม่สามารถแก้ไขได้
“การดำเนินการที่ท่านผู้ว่าฯ กล่าวว่า จะมีเร่งรัด แผนการดำเนินการจัดฝังไมโครชิป หมา แมว ภายใน 360 วัน ที่ท่านผู้ว่าฯ ขอขยายมา ซึ่งการไปฝังชิป มีสถานที่ให้ฝังน้อยมาก ถ้าเราทำในเชิงรุกน่าจะครอบคลุมกว่านี้ แต่นี่เราไม่ทำเป็นเชิงรุก เราให้ชาวบ้านขนไปสถานที่ ซึ่งไม่ได้มีทุกเขต มีแค่บางเขต ถ้าเป็นไปได้ สำนักอนามัย หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ต้องกระจายและขยาย
ตอนนี้ท่านรับทำโครงการที่ไปรับจับหมา-แมวจรจัด ทำหมัน เราก็น่าจะทำโครงการแบบนี้คือให้ออกไปตามชุมชน ตามพื้นที่ต่างๆ แต่ละเขต ไปทำฝังชิปให้กับสัตว์เลี้ยงแต่ละเขต ไปเรื่อยๆ 1 เขตต่อ 1 สัปดาห์ก็ได้ ฉะนั้นการดำเนินการเชิงรุกในการฝังชิป ผมคิดว่าต้องรีบทำ เพราะการฝังชิปเป็นการแก้ไขปัญหาสัตว์เลี้ยงที่พี่น้องประชาชนมาปล่อยเป็นสัตว์จรจัดไว้ ถ้าเราทำได้ผมคิดว่าปัญหาจะลดลง และดีขึ้น” นายนภาพล กล่าว
นายนภาพล ยังกล่าวถึง ‘ปัญหาเรื่องบ้านเช่า’ ซึ่งกำหนดไว้ในข้อบัญญัตินี้ ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น ซึ่งไม่เคยมีการกำหนด เพราะบ้านเช่า บางคนเช่าอยู่ไม่นานก็ออก แต่เลี้ยงสัตว์ไว้ และเวลาย้ายออกก็ปล่อยสัตว์ทิ้งไว้ กลายเป็นสัตว์จรจัด หากท่านต้องการเลี้ยงสัตว์ ท่านก็ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น หากมีการเลื่อนข้อบัญญัตินี้ไป ตนขอให้กรุงเทพมหานครเร่งดำเนินการในเชิงรุก ในการฝังชิป ระบุตัวตนสุนัขให้ชัดเจน เพื่อจะได้ป้องกันการปล่อยสัตว์เลี้ยงไปเป็นสัตว์จรจัด
“อีกหนึ่งประเด็นที่คนพูดถึงกันเยอะ ที่บอกว่า ‘ใครเป็นผู้เลี้ยง’ ซึ่งในข้อบัญญัตินี้ คนที่ให้อาหารเป็นผู้เลี้ยง จะมีการพูดถึงว่าสัตว์จรจัดที่ผมเป็นคนให้อาหาร กลายเป็นว่าผมเป็นผู้เลี้ยง ในพื้นที่ผมมีคนที่เลี้ยงกับคนที่ได้รับผลกระทบ ทะเลาะกัน มันเกิดปัญหาสังคมจริงๆ
นายนภาพล กล่าวต่อว่า ปัญหาในข้อบัญญัติดังกล่าว เป็นปัญหาที่พบเห็นในพื้นที่จริง และเป็นปัญหาของกรุงเทพมหานคร หาก กทม.ไม่กล้าที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ ตนองว่า กทม.ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ และตอนนี้ทั่วประเทศมองข้อบัญญัตินี้อยู่ ว่ากทม.จะทำได้จริงไหม ถ้าทำได้จริงจะเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาสัตว์เลี้ยงจรจัดได้
“ผมไม่ติดใจที่ท่านผู้ว่าฯ จะขอขยายเวลาในการบังคับใช้ แต่ขอให้เลื่อนแค่ครั้งเดียว ครั้งหน้าไม่ได้ และขอให้กำชับผู้รับผิดชอบ สำนักอนามัย ให้เร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ ประชาสัมพันธ์เยอะๆ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ หรือคนที่มาคอมเมนต์ผ่านโซเชียลต่างๆ ก็พยายามตอบและให้ความเห็น อย่าให้เขาพูดด่าพวกผมคนเดียว ผมเป็นประธานออกข้อบัญญัติ ผมเป็นผู้รับ และเป็นคนพิจารณาเรื่องนี้ ใช้เวลาค่อนข้างเยอะมาก
ฉะนั้น ข้อบัญญัติที่ออกไม่ใช่ความคิดของสภา ไม่ใช่ความคิดของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่ไม่รู้เรื่องเลย แต่เรามีผู้รู้ มาช่วยให้ข้อบัญญัติมีความสมบูรณ์และเป็นไปได้จริง
จริงๆ แล้วใจผมไม่อยากให้เลื่อน แต่ว่าเมื่อไม่มีความพร้อม และอาจจะเกิดปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ชาวบ้าน ในกรุงเทพมหานคร ผมว่าผมก็ไม่ติดใจที่จะให้เลื่อน” นายนภาพล กล่าว
ทางด้าน นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง กล่าวว่า หากเดินลงพื้นที่บางบ้าน ท่านจะเห็นว่าตึกแถวมี 20 ตัว (สุนัข-แมว) ทั้งชั้นบนชั้นล่าง ซึ่งทำอะไรไม่ได้เลยเพราะเจ้าของรักมาก เขามีความสุขกับการเลี้ยงสัตว์ และให้อาหารหมา แมว ตามจุดต่างๆ ทุกวัน เขามีจิตศรัทธา ดังนั้น เรื่องระเบียบร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับนี้ จะทำอย่างไรให้สุนัข แมว ไปฝังไมโครชิปให้หมด
“เราจะทำอย่างไรให้ 1 ปี ที่ผู้บริหารกรุงเทพฯ จะขอขยายไปนี้ ได้มีความพร้อมให้เขาเตรียมพร้อม แล้วกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้โดยสมบูรณ์ในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2570 ว่าจะได้บังคับใช้ได้ และไม่มีผลต่อพี่น้องประชาชน ตรงนี้ผมว่าในช่วงนี้ยังมีเวลา 4-6 เดือน อยากให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ให้สำนักอนามัย ศูนย์บริการสาธารณสุข ทุกศูนย์ เร่งให้ฝังชิปเชิงรุกให้ครอบคลุมมากที่สุด ตามจุดมุ่งหมายที่กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้” นายสุทธิชัยกล่าว
ในส่วนของนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก. เขตคลองสาน กล่าวเสริมว่า ขอบคุณที่ท่านผู้ว่าฯ ที่เสนอเลื่อนการบังคับใช้ข้อบัญญัตินี้ไปก่อน ซึ่งทุกเขตเห็นตรงกัน ประชาชนมีความแพนิคมาก ไม่ใช่ว่าประชาชนไม่อยากทำตามกฎหมาย เชื่อว่า ส.ก.ทุกเขตจะต้องเป็นผู้ที่สะท้อนปัญหาได้ดีที่สุด ว่าอยากจะร่วมมือกับทางกรุงเทพมหานคร
“ผมอยากเสนอท่านประธานเมื่อเรามีการเลื่อนการบังคับใช้ เราไม่อยากให้การทำงานสำนักอนามัย สะดุด หยุดลง ในช่วงเวลานี้เราสามารถดำเนินการโดยให้ประชาชนที่เลี้ยงสุนัข หรือแมวในบ้านตึกบ้านรั้วและชุมชนมาแจ้งว่าตัวเองครอบครองสัตว์เลี้ยงประเภทใดบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นเราจะไม่รู้จำนวนที่จะผลิตไมโครชิป สำหนรับไปฉีดให้สัตว์เลี้ยงมากเท่าไหร่ ก็จะเกิดข้อครหาว่าทำไม ฉันไปจอง ก็จองไม่ได้
*อย่างฝั่งธนฯ ก็จะมีอยู่ศูนย์เดียว แถมยังต้องให้ลงแอพพ์อีก ผู้สูงอายุเขาบอกมาว่า แล้วป้ากับลุงจะลงแอพพ์อย่างไร แค่ลงแอพพ์ก็ไม่เป็นแล้ว ให้หลาน ให้ลูกในบ้านลงให้ก็ไม่มีปัญญาที่จะนำสุนัข แมว ขนขึ้นรถไป และถามว่าจำนวนที่ได้ยินมาก็ตรงกันว่าให้ไม่มาก แต่ถามว่าเขาอยากจะทำหมดทั้งบ้าน 10 ตัว ก็ไม่ได้*
ผมมองว่าในระหว่างนี้อย่าให้เกิดการสะดุดหยุดลง ของสำนักอนามัย ต้องมีทำงานเชิงรุก อย่างที่ท่านประธานที่เป็นผู้ร่างข้อบัญญัตินี้ หรือสมาชิกหลายๆ ท่านมีความเป็นห่วง” นายสมชาย กล่าว
“สิ่งหนึ่งที่ตนเห็นตรงกับหลายท่าน คือ พวกรักสัตว์เลี้ยงเป็นพักๆ คนพวกนี้แปลก แต่ปัจจุบันนี้สุนัขน้อย ปัญหาแมวเยอะขึ้น เพราะแมวออกลูกเยอะ เอาอาหารไปเลี้ยง เอาอาหารไปโยน พอเวลามันถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะมา ฝนตกมันก็เหม็นไปทั่วชุมชน พอขอให้สำนักงานเขตฝ่ายสิ่งแวดล้อมไปตักเตือน ผ่านมา 2 วัน ก็เกิดปัญหาเดิม” นายสมชายกล่าว
นายสมชาย เสริมประเด็นที่นายนภาพล กล่าวอีกว่า ท่านบอกผู้ให้อาหารก็คือเจ้าของ ปัญหานี้ตนเห็นด้วยว่าทำอย่างไรจะควบคุมตรงนี้ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และตนลงทำหมันสุนัข แมว พร้อมกับสำนักอนามัย เป็นประจำทุกเดือน
ในประเด็นเรื่องเจ้าของบ้าน กับบ้านเช่า เขาไม่ยอมหรอกที่จะเอาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน เพื่อต้องรับเป็นเจ้าของสุนัข แมว
“สมาชิกก็ได้พูดไปแล้วว่า เวลาที่ไป ก็ไม่ได้เอาสุนัข แมวของเขาไปด้วย อย่างในเขตผมสุนัขดุมาก พอแจ้งสำนักอนามัยไป สำนักอนามัยบอกว่าเขายังมีการเลี้ยง ให้อาหารอยู่ แสดงว่ามีเจ้าของ แต่จริงๆ คนเช่าบ้านออกไปแล้ว สุนัขดุก็ทำอะไรไม่ได้ ปัญหานี้ผมมองว่า ถ้าข้อบัญญัตินี้ใช้ได้จริงและไม่มีอุปสรรคอะไร สมควรที่จะเดินหน้าต่อ แต่ต้องมีศิลปะในการเดินหน้า ไม่ใช่เดินหน้าไปแบบที่รู้ว่าเกิดการแพนิค เกิดความไม่พร้อมแล้วยังเดินต่อก็ไม่สมควร” นายสมชาย กล่าว
ด้าน นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ กล่าวว่า เห็นด้วยว่าข้อบัญญัตินี้เป็นสิ่งที่ดี แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตเผื่อเรื่องอื่นๆ ในอนาคต ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายน น่าจะทราบกันแล้วว่าข้อบัญญัตินี้ที่ประกาศใช้จะมีปัญหา เพราะตั้งแต่นั้น สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต น่าจะได้รับ inbox หรือเวลาลงพื้นที่จะเจอประชาชนมาถามเรื่องนี้ ยิ่งใกล้กลางเดือนธันวาคม ทุกคนกลัวว่าจะโดนจับ จนปลายปีรู้แล้วว่าจะต้องเลื่อน เพราะไม่มีความพร้อม จึงอยากฝากในส่วนของกรุงเทพมหานคร ว่าจะต้องช่วยกันตั้งกระทู้ และประชาสัมพันธ์
“จริงๆ มีเรื่องพลุอีกด้วย มีช่วงพลุปีใหม่มีกรณีหมา แมว วิ่งออกจากบ้าน จนตอนนี้ผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วเจ้าของบ้านบางหลัง อาจจะพูดติดตลก ‘โชคดีจังเลยไม่ต้องขึ้นทะเบียนแล้วเพราะสุนัขหาย แต่หลายๆท่านน้ำตาตกอยู่ เพราะสัตว์เลี้ยงที่รักหายแล้วยังตามหาไม่เจอ’ ฝากถึงฝ่ายบริหารว่าถ้าในอนาคตเรารู้ว่ามีข้อบัญญัติบางตัวที่คิดว่าพอใกล้ถึงแล้ว แล้วยังไม่ดำเนินการ เราจะได้ดำเนินการก่อน ไม่งั้นเราจะเจอกับความแตกตื่นขึ้นมาอย่างนี้อีก” นายกิตติพงศ์ กล่าว
ปิดท้ายด้วย นายประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล ส.ก. เขตห้วยขวาง เผยว่า ข้อบัญญัติเป็นสิ่งที่ดี และตนเห็นด้วยจากแผนที่ทางท่านผู้ว่าฯ ได้เตรียมไว้ โดยอยากเสริมในสิ่งที่คิดว่าไม่มีความพร้อมจริงๆ คือ เจ้าหน้าที่กรุงเทพหานคร ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในการประชาสัมพันธ์ หรือโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อม ที่ประจำแต่ละสำนักงานเขต
ตนมองว่าผู้ปฏิบัติงาน อาจจะไม่ได้มีความพร้อม หากเป็นไปได้ ทางผู้บริหารควรจะพิจารณาการเพิ่มจำนวนคนของฝ่ายสิ่งแวดล้อมให้มากกว่านี้ เพราะว่าถ้าข้อบัญญัติผ่าน เคสจะเข้ามาเต็ม ฉะนั้นจะทำให้การทำงานของฝ่ายสิ่งแวดล้อม ต้องเพิ่มขึ้นมาก ทำให้การแก้ไขปัญหาอาจจะไม่ทัน
“ไม่แน่ใจว่าการที่จะต้องดำเนินการตามข้อบังคับ มันจะต้องใช้คนเพิ่มให้ท่านช่วยพิจารณาในเรื่องของบุคลากร เพราะข้อบัญญัติที่ออกมา มันก็ทำให้งานในแต่ละฝ่ายของสำนักเขตเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราต้องพิจารณาถึงกำลังคน และความพร้อมของเจ้าหน้าที่ด้วย” นายประพฤทธ์ กล่าวทิ้งท้าย
จากนั้น สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ลงมติ โดยเห็นชอบ กับการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายควบคุมสุนัขออกไป 1 ปี ตามที่ผู้ว่าฯ เสนอเพื่อประโยชน์ของประชาชน ด้วยคะแนนเห็นชอบ 30 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุม 30 คน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภากทม.ไม่ติดใจ ไฟเขียว! ‘เลื่อนข้อบัญญัติหมา-แมว’ ย้ำ ต้องฝังชิปเชิงรุก ลงไปตามชุมชน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th