ส่องพัฒนาการ ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ 8 ปีคืบหน้า 50% เร่งสร้างถึงหนองคาย
ไฮไลต์นโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 2569 ที่แต่ละพรรคกำลังเดินหน้าอ้อนขอคะแนนเสียงจากคนไทยทั้งประเทศ นอกจากแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดูแลปากท้อง ลดภาระค่าเดินทางแล้ว ยังชูนโยบายการเดินหน้ารถไฟความเร็วสูง
โดยมี 2 พรรคที่ประกาศชัดเจน นั่นคือ “พรรคประชาธิปัตย์” จะขยายรถไฟความเร็วสูงช่วงนครราชสีมา-หนองคาย เชื่อมต่อกับประเทศลาวทะลุถึงประเทศจีน ขณะที่ “พรรคไทยก้าวใหม่” ผุดแคมเปญเร่งรัดรถไฟความเร็วสูงสายใต้เชื่อมภาคใต้-กรุงเทพฯ-มาเลเซีย-จีน เพื่อเปิดประตูสู่การค้า การท่องเที่ยว สร้างรายได้เข้าประเทศ
ย้อนดูโครงการ “รถไฟความเร็วสูง” ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการศึกษาทำเป็นแผนแม่บทไว้แล้วครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาค ด้วยระยะทางรวมกว่า 2,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังเคยถูกหยิบขึ้นมาเป็นแผนลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 2 ล้านล้านบาท
ปัจจุบันมีเพียงรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หนองคาย ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน เพียงสายเดียวที่ได้มีการเดินหน้าก่อสร้างอย่างจริงจัง ในเฟสแรกช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250 กิโลเมตร (กม.) ด้วยวงเงินก่อสร้าง 179,412 ล้านบาท แม้ว่าโครงการจะมีความล่าช้าไปบ้างก็ตาม
โดยโครงการได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 มี การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้าง แบ่งการก่อสร้างงานโยธาออกเป็น 14 สัญญา มาถึงปัจจุบัน ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าการก่อสร้างโดยรวมประมาณ 50.20% ยังล่าช้าจากแผนงานประมาณ 23.80%
แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าวว่า จาก 14 สัญญา ในปัจจุบันมี 2 สัญญาที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้แก่ ช่วงกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. และช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กม. ส่วนอีก 12 สัญญาที่เหลือ มี 10 สัญญา อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ตามสัญญาจะทยอยสร้างเสร็จตั้งแต่ในปี 2569-2571 และอีก 2 สัญญา อยู่ระหว่างรอลงนามในสัญญา ได้แก่ ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มีบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือกลุ่ม ซี.พี. เป็นผู้รับสัมปทานโครงการ โดยอยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการแก้ไขสัญญาร่วมทุนฉบับใหม่
อีกสัญญาคือช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. ซึ่งที่ผ่านมาติดปัญหาแบบโครงสร้างทางวิ่งและความสูงสถานีอยุธยา โดยได้ปรับแบบใหม่ให้สอดรับกับพื้นที่มรดกโลกแล้ว อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากกรมศิลปากร คาดว่าภายในปี 2569 จะเคลียร์จบ จากนั้นจะเดินหน้าการก่อสร้าง ตั้งเป้าทั้งโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2572-2573
แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ ร.ฟ.ท.กำลังเร่งรัดโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กม. วงเงิน 335,665 ล้านบาท หลัง ครม.อนุมัติหลักการไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุดอยู่ระหว่างเตรียมเอกสารการประมูลในส่วนของงานโยธา วงเงินก่อสร้าง 237,454 ล้านบาท โดยจะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 8 สัญญา
ประกอบด้วย สัญญาที่ 1 ช่วงนครราชสีมา-โนนสูง ระยะทาง 39.1 กม. วงเงิน 31,030 ล้านบาท สัญญาที่ 2 ช่วงโนนสูง-บัวลาย ระยะทาง 54.9 กม. วงเงิน 33,920 ล้านบาท สัญญาที่ 3 ช่วงบัวลาย-บ้านแฮด ระยะทาง 68.38 กม. วงเงิน 33,110 ล้านบาท สัญญาที่ 4 ช่วงบ้านแฮด-น้ำพอง ระยะทาง 54.35 กม. วงเงิน 33,415 ล้านบาท
สัญญาที่ 5 ช่วงน้ำพอง-อุดรธานี ระยะทาง 64.52 กม. วงเงิน 31,850 ล้านบาท สัญญาที่ 6 ช่วงอุดรธานี-สระใคร ระยะทาง 60.48 กม. วงเงิน 33,490 ล้านบาท, สัญญาที่ 7 ช่วงสระใคร-หนองคาย ระยะทาง 15.38 กม. วงเงิน 32,939 ล้านบาท และสัญญาที่ 8 งานโยธาศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 7,700 ล้านบาท
“ภายในปี 2569 จะเปิดประมูล 3 สัญญาแรกก่อน ส่วนอีก 5 สัญญาที่เหลือจะทยอยเปิดประมูล คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป และเร่งการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2573-2574 เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะเชื่อมโยงการเดินทาง การค้า และการท่องเที่ยวของทั้ง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว จีน” แหล่งข่าวกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องพัฒนาการ ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ 8 ปีคืบหน้า 50% เร่งสร้างถึงหนองคาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net