โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กทม. เผยกฎหมายคุมการเลี้ยงฯ มีผล 10 ม.ค. 69 ย้ำชัด! สัตว์เลี้ยงเดิมจำนวนเกิน เลี้ยงต่อได้ตลอดชีวิต รีบฝังชิป-จดแจ้ง ภายใน 9 เม.ย.

สวพ.FM91

อัพเดต 04 ธ.ค. 2568 เวลา 14.16 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2568 เวลา 13.56 น.

4 ธ.ค. 68 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร รับฟังรายงานความคืบหน้าเรื่องการจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 12/2568 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ข้อบัญญัติจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยงและลดปัญหาสัตว์จรจัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ สำนักอนามัยได้รายงานเพื่อทราบใน 4 ประเด็น ได้แก่

[1] ภาพรวมข้อบัญญัติและการเตรียมความพร้อม

สำหรับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2568 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่จะถึงนี้ ซึ่ง กทม. ได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาระบบการจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์ การหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง NGOs และภาคเอกชน รวมถึงจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน

[2] ขั้นตอนการจดทะเบียนสุนัขและแมว

ในส่วนของขั้นตอนการจดทะเบียนสุนัขและแมว 1. เจ้าของสัตว์พาสุนัขและแมวไปรับการฉีดฝังไมโครชิป 2. ยื่นคำขอจดทะเบียนสัตว์ (คลส. 2) 3. รับบัตรประจำตัวสัตว์ (คลส. 3)

โดยสามารถพาสุนัขและแมวไปฉีดฝังไมโครชิปโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร 8 แห่ง หรือหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ของกรุงเทพมหานคร แต่หากไม่สะดวก สามารถฉีดฝังไมโครชิปที่คลินิก/โรงพยาบาลสัตว์ของเอกชน หรือโรงพยาบาลสัตว์ของรัฐ/คณะสัตวแพทย์ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตามที่แต่ละหน่วยงานกำหนด พร้อมรับใบรับรอง (คลส. 1) เพื่อนำมายื่นคำขอจดทะเบียนสัตว์ต่อไป

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียน ประกอบด้วย 1. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของสัตว์ 2. ทะเบียนบ้านที่สัตว์อาศัยอยู่ (ในพื้นที่ กทม.) 3. ใบรับรอง (คลส. 1) และ 4. หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า ในกรณีเป็นผู้เช่า โดยยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่ คลินิกสัตวแพทย์หรือหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ของกรุงเทพมหานคร (ให้บริการครบวงจรทั้งฉีดฝังชิปและจดทะเบียนในที่เดียว) สำนักงานเขต หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางเว็บไซต์ https://petregis.bangkok.go.th/

[3] ผลการฉีดฝังไมโครชิป

จากการสำรวจประชากรสุนัขและแมว ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีสุนัข 54,860 ตัว มีแมว 124,194 ตัว โดยสุนัขได้รับการฉีดฝังชิปและจดทะเบียนแล้ว 34,296 ตัว (62.5%) แมวได้รับการฉีดฝังชิปและจดทะเบียนแล้ว 13,768 ตัว (11.09%)

[4] แผนการดำเนินงานถัดไป

ด้านการดำเนินงานระยะถัดไปจะมีการการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งข้อกำหนดพื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์แต่ละประเภท รวมถึงเน้นย้ำเรื่องการจดทะเบียนก่อนกฎหมายบังคับใช้ โดยสัตว์เลี้ยงเดิม (เลี้ยงก่อน 10 ม.ค. 69) จะไม่ถูกจำกัดจำนวนที่เลี้ยง คือหากเลี้ยงเกินจำนวนที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก ก็ยังสามารถเลี้ยงต่อได้จนกว่าสัตว์นั้นจะสิ้นอายุขัย ซึ่งสำหรับสุนัขและแมวขอให้มาฉีดฝังไมโครชิปและจดทะเบียน ส่วนสัตว์อื่น เช่น ม้า, นก, เป็ด ขอให้แจ้งจำนวนที่เลี้ยง ก็จะสามารถเลี้ยงต่อจนสิ้นอายุขัยได้เช่นกัน ทั้งนี้ ประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์เกินกว่าจำนวนที่กำหนด ให้แจ้งภายในวันที่ 9 เม.ย. 69 กรณีสัตว์เลี้ยงใหม่ (เลี้ยงหลัง 10 ม.ค. 69) จะจำกัดจำนวนการเลี้ยงตามข้อบัญญัติ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงสุนัขและแมวต้องมีการฉีดฝังไมโครชิปและจดทะเบียน

● สั่งการ: เร่งขยายบริการ และสำรวจความปลอดภัยโรงเรียน-ศูนย์เด็กเล็ก

จากนั้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้กำชับว่า เหลือระยะเวลาเพียง 1 เดือน ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ ให้เร่งขยายบริการให้ทั่วถึง สื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนทราบ เนื่องจากปัจจุบันยังมีประชาชนจำนวนมากไม่เข้าใจรายละเอียด พร้อมสั่งการให้ผู้บริหารเขตทุกพื้นที่ตรวจสอบสภาพรั้วโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กป้องกันสุนัขจรจัดเข้าพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของเด็กและบุคลากร

● เน้นย้ำ: เงื่อนไขการจดแจ้งสัตว์เก่า-สัตว์ใหม่

ด้านรองผู้ว่าฯ ทวิดา ได้เน้นย้ำว่า การสื่อสารของเจ้าหน้าที่เขตต้องตรงกัน คือ “สัตว์เลี้ยงเก่า ไม่จำกัดจำนวน แต่ต้องฝังชิปและจดทะเบียน ส่วนสัตว์เลี้ยงใหม่ จำกัดจำนวน และต้องฝังชิปและจดทะเบียน” โดยกฎหมายจะบังคับใช้ 10 ม.ค. 69 แต่จะมีระยะเวลาผ่อนผันให้สามารถแจ้งสัตว์เลี้ยงเกินจำนวนภายใน 3 เดือน และเริ่มบังคับใช้จริงจังตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 69 เป็นต้นไป

ในส่วนของลูกสัตว์ที่เกิดเกินจำนวนภายหลังข้อบัญญัติฯ มีผลบังคับใช้ (10 ม.ค. 69) รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครจะช่วยให้คำแนะนำ โดยหากยังเกินจำนวนหลังระยะเวลาผ่อนผัน (9 เม.ย. 69) จะประสานช่องทางอุปการะหรือรับมาดูแลที่ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) สำหรับสุนัขและแมวในวัดนั้น ข้อบัญญัติฯ นี้ ยังไม่ครอบคลุมโดยตรง เนื่องจากสุนัขและแมวในวัดไม่มีเจ้าของ โดยแนวทางเบื้องต้น หากสุนัขหรือแมวที่มีพระหรือฆราวาสแสดงตัวเป็นเจ้าของ ให้เจ้าของมาดำเนินการฉีดฝังชิปและจดทะเบียน หากเป็นสุนัขหรือแมวจรจัดที่มาอาศัยอยู่ในวัด ให้ดูแลตามแนวทางสัตว์จรจัด อาทิ ทำหมัน ฉีดวัคซีน แต่หากดุร้ายหรือเป็นปัญหาจนเกิดข้อร้องเรียน ให้ประสานกรุงเทพมหานครนำออกจากวัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...