ส่องค่าบำรุงรัษา Tesla Model 3 หลังเปิดตัวในไทย ถ้าผ่านไป 5 ปี 50,000 กม.ต้องจ่ายเท่าไร
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2022 ที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องฮือฮาอย่างมากจากการที่ Tesla (เทสล่า) ประกาศเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นคือ Tesla Model 3 (เทสล่า โมเดล 3) และ Tesla Model Y ในราคาที่ต่ำกว่า 2 ล้าน
แต่ทุกท่านสงสัยกันบ้างไหม ว่าเขามีค่าบำรุงประจำปีอยู่ที่เท่าไร แพงกว่ารถทั่วไปหรือไม่ เราจะพาไปดูกัน
ราคาไม่ทางการ
ก่อนอื่นต้องกล่าวก่อนว่า Tesla ประเทศไทยนั้นยังไม่มีการประกาศราคาค่าซ่อมบำรุงประจำปีออกมาให้เราเห็นอย่างเป็นทางการ รวมถึงในต่างประเทศด้วยช่นกัน
ทำให้การคำนวนค่าซ่อมบำรุงนั้นเป็นเรื่องที่ยาก เพราะมีอัตราค่าบริการและอะไหล่ รวมถึงค่าเงินในแต่ละประเทศแตกต่างกันออกไป
แต่ได้มีการเผยตารางค่าบำรุงของ Tesla Model 3 ของดีลเลอร์แห่งหนึ่งที่รับซ่อมและดูแล โดยจะเป็นรถที่ใช้ระยะทาง 10,000/1 ปี เป็นเวลา 5 ปีให้ดูกันเป็นตัวอย่าง เพราะฉะนั้นนี่จะไม่ใช่ราคาของ Tesla ประเทศไทยแต่อย่างใด
อ่านเพิ่มเติม Tesla ทุบราคา Model 3 และ Model Y ในไทย
10,000 - 20,000 กิโลเมตร
10,000-20,000 กม. ระยะ 10,000 20,000 รายการ ราคา ตรวจสอบเช็คระยะ 1,500 1,500 ไส้กรองอากาศ - 1,800 รวม 1,500 3,300
30,000 - 40,000 กิโลเมตร
30,000-40,000 กม. ระยะ 30,000 40,000 รายการ ราคา ตรวจสอบเช็คระยะ 1,500 1,500 ไส้กรองอากาศ - 1,800 ถ่ายน้ำระบบหล่อเย็น - 1,000 รวม 1,500 4,300
50,000 กิโลเมตร
50,000 กม. ระยะ 50,000 รายการ ราคา ตรวจสอบเช็คระยะ 1,500 รวม 1,500
เป็นเท่าไร
สรุปว่า ค่าบำรุงรักษาทั้งค่าอะไหล่เเละค่าบริการ รวมทั้งหมดเพียงเเค่ประมาณ 35,000 บาทเท่านั้น กรณีใช้รถ 5 ปี/50,000 กิโลเมตร ไม่รวม ยางรถยนต์, เเบตเตอรี่, และยางใบปัดน้ำฝน
หรือหากจะอ้างอิงราคาของที่ปัดน้ำฝนจากในเว็บไซต์ของเทสล่าเอง จะมีราคาอยู่ที่ 66 ดอลลาร์สหรัฐ แปลงเป็นเงินไทยสูงถึง 2,100 บาท แต่ที่ไทยน่าจะมีของแทนกันได้อยู่แล้ว จึงราคาไม่ควรสูงเท่านี้
ค่าอะไหล่อื่น ๆ เพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังมีค่าอะไหล่อื่น ๆ ที่ควรเปลี่ยนเมื่อจำเป็น ดังนี้
- เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรค 1,200 บาท (ควรเปลี่ยนทุกๆ 2 ปี)
- เปลี่ยนผ้าเบรคคู่หน้า 8,000 บาท
- เปลี่ยนผ้าเบรคคู่หลัง 7,000 บาท
- เซ็นเซอร์ผ้าเบรคคู่หน้าเเละหลัง 1,200 บาท
- เจียรจานเบรค 4 ใบ 1,200 บาท
ทั้งหมด มีค่าบริการ 1,600 บาท รวม 19,000 บาท
เปลี่ยนยางบ่อย
นอกจากนี้ ยังมีเสียงจากผู้ใช้งานจริง กล่าวว่าต้องเปลี่ยนยางบ่อยทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร เนื่องจาก Tesla Model 3 เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง อีกทั้งยังเป็นรถที่มีแรงบิดสูงมาก
ซึ่งเวลาออกตัวหรือเบรค (รีเจน) ก็จะใช้ล้อหลังเป็นหลัก ทำให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับ 2 ล้อนั้นกินยางไปมากกว่ารถยนต์น้ำมันทั่วไป
อ่านเพิ่มเติม Tesla Model S เกือบ 10 ปี ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ลดไม่ถึง 10%
เรื่องของแบตเสื่อม
จริง ๆ หากคุณอยู่ที่อเมริกา ทางเทสล่าเขามีการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตรให้อยู่แล้ว และยังสามารถเปลี่ยนได้ฟรีอีกด้วย
แต่หากคุณอยู่ไทยก็ยังไม่มีราคาแบตเช่นกัน ซึ่งจากการอ้างอิงของเว็บไซต์ต่างประเทศ พบว่าราคาแบตเทสล่า โมเดล 3 มีราคาอยู่ที่ประมาณ 13,500 ดอลลาร์ไม่รวมค่าแรง หรือเงินไทย 443,000 บาท ซื้ออีโคคาร์คันเล็ก ๆ ได้เลย
ทดสอบแบตเสื่อมหลัง 7 ปี
มีผู้ใช้ Tesla Model S ในต่างแดน เคยทำการทดสอบว่าแบตเสื่อมลงเท่าไหร่หลังจากใช้รถมา 7 ปี ใช้วิธีการนำรถออกวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 90 กม./ชม. อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาว่ารถใช้ไฟฟ้าในการวิ่งเท่าไหร่ต่อกิโลเมตร
และเมื่อแบตใกล้หมด ก็จะนำไฟฟ้าที่ใช้ในการวิ่งต่อกิโลเมตร มาดูว่ารถสามารถใช้แบตเตอรี่ได้กี่ kWh
และนำมาเทียบกับ 75 kWh ที่เป็นความจุเดิมของแบตเตอรี่รถที่มาจากโรงงาน เพื่อหาว่าแบตเสื่อมลงไปกี่ % จากเมื่อ 7 ปีก่อน
ผลที่ออกมาคือ Tesla Model S P85 ใช้แบตไปทั้งหมด 68.6 kWh เมื่อขับไป 426.5 กม. โดยแบตยังเหลือ 4%
หากคำนวนว่าใช้จนหมดเหลือ 0 เท่ากับว่าจะใช้แบตไปทั้งหมดที่เหลืออยู่ซึ่งก็คือ 71.5 kWh และทำระยะทางได้สูงสุด 444 กม.
เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่จากเดิม 75 kWh หมายความว่า แบตเสื่อมลงไปเพียง 5% เท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม ทำไม 2022 Tesla Roadster ถึงเป็นรถอันตราย
อย่างไร็ตาม เรื่องของแบตเตอรี่เสื่อม ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ว่าขับบ่อย และขับทางไกลแค่ไหน เพราะการชาร์จไวบ่อย จะทำให้แบตเสื่อมได้ง่ายขึ้น เพราะการกลับมาชาร์จไฟบ้าน ถึงแม้จะใช้เวลาชาร์จนานกว่า แต่ก็ยืดอายุแบตได้ดีกว่า
ในส่วนของอะไหล่ ถือว่าแพงกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันอยู่บ้าง ตรงที่ไม่ต้องมีการถ่ายน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเกียร์ แต่เปลี่ยนไปเช็ตระยะกับระบบคอมพิวเตอร์แทน รวมถึงมีค่าบริการที่แพงอยู่เหมือนกัน
หากใครจะซื้อมาใช้ ควรศึกษาเรื่องการซ่อมแซมให้ดี มีเงินซื้อรถแล้วต้องเผื่อค่าซ่อมได้ด้วย