โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สิ้น หลวงปู่เหลือง เกจิชื่อดังแห่งอีสานใต้

สยามนิวส์

เผยแพร่ 10 ม.ค. 2566 เวลา 04.02 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
สิ้น หลวงปู่เหลือง เกจิชื่อดังแห่งอีสานใต้

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 66 เพจ คณะศิษย์ หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร วัดสันติวนาราม อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี อยู่ที่ วัดกระดึงทอง (หลวงพ่อเหลือง) ได้เผยข้อความระบุว่า พระเทพมงคลวัชราจารย์ #หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม วัดกระดึงทอง ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา ๐๒.๔๕ น. ตรงกับวันอังคารที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๖ สิริอายุ ๙๕ ปี ๗ เดือน ๙ วัน พรรษา ๗๖

• #ชีวประวัติปฏิปทาหลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม ท่านนับเป็นศิษย์อาวุโสรูปหนึ่งของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล , ท่านพ่อลี ธัมมธโร , หลวงปู่ฝั้น อาจาโร , หลวงปู่มหาเขียน ฐิตสีโล หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านเจริญรอยตามครูบาอาจารย์ของท่านคือ แน่วแน่กับการปฏิบัติภาวนาไม่เสื่อมคลาย อยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย นับเป็นพระมหาเถระที่ควรแก่การอัญชลี หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม ท่านมีนามเดิมว่า เหลือง เกิดในสกุล ทรงแก้ว

ท่านถือกำเนิดในยามใกล้รุ่งของวันอังคารที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๐ ที่บ้านนาตรัง หมู่ที่ ๒ ต.เขวาสินรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นบุตรคนที่ ๖ ของนายเที่ยง ทรงแก้ว และนางเบียน ทองเชิด หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แล้วต่อมาท่านได้ออกจาริกเดินตามหลังพระพี่ชายไปเมื่อตอนอายุ๑๖ ปี พระพี่ชายทั้งสองคือพระครูสมุห์ฉัตร ธัมมปาโล และพระอาจารย์สมุห์เสร็จ ญาณวุฑโฒ ซึ่งพระทั้งสองเป็นศิษย์หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น มือขวา ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยทั้งหมดได้ออกธุดงค์ในปี พ.ศ.๒๔๘๖ จากสุรินทร์ไปถึงนครราชสีมา ไปฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ระยอง

หลังจากนั้นชีวิตของหลวงปู่เหลืองก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะท่านมีบุญได้พบครูบาอาจารย์หลายรูป อาทิ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระผู้สรุปอริยสัจ ๔ จนได้รับการขนานนามว่า เจ้าแห่งจิต นอกจากนั้นท่านยังได้มอบกายถวายใจเป็นศิษย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร รวมทั้งได้พบและศึกษาธรรมกับท่านพ่อลี ธัมมธโร แห่งวัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรี อีกด้วย หลวงปู่เหลือง เล่าถึงอดีตเมื่อครั้งที่ท่านไปกราบท่านพ่อลี ที่วัดป่าคลองกุ้งว่า

ตอนนั้นวัดป่าคลองกุ้งยังเป็นป่าอยู่ ต้นไม้ใหญ่ๆ มีศาลทำบุญไม้หนึ่งหลังและกุฏิกรรมฐานเล็กๆ ตั้งอยู่ตามโคนต้นไม้ เงียบสงัด พระฉันแล้วก็เข้ากรรมฐานหมด ไม่เพ่นพ่านรุ่งเรืองเหมือนสมัยนี้ ไปพักอยู่กับท่าน ๑ เดือน บอกกับท่านว่าจะขอธุดงค์ต่อไปทางบ่อไพลิน เข้าสู่แดนเขมร ท่านพ่อลีก็ห้าม เพราะตอนนั้นเป็นช่วงปลายสงครามโลก เหตุการณ์ยังไม่ปกติ เกรงจะเป็นอันตราย แต่พระอาจารย์ฉัตรพี่ชายก็จะขอไปให้ได้ ก็ต้องยอมผ่อนผันให้ไป ท่านพ่อลีเมตตาอาตมามากเพราะยังเป็นเด็ก กลัวจะลำบาก ท่านเลยบอกว่า จะให้คาถากันตัว สั่งให้ท่องไว้ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวเสือช้างอะไรทั้งสิ้น คาถาของท่านยังจำได้จนถึงบัดนี้ว่า.. นะบัง โมบัง พุทโธบังหน้า ธัมโมบังหลัง

หลวงปู่เหลืองเล่าต่อไปว่า สภาพบ้านเมืองในขณะนั้น ชั่งมีความแตกต่างจากปัจจุบันนี้มากนัก เพราะท่านใช้เวลาในการเดินทาง ๓ วัน ๓ คืน บุกป่าฝ่าดงจากจันทบุรีทะลุถึงบ่อไพลิน ตามรายทางนั้น ท่านเห็นพลอยเกลื่อนกลาด แต่ไม่ได้เก็บเพราะอาจารย์ฉัตรท่านว่า เรามาธุดงค์แสวงบุญไม่ได้มาหาเพชรพลอย การธุดงค์ครั้งนั้น จบลงด้วยการย้อนกลับมาที่วัดป่าศรัทธารวม จ.นครราชสีมา หากศึกษาย้อนกลับไปในอดีตระหว่างปี พ.ศ.๒๔๗๕ - ๒๔๘๗ พบว่า ณ วัดป่าศรัทธารวมในขณะนั้น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นสดมภ์หลักในการบุกเบิกขยายวงพระกรรมฐาน

โดยใช้จังหวัดนครราชสีมาเป็นฐาน โดยท่านเองรับเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้อยู่ถึง ๑๒ ปี ( พ.ศ. ๒๔๗๕-๒๔๘๗) วัดป่าศรัทธารวมซึ่งเป็นป่าช้าเก่าในสมัยนั้น นับเป็นศูนย์รวมของพระกรรมฐานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น พระมหาปิ่น ปัญญาพโล หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี หลวงปู่ภุมมี ฐิตธัมโม หลวงปู่หลุย จันทสาโร หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ ฯลฯ ส่วนหลวงปู่เหลืองได้เข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ฝั้น ขณะอายุ ๑๗ ปี หรือราวช่วง พ.ศ. ๒๔๘๖-๒๔๘๗ โดยบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา มีพระโพธิวงศาจารย์(สังข์ทอง นาควโร) หรือเจ้าคุณโพธิฯเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาลุถึงปี พ.ศ.๒๔๙๐ จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ วัดป่าศรัทธารวมนั่นเอง

ขอบคุณ ภาพจาก คณะศิษย์ หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร วัดสันติวนาราม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...