TRUE-DTAC มุมมอง ASPS หลังศาลยกคำร้อง
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส หรือ ASPS ระบุว่า ศาลปกครองกลางมีคำวินิจฉัยยกคำร้อง (ไม่รับคำร้อง) ของสภาองค์กรผู้บริโภคกับพวก ที่ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ชะลอการควบรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทคไว้ก่อนที่จะมีคำพิพากษาในเรื่องที่มีการฟ้องร้อง 4 ประเด็นหลัก ฝ่ายวิจัยมองว่าการที่ศาลฯ ไม่รับคำร้องดังกล่าว เป็นปัจจัยบวกระยะสั้นต่อราคาหุ้น TRUE และ DTAC เพราะทำให้กระบวนการควบควมกันระหว่างทรู-ดีแทค ยังสามารถดำเนินต่อไปได้
ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “SWITCH” จาก TRUE ไป “ซื้อ” DTAC (ราคาเป้าหมาย 56 บาท) เนื่องจากคาดหวังศักยภาพการแข่งขันที่แข็งแกร่งขึ้น และต้นทุนในการแปลงหุ้น DTAC ไปเป็นบริษัทใหม่ยังต่ำกว่าการแปลงจาก TRUE ไปเป็นบริษัทใหม่
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 65 ศาลปกครองกลางได้ยกคำร้อง (ไม่รับคำร้อง) ของสภาองค์กรผู้บริโภคกับพวก ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ชะลอการควบรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทคไว้ก่อนที่จะมีคำพิพากษาในเรื่องที่ได้มีการฟ้องกสทช. และสำนักงานกสทช. ในกรณีที่มีมติรับทราบการควบรวม โดยศาลฯได้มีคำวินิจฉัยใน 4 ประเด็น สรุปได้ดังนี้
ประเด็นที่1: การที่ประธาน กสทช. ลงมติชี้ขาดเพิ่มอีก 1 เสียง หลังที่ประชุมมีคะแนนเสียงเท่ากัน 2 ต่อ 2 นั้น เป็นอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ของระเบียบการประชุม
ประเด็นที่ 2: การที่ กสทช. มีมติรับทราบการควบรวมธุรกิจกันระหว่างทรูและดีแทค โดยกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายและประกาศเรื่องการรวมธุรกิจฯ ปี 2561 แล้ว นอกจากนี้ตามประกาศเรื่องการผูกขาดฯ ปี 2549 ไม่อาจแปลความได้ว่าการรวมธุรกิจทุกกรณีจะต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช.
ประเด็นที่ 3: หลังการรวมธุรกิจ หาก กสทช. เห็นว่ามีผลกระทบหรือฝ่าฝืนมาตรการที่ระบุไว้ กสทช. มีอำนาจระงับการกระทำ ยกเลิก เพิกถอน ปรับ เพิ่มเติมหรือปรับปรุงเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะใหม่ได้ตามความเหมาะสม
ประเด็นที่ 4: คดีนี้เป็นคำฟ้องที่ขอให้เพิกถอนมติรับทราบของ กสทช. ที่มีต่อการควบรวมกัน โดยผู้ฟ้องมีสิทธิขอให้ศาลสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งดังกล่าว (ชะลอมติรับทราบ) ไว้เท่านั้น แต่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. , คณะกรรมการ ก.ล.ต. และนายทะเบียนบริษัทมหาชนฯ มิได้เป็นคู่กรณีในคดีนี้ และมิใช่คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจในการควบคุมกำกับดูแลทั้งทรูและดีแทค ดังนั้นคำขอที่ให้หน่วยงานดังกล่าวชะลอหรือระงับการรับซื้อหุ้นคืน รวมถึงชะลอหรือระงับการรับจดทะเบียนและการดำเนินการควบบริษัทไว้จนกว่าศาลฯจะมีคำพิพากษานั้น เป็นคำขอที่ศาลไม่อาจรับไว้พิจารณาได้
ฝ่ายวิจัยมองว่าข่าวนี้เป็นปัจจัยบวกระยะสั้นต่อทั้งหุ้น TRUE และ DTAC เพราะเมื่อศาลฯ ไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวออกมาจะทำให้การควบรวมดำเนินต่อไปได้ตามปกติ ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “SWITCH” จาก TRUE (ราคาเป้าหมาย 5.35 บาท) ไป “ซื้อ” DTAC (ราคาเป้าหมาย 56 บาท) เนื่องจาก 1) คาดหวังศักยภาพในการแข่งขันที่เข้มแข็งขึ้นหลังควบรวมเป็นบริษัทใหม่ และ 2) หากอิงราคาหุ้นปัจจุบันและอัตราการแปลงหุ้นจาก DTAC ไปเป็นบริษัทใหม่ (1 หุ้น DTAC : 6.13444 หุ้นบริษัทใหม่) ยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการแปลงจากหุ้น TRUE ไปเป็นบริษัทใหม่ (1 หุ้น TRUE : 0.60018 หุ้นบริษัทใหม่)
อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNATELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_newsTwitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1