โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UAC โชว์ผลงาน 9 เดือนแรก กวาดรายได้ 1,276.70 ล้านบาท ส่งซิก Q4 พีคบุ๊กรายได้ธุรกิจผลิตปิโตรเลียม-EV Charging Station

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 03.07 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2565 เวลา 11.53 น.

บมจ. ยูเอซี โกลบอล (“UAC”) ประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการขายและบริการ 1,276.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 145.93 ล้านบาท หรือ 12.91% (YoY) และมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัท 84.59 ล้านบาท จากการขยายตัวในกลุ่มธุรกิจ Trading Manufacturing-Energy และ Manufacturing-Chemicals ด้าน CEO “ชัชพล ประสพโชค” ส่งซิก Q4/2565 ผลงานสดใส หลังแหล่งผลิตปิโตรเลียม L11/43 จังหวัดสุโขเริ่มจำหน่ายน้ำมันดิบได้แล้ว และโครงการ EV Charging Stationได้เปิดบริการแล้ว 2 สถานี จ่อเดินหน้าขยายต่อให้ครบ 50 สถานี หรือ 150 หัวจ่ายภายในปีหน้า
นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ “UAC” แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงผลประกอบการงวด 9 เดือนแรก ปี 2565(สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565) ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 1,276.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 145.93ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.91(YoY) และมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัท 84.59 ล้านบาท ลดลง 55.99% และได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องที่ 83.46 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขาดทุน stock เนื่องจากการปรับจาก B7เป็น B5ทำให้ความต้องการใช้ลดลง และ EBITDA อยู่ที่ 206.21 ล้านบาท โดยมี Gross Margin 13.46%
ส่วนไตรมาส 3/2565 มีรายได้จากการขายและบริการ 412.46 ล้านบาท ลดลง 8.53 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 2.03 (YoY) และมีผลขาดทุนส่วนที่เป็นของบริษัท 5.27 ล้านบาท โดยมี Gross Margin 15.73% ส่งผลให้ EBITDA ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 38.07ล้านบาท
โดยในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการรักษาสภาพคล่องและขยายธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พยายามควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากกลุ่มธุรกิจ Trading ซึ่งมีรายได้รวมทั้งสิ้น 820.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้ของยอดขายในกลุ่ม Industrial 84.51 ล้านบาท ขณะที่ในส่วน Energy มียอดขายลดลง 38.94 ล้านบาท จากปัญหาการขนส่งสินค้า ซึ่งบริษัทฯคาดว่าไตรมาส 4 จะสามารถเพิ่มยอดขายให้กลับมาได้ตามประมาณการที่วางไว้
ส่วนกลุ่มธุรกิจ Manufacturing - Energy มีรายได้รวมทั้งสิ้น 149.32 ล้านบาท จากการดำเนินงานของโรงงาน PPP ได้รับ Associated Gas ตามแผนที่วางไว้ และราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น เช่นเดียวกับ โรงไฟฟ้าเสาเถียรและโรงไฟฟ้าประดู่เฒ่า สามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงกว่าแผนที่วางไว้ และโรงไฟฟ้าพืชพลังงานแม่แตงมีรายได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีวัตถุดิบเพียงพอ และกลุ่มธุรกิจ Manufacturing – Chemicals มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 306.93 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นยังต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงสูงขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี
นอกจากนี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ “UAC” ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/2565 ว่า มีการเติบโตได้อย่างโดดเด่น พร้อมทั้งตอกย้ำความมั่นใจว่าทั้งปี บริษัทฯมีความสามารถทำรายได้แตะระดับ 2,000 ล้านบาท ตามเป้าหมาย ทั้งนี้เป็นผลจากการฟื้นตัวของธุรกิจเทรดดิ้ง รวมถึงการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นหลังจากการดำเนินการขุดเจาะน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตปิโตรเลียมL11/43 จังหวัดสุโขทัย ได้สำเร็จตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา และได้เริ่มจำหน่ายน้ำมันดิบแล้ว ขณะเดียวกันบริษัทฯคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้จากการเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station)ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ภายใต้บริษัทร่วม บจก.พีพีดับบลิวอี (PPWE) ในเฟสแรก 2 สถานี หรือ 4 หัวชาร์จ ณ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงคาลเท็กซ์ โนนสูง และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงคาลเท็กซ์ วิภัชรุ่งเรือง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งนี้เตรียมเดินหน้าขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มให้ครบ 50 สถานี หรือ 150 หัวจ่าย เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ
และล่าสุดบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการโอนหุ้นของบริษัท ยูเอซี แอ็ดวานซ์ โพลิเมอร์ แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด (“UAPC”) บริษัทย่อย ในสัดส่วนร้อยละ 70 ของทุนจดทะเบียนในอนาคตให้กับกับ ICAP-SIRA CHEMICALS AND POLYMERS SPA. (“ICAP-SIRA”) และ ICAP-SIRA ASIA PTE. LTD. (“ICAP-SIRA ASIA”) หรือกลุ่ม ICAP-SIRAจากประเทศอิตาลี ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนแล้วเสร็จได้ภายในเดือนมกราคม 2566
อย่างไรก็ตาม จากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทดเทน เคมีภัณฑ์ที่ และขยายธุรกิจเทรดดิ้ง พร้อมขับเคลื่อนองค์กรการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารงานภายใต้หลักบรรษัทภิบาล (Environment, Social and Governance : ESG)แม้จะอยู่ในช่วงเวลาและสภาพเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI ) ประจำปี พ.ศ. 2565 (ประเภทกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน และได้รับ CGR ระดับ 5 ดาว “Excellent” เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...