โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้จัก เกษตรพันธสัญญา ที่มาหมูถูก 60 บาท/กิโล จ.ระยอง แต่ขายไม่ได้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ม.ค. 2565 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 08.55 น.

ทำความรู้จัก “เกษตรพันธสัญญา” ที่มาดราม่าหมูหน้าแผงแพง หมูหน้าฟาร์มราคาถูก 60 บาท/กิโล แต่ขายปลีกไม่ได้ 

วันที่ 19 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนางปริญทิพย์ ศึกษา ภรรยาเจ้าของฟาร์มเลี้ยงหมู  จ.ระยอง ออกมาวิจารณ์ว่า ทำไมหมูจึงขึ้นราคาขนาดนี้ ทั้งที่คนเลี้ยงหมูไม่มีคนมาซื้อ แถมยังขายราคาหน้าฟาร์มแค่ 60 บาท/กิโลกรัม

ขณะที่ ผู้บริโภคกลับต้องซื้อหมูในราคาพุ่งสูงกว่า 220 บาท

คำถามคือ “ไม่รู้ไปแพงตรงไหน”

คนเลี้ยงขายได้ราคาถูก ผู้บริโภคซื้อแพง เรื่องหมูฟาร์มไม่มีคนซื้อ ไม่ได้ประสบปัญหาเฉพาะฟาร์มเดียว แต่ ประสบปัญหากันหลายฟาร์ม ทั้ง จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด ที่มีหมูครบอายุขายคงค้างอยู่ฟาร์มหลายหมื่นตัว ทำให้ผู้เลี้ยงต้องแบกรับภาระค่าอาหารจนแทบจะรับไม่ไหวแล้ว

ทั้งนี้ ภายหลังมีการเปิดเผยโดยสามีของนางปริญทิพย์ว่า ที่ขายราคาแค่ 60 บาท/กิโลกรัม เนื่องจากเป็นฟาร์มที่ทำสัญญากับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยมีการทำสัญญาประกันราคาไว้ที่ 60 บาท/กิโลกรัม กำหนดเวลาเลี้ยงไว้ที่ 150 วัน หรือน้ำหนักตัวหมู 120-130 กิโลกรัม/ตัว

โดยเริ่มตั้งแต่ซื้อลูกหมูมาเลี้ยง จนกระทั่งโตตามกำหนดคือ 5 เดือน หรือน้ำหนักประมาณ 120-130 บาท ปัจจุบันในฟาร์มมีหมูจำนวน 1,400 ตัว มีน้ำหนักได้ตามกำหนดแล้ว ติดต่อไปก็ยังไม่มีการมาจับ

จึงเกรงว่าจะเหมือนกับฟาร์มที่ จ.ตราด ต้องยืดเวลาเลี้ยงไปถึง 170 วัน ต้องแบกภาระค่าอาหารเพิ่มไปอีก 20 วัน ซึ่งการเลี้ยงสัตว์ในลักษณะดังกล่าวหลายคนตีความว่า เป็นการเลี้ยงแบบ “เกษตรพันธสัญญา (Contract Farming)” 

เกษตรพันธสัญญาที่ว่าคืออะไร?

การทำเกษตรแบบพันธสัญญา คือ การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าระหว่างผู้ผลิตหรือเจ้าของฟาร์มกับคู่สัญญา ซึ่งคู่สัญญาจะเป็นผู้รับประกันราคาซื้อขายด้วย โดยมักเป็นบริษัทเอกชนที่สัญญาว่าจะซื้อผลผลิตคืนจากอีกฝ่ายในราคาที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น เรียกว่า “ราคาประกัน” ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อครบกำหนดสัญญา

ขณะที่ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ให้นิยามเกษตรพันธสัญญา ไว้ว่า

“ระบบการผลิต ผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรที่เกิดขึ้นจากสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรกับบุคคลธรรมดา ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม ตั้งแต่ 10 รายขึ้นไป หรือกับสหกรณ์การเกษตร/กลุ่มเกษตรกร หรือกับวิสาหกิจ ชุมชน/เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ที่มีเงื่อนไขในการผลิต จำหน่าย หรือจ้างการผลิตผลิตผล หรือบริการทางการเกษตรอย่างหนึ่งอย่างใด โดยเกษตรกรตกลง ที่จะผลิตจำหน่าย หรือรับจ้างผลิตตามจำนวน คุณภาพ ราคา หรือระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ และผู้ประกอบธุรกิจตกลงที่จะซื้อหรือจ่ายค่าตอบแทนตามสัญญา โดยผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรเข้าไป มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตด้วย”

อย่างไรก็ตาม ในการทำเกษตรพันธสัญญาในปัจจุบัน ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ฉายภาพโครงสร้างทางตลาดของการเกษตรรูปแบบนี้ว่า เป็นไปในลักษณะตลาดผูกขาดน้อยราย เนื่องจากบริษัทผู้ว่าจ้างมีน้อยรายและส่วนใหญ่ยังเป็บริษัทที่มีขนาดใหญ่ ส่วนฝ่ายเกษตรกรมีผู้เลี้ยงเป็นจำนวนมาก ทำให้บริษัทว่าจ้างมีอำนาจต่อรองมากกว่า

โดยบริษัทขนาดใหญ่จะมีเงื่อนไขและมาตรฐานค่อนข้างสูงกว่าบริษัทขนาดเล็กและต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อจะได้ผลผลิตที่เป็นมาตรฐานสากลเพื่อการส่งออก ทำให้เกษตรกรต้องใช้เงินลงทุนสูงในการสร้างโรงเรือนและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ปลอดภัยเพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่บริษัทต้องการ

มั่นคงแต่เสี่ยงสูง

โดยบริษัทจะส่งผู้ชำนาญมาคอยดูแลอบรมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรและการที่บริษัทเป็นผู้ผลิตแบบครบวงจร ดังนั้น บริษัทจะสามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณของอาหารสัตว์และลูกพันธุ์ ทำให้เกิดความสูญเสียหรือความเสี่ยงได้น้อยลง

ด้านหนึ่งจึงทำให้เกษตรกรที่ทำเกษตรพันธะสัญญากับบริษัทใหญ่จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมีรายได้ที่มั่นคง

ทั้งนี้ นอกจากรายได้ที่มั่นคงแล้ว การทำเกษตรแบบพันธสัญญาก็มีข้อควรระวังหลายอย่าง เช่น ใช้เงินลงทุนสูง มีเวลาคืนทุนนาน, เกษตรกรรับความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยด้านภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม น้ำแล้ง โรคระบาด และราคาปัจจัยทางการผลิตที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้น เช่น ค่าอาหารสัตว์ ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น

สำหรับการทำเกษตรแบบพันธสัญญา ปัจจุบันมี พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา 2560 เป็นตัวกำกับดูแล ซึ่งตามกฎหมายฉบับดังกล่าวมีผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรในระบบเกษตรพันธสัญญามาแจ้งขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดแล้ว 87 ราย

หากโฟกัสเฉพาะผู้ประกอบการปศุสัตว์และอาหารสัตว์ครบวงจร  พบว่ามีจำนวนผู้ขึ้นทะเบียนทั้งสิ้น 29 ราย เป็นนิติบุคคล 27 แห่ง และบุคคลธรรมดา 2 ราย ตัวอย่าง เช่น บจ.สหฟาร์ม, บจ.ไทย ฟูดส์ สไวน อินเตอร์เนชั่นแนล, บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, บจ.เบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม , บจ.ไก่สดเซนทาโก และบจ.เจริญชัยฟาร์มกรุ๊ป เป็นต้น

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...