โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] ‘Very Summer Fest 2023’ สุข สนุก จัดเต็มกับโชว์คุณภาพจากหลากศิลปินแบบเที่ยงวันยันเที่ยงคืน

BT Beartai

อัพเดต 31 ก.ค. 2566 เวลา 00.36 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2566 เวลา 15.32 น.
[รีวิว] ‘Very Summer Fest 2023’ สุข สนุก จัดเต็มกับโชว์คุณภาพจากหลากศิลปินแบบเที่ยงวันยันเที่ยงคืน

จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ ‘Very Summer Fest 2023’ เทศกาลดนตรี Indoor ที่จัดเต็มความสนุก 2 เวที กับ 12 ศิลปินรุ่นใหม่มากคุณภาพทั้งไทยและอินเตอร์ อีกทั้งยังเป็นการแสดงสดครั้งแรกในประเทศไทยของหลายศิลปินที่โอกาสมาแสดงในไทยอาจจะแค่ในงานนี้เพียงครั้งเดียว

ในเรื่องของสถานที่จัดงาน Very Summer Fest 2023 จัดขึ้นที่ BITEC BHIRAJ HALL ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ซึ่งถือว่าเดินทางค่อนข้างสะดวกเลย คนที่เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็สามารถเดินทางด้วย BTS ลงสถานีบางนา (E13) และเดินทางเชื่อม (Sky walk bridge) เข้าที่จัดงานได้เลย ส่วนใครที่นำรถมาก็มีทั้งจอดใต้อาคารและจอดนอกอาคารซึ่งก็มีพื้นที่จอดเหลือเฟือ ส่วนฮอลล์ที่จัดงานก็สามารถเดินมาเข้าห้องน้ำและขึ้นไปรับประทานอาหารที่ Food Yard ซึ่งอยู่ชั้นบนได้อย่างสะดวก ใครหิวหรืออยากพักชิล ๆ ก็พักได้สบายเลย

พอถึงเวลา 12.00 น. ประตูเปิดให้ผู้ชมได้เข้าไปรอจับจองพื้นที่หน้าเวทีเพื่อรอชมศิลปินที่ชื่นชอบ จากนั้น 13.00 น. คอนเสิร์ตก็เริ่มแบบตรงเวลา ศิลปินคนแรกที่ขึ้นมาบนเวทีก็คือ ‘XOOOS’ หรือ คิมซูยอน ศิลปินสาวผู้แจ้งเกิดบนโลกออนไลน์จากการคัฟเวอร์เพลงดัง ถึงแม้ XOOOS จะไม่ได้มีแบนด์มาด้วย แต่ด้วยความน่ารักและเสียงเพราะ ๆ ก็เพียงพอที่จะสะกดแฟน ๆ ได้แล้ว XOOOS ขนเพลงมาร้องให้เราฟังมากมายทั้งเพลงฮิต ๆ ที่เธอนำมาคัฟเวอร์อย่าง “Out of Time” ของ The Weeknd เพลง K-pop ดัง ๆ โดน ๆ อย่าง “Hype Boy” ของ NewJeans หรือจะเป็น “Seven” ผลงานเดี่ยวของหนุ่มจองกุก BTS ที่พอมาเป็นเสียงร้องของ XOOOS ก็ฟังเพลินดีเหมือนกัน และแน่นอนว่า XOOOS ก็นำเอาผลงานเพลงของเธอมาร้องให้พวกเราฟังด้วยทั้ง “Bad At Us” และ “Naked” ที่เล่นเป็นเพลงปิดโชว์ซึ่งเธอขอให้แฟน ๆ ร่วมร้องด้วย ตลอดโชว์ XOOOS ก็มีพักทักทายแฟน ๆ ไปด้วยพูดอังกฤษบ้าง เกาหลีบ้าง สร้างบรรยากาศสบาย ๆ แจกความน่ารักสดใสให้กับผู้ชม

ศิลปินคนต่อมาที่ขึ้นมาบนเวทีเดียวกันต่อเลยก็คือ ‘MILENA’ นักร้องนักแต่งเพลงสาวชาวเกาหลีใต้ที่น่าจับตามองมาก ๆ งานเพลงของเธอมีพลังและแสนละมุนละไม เธอมาพร้อมรอยยิ้มสดใสและเสียงร้องสะกดใจ ขนเอาบทเพลงจากอีพี ‘Sweet’ และอัลบั้ม ‘Riddle’ ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้ฟังอยู่ในขณะนี้มาร้องให้เราฟังแบบสด ๆ เป็นโชว์ที่เพลิดเพลินมาก ทั้งเสียงร้องเพราะ ๆ และการชวนคุยเป็นกันเองของเธอกับผู้ชมก็ทำให้บรรยากาศดูสบาย ๆ และสดใสขึ้นมา

จากนั้นโชว์ก็สลับไปที่เวทีเล็กด้านข้างเพื่อให้ศิลปินคนต่อไปได้เตรียมการแสดงบนเวทีใหญ่ ศิลปินคนแรกที่ขึ้นโชว์บนเวทีเล็กก็คือ ‘เดนิส จูเลีย (Denise Julia)’ นักร้องสาวอาร์แอนด์บีรุ่นใหม่จากประเทศฟิลิปปินส์ ที่กำลังมาแรงจากซิงเกิล “NVMD” ผลงานแจ้งเกิดที่กลายเป็นไวรัลฮิตไปทั่วโลก Julia มาพร้อมแดนเซอร์สาวและบทเพลงที่มีทั้งท่วงทำนองที่เร้าใจและไพเราะ จูเลียจัดเต็มทั้งบทเพลงช้าเพลงเร็วและ “NVMD” บทเพลงแจ้งเกิดของเธออิ่ม ๆ ฟิน ๆ กันไป

จากนั้นโชว์ก็กลับมาที่เวทีใหญ่อีกครั้งคราวนี้เป็นของหนุ่ม ‘เจค สก็อต (Jake Scott)’ ศิลปินป๊อปจากอเมริกา ผู้มาพร้อมกับผลงานเพลงแนวฟีลกู๊ดแสนผ่อนคลาย แต่พอเพลงสนุก ๆ มันส์ ๆ หนุ่มเจคก็พาเอาผู้ชมมันส์ไปด้วยเหมือนกัน เจคเปิดโชว์ด้วยเพลง “CWJBHN” เพลงความหมายดี ๆ ในอารมณ์ฟีลกู๊ดบิลด์อารมณ์ผู้ชมให้สดชื่น เจคมาพร้อมมือกลองที่มาตีแบบสด ๆ ให้อารมณ์แน่น ๆ เจคขนเพลงฮิตของตัวเองมาเล่นเพียบไม่ว่าจะเป็น “Maybe” “Texas Girl” (ที่เขาขอเปลี่ยนเป็น “Bangkok Girl” เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ กันไป) “She” “Burn” ซิงเกิลใหม่ที่ฟีเจอริงกับ John K. และอีกมากมาย แถมยังมีเซอร์ไพรส์เล่นเพลงเอาใจเหล่า Swifties ด้วยการเล่นเพลง “All Too Well” ส่วนโมเมนต์ที่น่าประทับใจสุด ๆ ในโชว์ของเจคคือตอนที่เจคจะเล่นเพลง “Tuesday” บทเพลงที่เขาแต่งให้กับภรรยาซึ่งเขาก็เตรียมมาทั้งวิดีโอและฟีลลิงแบบเตรียมจัดเต็ม แต่พอขึ้นเพลงได้ไม่นานไมค์ของเจคก็มีปัญหาเล็กน้อย เขาจึงตัดสินใจที่เล่นเพลงนี้แบบ unplug และเดินมาที่ด้านหน้าเวทีท่ามกลางผู้ชมที่ยืนรายล้อม จากนั้นเขาก็บทเพลงบทเพลงสุดรักของเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุนแต่เปี่ยมไปด้วยพลังพร้อมบรรเลงกีตาร์ไปด้วยถึงแม้จะเบา ๆ เพราะไม่มีเครื่องขยายเสียงแต่เราก็รับอารมณ์ไปได้แบบเต็ม ๆ กลายเป็นโมเมนต์ที่น่าประทับใจไปเลย จากนั้นเจคก็ขึ้นมาจัดเต็มต่อบนเวทีใส่ต่อแบบเต็ม ๆ อีกหลายเพลงและจบโชว์ด้วยเพลงฮิต “Favorite T-Shirt” จบโชว์อย่างสวยงาม

ไปต่อกันที่เวทีเล็กด้านข้างกับ ‘DHRUV’ นักร้องหนุ่มเจ้าของเสียงนุ่มละมุนฟอร์มร้อนแรงจากเพลงฮิต “double take” ที่มียอดสตรีมบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในหลักพันล้านครั้ง นี่คือศิลปินที่แม้แต่ Hanni แห่งวง NewJeans ยังชื่นชอบ และเราก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายคนจึงปลื้มหนุ่มคนนี้ การแสดงสดของ Dhruv นับว่าน่าประทับใจมาก เขามาพร้อมวงที่มีมือกลองและมือกีตาร์ที่ขับกล่อมทุกไลน์ดนตรีให้สดฉ่ำช่วยให้บทเพลงมีพลังมาก งานนี้ Dhruv ขนเอาเพลงฮิตมาบรรเลงอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็น “airplane thoughts” “vulnerable” moonlight” “blur” และแน่นอน “double take” เพลงฮิตถล่มทลายของเขา

ต่อมาก็ถึงเวลาของ ‘RINI’ ที่รออยู่ที่เวทีใหญ่ เขาคือนักร้องนักแต่งเพลงแนวอาร์แอนด์บีจากประเทศออสเตรเลีย ขวัญใจแฟนเพลงชาวไทยที่หลายคนรอชมการแสดงสดในไทยของเขามาตลอดหลายปี จะมา ๆ หลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่มีจังหวะเสียที คราวนี้แฟน ๆ ที่รอชมการแสดงสดของ RINI ก็ไม่มีผิดหวัง คว้าความฟินกลับบ้านไปแบบอิ่ม ๆ RINI มาพร้อมวงแบบฟูลแบนด์ ครบเครื่องในทุกท่วงทำนอง การแสดงสดของเขาเรียกว่าเอาอยู่มาก ๆ ทั้งเปี่ยมไปด้วยพลังและโรแมนติก ใครที่อยากจะฟังเพลงฮิตของเขาอย่าง “My Favourite Clothes” และ “Meet Me in Amsterdam” ก็ฟินกันไปเต็ม ๆ แถมก่อนบรรเลงหนุ่ม RINI ยังพูดถึงที่มาของเพลงอันเป็นเรื่องราวความรักระหว่างเขาและสาวคนรักที่ทั้งโรแมนติกและเหงาเศร้าทำให้เราเข้าใจเลยว่าทำไมเพลงของเขามันถึงโดนขนาดนี้

และก็มาถึงคิวของหนึ่งในศิลปินไทยของโชว์นี้ ‘ซิลวี (SILVY)’ นักร้องสาวลูกครึ่งไทย-อิตาลีเจ้าของเสียงทรงพลังและการแสดงสดที่สนุกสนาน ตราตรึง คราวนี้เธอมาพร้อมกับทีมแบบครบเครื่องทั้งดีเจ มือเบส มือกลอง มือกีตาร์และแดนเซอร์ โชว์ของซิลวีสนุกสนานเฮฮามาก และคราวนี้ก็พิเศษกว่าคราวก่อนที่เธอแสดงใน งาน Very Festival 2022 เมื่อปลายปี เพราะครั้งนั้นเซตเพลงเน้นเร้าใจมันส์ ๆ เสียมากกว่าแต่ว่าคราวนี้ซิลวีนำเอาเพลงช้ามาเล่นด้วยหลายเพลงอย่าง “Far” บทเพลงที่ฟีเจอริงกับ เจฟฟ์ ซาเตอร์ (Jeff Satur) หรือว่า “PLS” (Pretty little superstar) เพลงหวาน ๆ ที่ซิลวีบอกว่าแต่งให้กับสาว รวมไปถึงเพลงอารมณ์ดาร์ก ๆ ก็ถูกนำมาบรรเลงด้วย เรียกได้ว่าครบรสเลย แถมยังมีเพลงใหม่ที่ซิลวีบอกว่าแต่งให้สาว (อีกแล้ว) ซึ่งตอนนี้ยังเป็นเดโมอยู่ชื่อเพลงว่า “ใกล้เธอ” (Pretty Girl) ซึ่งถ้าปล่อยมาเมื่อไหร่น่าจะเป็นอีกบทเพลงที่โดนใจแฟน ๆ อย่างแน่นอน

จากนั้นก็มาอาบอารมณ์ร็อกมันส์ ๆ กันกับ ‘THE ACADEMIC’ วงอินดี้ร็อกจากประเทศไอร์แลนด์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสวยงามจากอัลบั้ม ‘Tales from the Backseat’ ซึ่งได้รับความนิยมจนขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต คราวนี้พวกเขาขนเพลงดังของวงอย่าง “Different” “Bear Claws” “Permanent Vacation” พร้อมทั้งบทเพลงจากอัลบั้มใหม่ ‘Sitting Pretty’ ที่เพิ่งออกเมื่อต้นปีนี้ มาบรรเลงกันแบบมันส์ไม่มียั้ง สาดกันสุดจริง ๆ

และแล้วก็ถึงเวลาของ ‘THE POLES’ วงดนตรีอินดี้ร็อกจากประเทศเกาหลีใต้กับการแสดงครั้งแรกในไทย (แต่ไม่ใช่ครั้งแรกของ แดเนียล คิม (Daniel Kim) นักร้องนำของวงนี้และวง Wave to Earth เพราะแดเนียลมาไทยพร้อม Wave 2 ครั้งแล้วทั้งใน Very Festival และคอนเสิร์ตเดี่ยวของวงเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา) เพลงของ THE POLES มีกลิ่นของวง Wave to Earth อยู่ (ก็แน่นอนล่ะ) แต่จะเน้นไปที่เพลงที่มีอารมณ์ร็อกมากกว่า ซึ่งแดเนียลก็มาพร้อมเสื้อยืดวง Led Zeppelin แบบให้รู้ว่างานนี้มาร็อกแน่ นับว่าโชว์ของ THE POLES ครบเครื่องอยู่เพราะนอกจาก 3 สมาชิกกีตาร์-เบส-กลองแล้ว ก็ยังมีมือคีย์บอร์ดที่เล่นให้กับโชว์ของ Wave to Earth มาร่วมสร้างสีสันให้กับการแสดงสดของวงด้วย ซึ่ง THE POLES ก็มาพร้อมกับบทเพลงในอัลบั้ม ‘The High Tide Club’ ที่เร้าใจใส่เต็มทุกบทเพลง ส่วนเพลงโดน ๆ ชวนเคลิ้มก็มีมาด้วยเช่นกันอย่าง “Strawberry Moon” หรือว่า “space” ที่ทำเอาเคลิ้มกันไปเลย ส่วนแดเนียลก็ทักทายกับแฟน ๆ ชาวไทยแบบคุ้นเคยกันดีเพราะมาไทยหลายทีแล้ว และแดเนียลก็ยังคงแสดงความประทับใจต่อเมืองไทยและแฟน ๆ ที่นี่ แถมยังโชว์รอยสักที่สักไว้ตั้งแต่มาไทยครั้งที่แล้วเพื่อบันทึกความทรงจำดี ๆ ในช่วงเวลาที่ได้มาเล่นที่บ้านเรา

พอโชว์ของ THE POLES จบลงตามเวลา ก็เป็นอันรู้กันว่าโชว์ต่อไปที่เวทีใหญ่จะถึงเวลาของ ‘ซาบรินา คาร์เพนเตอร์ (Sabrina Carpenter)’ ศิลปินสาวสุดฮอตจากอเมริกา แฟน ๆ ส่งเสียงเรียกซาบรินาพร้อมเตรียมเฮกันกับโชว์ของเธอ แต่ว่าก็เป็นอันต้องสะดุดจากความขัดข้องทางเทคนิคที่ทำให้โชว์ต้องล่าช้าไปเกือบชั่วโมง ผู้ชมต้องออกไปพักรอใจร่ม ๆ กันก่อน และในที่สุดก็ถึงเวลาของ ซาบรินา คาร์เพนเตอร์ สาวตัวเล็กแต่พลังเหลือล้น ที่ขึ้นเวทีมาพร้อมวิดีโอประกอบเป็นฉากหลังสุดอลัง (ที่เติมอารมณ์ให้กับทุกเพลง สร้างบรรยากาศของเวทีให้เรารู้สึกว่าเธอร้องอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ได้แบบดีมาก) และวงแบบเต็มแบนด์ครบเครื่องสุด ๆ เพียงแค่เพลงแรก ซาบรินาก็สะกดเราได้อยู่หมัด ลืมเรื่องที่ต้องรอนานไปเลย โชว์ของ Sabrina คุ้มค่าแก่การรอคอยมาก ๆ พลังของเธอนั้นเหลือล้นจริง ๆ อีกทั้งยังมีโปรดักชันคุณภาพของโชว์พร้อมทั้งนักดนตรีที่มีสกิลเหลือหลาย ทำให้แต่ละบทเพลงถูกบรรเลงอย่างเปี่ยมไปด้วยพลัง บทเพลงโดน ๆ ของเธอถูกจัดมาแบบจุก ๆ และแน่นอนว่าต้องมีเพลง “because I liked a boy” ที่เธอพูดถึงที่มาเพลงของเพลงนี้และการที่มันต้องมีคำว่า ‘slut’ ทำให้แฟน ๆ อินกันไปก่อนที่จะบรรเลงแบบฟิน ๆ ส่วนบทเพลงปิดโชว์ก็คือ “Nonsense” บทเพลงฮิตเพลงล่าสุดของเธอ ที่โดนใจใครหลาย ๆ คน เรียกได้ว่าโชว์ของซาบรินาช่างน่าจดจำแบบมิรู้ลืม บอกเลยว่าเธอนี่มันสาวป๊อปเปี่ยมเอเนอร์จีจริง ๆ

จากนั้นบนเวทีเล็กก็มี ‘เกบ วัตคินส์ (Gabe Watkins)’ หนุ่มลูกครึ่งไทย – ออสเตรเลีย คลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองจากค่าย What The Duck ที่มาพร้อมบทเพลงอินดี้ป๊อปในมู้ดสดใสและชวนให้รู้สึกโรแมนติก โชว์ของ Gabe มาพร้อมวงแบบครบเครื่องกีตาร์ เบส กลอง จัดเต็ม ๆ เพลงเพราะ ๆ ทั้ง “Sunset” “Blue Skies” “Flowers From Japan” “One Summer” และซิงเกิลล่าสุด “Feels Like Home” เคลิ้ม ๆ กันไปเลย

และแล้วก็ใกล้จะถึงเวลาที่ ‘DRP IAN’ หรือ คริสเตียน ยู ศิลปินหนุ่มลูกครึ่งเกาหลี-ออสเตรเลีย อดีตสมาชิกวงเค-ป๊อป ‘C-Clown’ ที่จะขึ้นแสดงเป็นโชว์ปิดท้ายงาน ผู้ชมต้องรออีกสักเล็กน้อย ให้ทีมเซตเครื่องให้พร้อม ออกจะนานสักนิดและง่วงสักหน่อย แต่แฟน ๆ ก็ไม่ย่อท้อเพราะว่าการจะได้ชม DRP IAN แสดงนั้นมันจะต้องคุ้มอย่างแน่นอน และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึงเมื่อวงได้ขึ้นมาแสตนบายบนเวทีจากนั้นวิดีโออินโทรของโชว์ก็เริ่มขึ้นเป็นเรื่องราวของเทพที่ตกลงมาจากฟากฟ้า ปฐมบทเรื่องราวของตัวละครที่ DRP IAN ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์บทเพลงของเขา วิดีโอประกอบโชว์เหล่านี้ถูกสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถันโดย IAN และทีม DRP (DREAM PERFECT REGIME) กลุ่มนักสร้างสรรค์ที่ทำงานกันอย่างเปี่ยมไปด้วยพลังและความอิสระ วิดีโอเหล่านี้ช่วยให้ทุกบทเพลงของ IAN มีเรื่องราวและเร้าอารมณ์ได้ดีมาก ๆ

นอกจากนี้วงดนตรีของ IAN ยังมาแบบครบเครื่องช่วยเติมเต็มทุกท่วงทำนองให้สดแน่น และแน่นอนว่าไฮไลต์นั้นก็คือหนุ่ม DPR IAN ที่เป็นศิลปินที่มีความสามารถอยู่ในตัวอย่างล้นเหลือ ไม่แปลกเลยที่การแสดงสดในเทศกาลดนตรีระดับโลก Coachella 2023 นั้น DPR IAN ถูกสื่อนิยามว่า “ฮอตเกินต้าน” ทั้งลุค ทั้งการร้อง การเต้น และการสร้างสรรค์บทเพลง DPR IAN ทำให้เรารู้สึกว่าศิลปินหนุ่มคนนี้กำลังคลี่เผยตัวตนภายในของเขาออกมาให้เราชมอย่างเปี่ยมไปด้วยสุนทรียะทางดนตรี บทเพลงของเขาคือตัวตนอันเร่าร้อน ลุ่มลึก และละมุน ทุก ๆ บทเพลงของเขาไม่ว่าจะเป็น “1 shot” “Mood” “Avalon” “Scaredy Cat” “Mr.Insanity” “Ballroom Extravaganza” หรือว่า “So Beautiful” ล้วนแล้วแต่สะท้อนตัวตนของเขาได้อย่างดี ทำให้โชว์นี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลิดเพลินและจบลงอย่างงดงาม ก่อนจะเดินไปหลักเวที DPR IAN ก็ยังได้เดินมาทักทายแฟน ๆ หน้าเวทีอย่างยิ้มแย้มเป็นกันเองมาก รับของที่แฟน ๆ เตรียมมาจนครบทุกชิ้นก่อนที่จะลาแฟน ๆ ไป เป็นการจบโชว์ที่งดงามทั้งของตัวเขาเองและ Very Summer Fest ในปีนี้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...