โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก! โรคหลงผิดคิดว่ามีคนมาหลงรัก Erotomania

Dek-D.com

เผยแพร่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 03.49 น. • DEK-D.com
รักมากจนเกิดพอดี…Erotomania โรคหลงผิดคิดว่ามีคนมาหลงรัก โรคนี้น่ากลัวอย่างไร มาดูกัน

Spoil

  • Erotomanic Delusional Disorder/ Erotomania หรือโรคหลงผิดคิดว่าบุคคลอื่นมาหลงรักหรือเป็นคู่รักของตนเอง เป็นหนึ่งในชนิดของโรคหลงผิด
  • สาเหตุของโรคเกิดจากความผิดปกติของสมอง สภาพแวดล้อมหรือจากสภาพจิตใจของผู้ป่วย
  • ผู้ป่วยเป็นโรคนี้มักจะคลั่งไคล้ในตัวคนๆ หนึ่งมาก แม้จะไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวหรือไม่เคยเจอหน้ากัน และคิดว่าบุคคลนั้นรัก-ชื่นชอบเราเป็นพิเศษ จนเริ่มมีพฤติกรรมคุกคามชีวิตส่วนตัวของเขา

สวัสดีค่พน้องชาว Dek-D.com บทความนี้พี่ออมจะพาน้องๆ มารู้จักกับโรคหลงผิดประเภท Erotomanic Delusional Disorder/ Erotomania หรือโรคหลงผิดคิดว่าบุคคลอื่นมาหลงรัก พร้อมยกกรณีตัวอย่างประกอบ ซึ่งในปัจจุบันเราอาจพบผู้ป่วยในโรคนี้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการเสพสื่อในโลกออนไลน์มากเกินไปจนเกิดเป็นความหมกมุ่น และไม่สามารถแยกระหว่างโลกความเป็นจริงกับจินตนาการออกจากกันได้ แต่น้องๆ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ พี่ออมจะมี Checklist อาการเบื้องต้นให้ว่าเรากำลังคลั่งไคล้คนๆ หนึ่งมากจนถึงขั้นป่วยเป็นโรค Erotomania หรือไม่

โรคหลงผิดประเภท Erotomania

Erotomanic Delusional Disorder/ Erotomaniaหรือโรคหลงผิดคิดว่าบุคคลอื่นมาหลงรักหรือเป็นคู่รักของตนเอง เป็น 1 ในชนิดของโรคหลงผิด (Delusional Disorder; โรคทางจิตเภทที่ผู้ป่วยจะแยกความจริงกับโลกของจินตนาการไม่ได้)โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่าคนที่มีฐานะทางสังคมสูงกว่าหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น ศิลปิน, ดารา มาหลงรักตนในเชิงชู้สาว ต่อมานักวิชาการก็ได้บัญญัติคำให้เห็นชัดขึ้นว่า การหลงใหลคนดังหรือดาราคือภาวะA romantic delusionโดยผู้ป่วยมักจะสะกดรอยตามหรือพยายามติดต่อสื่อสารในหลายๆ รูปแบบกับบุคคลนั้น เช่น เขียนจดหมาย, ติดต่อไปทางช่องทางส่วนตัวใน Social media และมีข้อความที่คุกคามไปในเชิงชู้สาวมากขึ้นเรื่อยๆ หรือกระทั่งตามไปถึงที่พักของบุคคลนั้นๆ ก็มีค่ะ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคนี้มีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ด้านจิตใจของตัวผู้ป่วยเองหรือจากการเลี้ยงดูของครอบครัว เพราะหลายกรณีเมื่อเราย้อนไปดูภูมิหลังของผู้ป่วย มักจะเจอการสภาพการเติบโตหรือปัญหาการเลี้ยงดูบางอย่างที่ส่งผลต่อพฤติกรรมทางจิตที่เกิดขึ้น เช่น การถูกกดดันจากสภาพแวดล้อมรอบข้าง หรืออาจมาจาก ความผิดปกติในระดับพันธุกรรมบางอย่างที่เกี่ยวกับสารเคมีผิดปกติในสมองของตัวผู้ป่วย

นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจแสดงอาการโรคหลงผิดนี้ เป็นโรคที่เกี่ยวเนื่องเกิดขึ้นตามมาจากโรคทางจิตเภทชนิดอื่นๆ หรือเป็นหนึ่งในอาการที่สามารถพบในผู้ป่วยโรคภาวะสมองเสื่อมจนทำให้พัฒนาเกิดเป็นอาการหลงผิดแบบดังกล่าวก็เป็นได้ค่ะ

กรณีศึกษา: ตัวอย่างผู้ป่วยที่เป็นโรคหลงผิดประเภท Erotomania

พี่ออมยกเคสจากทาง University Hospital, Kuala Lumpur มาเป็นกรณีตัวอย่างให้เห็นถึงลักษณะอาการของผู้ป่วยโรคนี้มากยิ่งขึ้นนะคะ

ผู้ป่วย S (นามสมมติ) อายุ 25 ปีเพศหญิง ถูกพามารักษาจากพฤติกรรมที่บ้าคลั่งและแปลกประหลาด จากการที่เธอวางแผนจะแต่งงานกับอาจารย์ K (นามสมมติ) เพศชาย อายุ 32 ปี

เรื่องราวคือ S ได้ส่งการ์ดแต่งงานไปให้เพื่อนของคุณ K โดยบอกว่าเธอและ K จะแต่งงานกันพร้อมทั้งระบุรายละเอียดทั้งวันและสถานที่จัดงานอย่างชัดเจน ซึ่งเพื่อนของคุณ K ก็ตกใจเป็นอย่างมากเพราะถือว่าเป็นการแต่งงานที่กระทันหันและไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าสองคนนี้คบหากัน

ต่อมาเรื่องนี้ไปถึงบาทหลวงประจำโบสถ์และในขณะเดียวกันคุณแม่ของ S ก็เจอการ์ดแต่งงานบางส่วนในห้องของเธอด้วย หลังจากที่สองคนนี้ได้ไปพูดคุยกับ S เธอก็แสดงอาการโกรธและไม่ยอมรับความจริงที่ว่า K ไม่ได้มีความเสน่หาหรือต้องการที่จะแต่งงานกับเธอแต่อย่างใด ในทางกลับกัน S กลับบอกว่า K รักเธอมาก ต้องการที่จะแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกับเธอ

ลักษณะนิสัยของ S เธอเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ ขยันเรียนและทำคะแนนได้ดีมาตลอดการสอบ แต่หลังจากที่เธอได้เข้ามาให้ความสำคัญกับพิธีทางศาสนาของเธอก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น นั่นคือเธอหมกมุ่นในการไปทำกิจกรรมทางศาสนามากขึ้นและความตั้งใจในการเรียนก็ลดลง

พฤติกรรมที่เธอไปคุกคามคุณ K นั้นเริ่มมาจากการที่คุณ K กล่าวทักทายเธอที่โบสถ์และหลังจากนั้นเธอก็วาดฝันถึงการได้รักและใช้ชีวิตร่วมกับคุณ K มาโดยตลอด จนทำให้เธอตัดสินใจดรอปเรียน นอกจากนี้เธอยังรู้สึกโกรธมากๆ และเกิดความอิจฉาถ้าเจอผู้หญิงคนอื่นกำลังพูดคุยกับคุณ K ทว่าเธอก็ไม่กล้าไปเผชิญหน้าเขาเพราะกลัวว่าคุณ K จะไม่อยากแต่งงานกับเธอ

พฤติกรรมของเธอได้คุกคามคุณ K มากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่เขียนจดหมายส่งไปหาคุณ K ถี่ขึ้น โดยเนื้อความในจดหมายก็คุกคามคุณ K มากขึ้นไปเรื่อยๆ จนทำให้คุณ K ต้องบอกเธอตรงๆ ว่าให้หยุดการกระทำนี้แต่เธอกลับคิดว่านั่นเป็นเพราะ K เขินอายเธอ เธอก็ยังไม่หยุดแค่นั้น เธอเริ่มไปหาเขาที่โรงเรียนที่คุณ K ทำงานอยู่ หนักที่สุดคือถึงขั้นแอบไปที่บ้านของคุณ K และทำอาหารเพื่อรอเขากลับบ้านเหมือนหน้าที่ของภรรยา S ยังลาออกจากงานประจำโดยเหตุผลว่าเตรียมตัวเพื่อไปแต่งงานและสร้างครอบครัว ทั้งยังจองสถานที่ต่างๆ ที่ใช้ในงานแต่งที่เธอคิดขึ้นมาอีกด้วย

ภูมิหลังทางครอบครัวพบว่า S เธอเติบโตมาใน สภาพครอบครัวที่ค่อนข้างยากจนและเคร่งครัดในประเพณี มีความอนุรักษ์นิยมสูง แม้ประวัติของญาติ/คนในครอบครัวเธอไม่มีใครป่วยทางจิต คนรอบข้างบอกว่าเธอเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบและเคร่งในศาสนา

เรามักจะเห็นพฤติกรรมเหล่านี้จากการบอกเล่าของดาราหรือศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังบ่อยๆ ใช่ไหมคะว่าเขามักถูกแฟนคลับบางคนเข้ามาคุกคามความเป็นส่วนตัวของเขา เช่น ตามมาหาถึงที่บ้าน แอบเข้ามาในห้องพัก โทรมาเบอร์ส่วนตัวหรือไปถึงขั้นคู่ฆ่าคนรอบข้างที่มีความสัมพันธ์กับดาราคนดังกล่าวเป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้สร้างความหวาดระแวงให้กับตัวผู้ที่พบเจอเป็นอย่างมาก

สังเกตอาการของผู้ป่วยโรคหลงผิดประเภท Erotomania

น้องๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ การที่เรามีดาราหรือไอดอลในดวงใจที่ชื่นชอบนั้นเป็นเรื่องปกติมากๆ เลยค่ะ แต่ถ้าความชื่นชอบนั้นมีมากจนเกินไปกลายเป็นความคลั่งไคล้จนเกินขอบเขตทำให้มีพฤติกรรมที่ไม่ปกติเกิดขึ้น ซึ่งสามารถสังเกตได้ดังต่อไปนี้ค่ะ :

  • คลั่งไคล้ในตัวคนๆ หนึ่งมากจนเริ่มไม่สนใจชีวิตของตัวเอง ยอมทุ่มเทให้กับคนๆ นั้นอย่างสุดตัว แม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนหรือไม่เคยเจอหน้ากันก็ตาม
  • มีความคิดว่าที่ทำแบบนั้นไป เพราะคนๆ นั้นเขามารักมาชอบตน มีความเสน่หาให้กับตน จนตนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติหรือไปกระทบการเรียนหรือหน้าที่การงานที่ทำอยู่
  • มีพฤติกรรมคุกคามชีวิตส่วนตัวของบุคคลๆ นั้น เช่น ตามไปหาถึงที่บ้าน แอบเข้าไปในห้องพัก แอบไปดักเจอในสถานที่ส่วนตัว โทรไปหาเบอร์ส่วนตัวของเขาหรือถึงขั้นคู่ฆ่าคนรอบข้างที่มีความสัมพันธ์กับคนๆ นั้น เป็นต้น

การรักษา

หากพบบุคคลรอบข้างที่มีอาการเข้าขั้นโรคหลงผิดแล้วอย่าเมินเฉยต่อพวกเขานะคะ ให้รีบพาไปพบจิตแพทย์เพื่อให้คุณหมอประเมินอาการและแนะนำแนวทางการรักษา ซึ่งส่วนมากแนวทางการรักษาโรคชนิดนี้จะแบ่งเป็นสองแบบใหญ่ๆ

  • การจิตบำบัดซึ่งการทำจิตบำบัดจะมีหลายแบบ เช่น จิตบำบัดโดยจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ , จิตบำบัดแบบครอบครัว, การเข้าร่วมกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเดียวกันเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นต้น
  • การรักษาด้วยยาต้องให้จิตแพทย์เป็นคนประเมินอาการและจ่ายยาให้

หากน้องๆ มีคนรอบข้างที่มีอาการหลงผิดประเภทดังกล่าว ควรรีบไปปรึกษาหรือพาไปพบจิตแพทย์ก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการจะรุนแรงขึ้นนะคะหรือถ้าใครเคยมีประสบการณ์คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคหลงผิดหรือพบเจอเหตุการณ์ที่พี่ออมเขียนมาในบทความนี้ มาแชร์ให้ฟังพร้อมบอกวิธีรับมือกันหน่อยนะคะ :)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...