โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"อ้ายอ่วม อกโรย" คดีประหารนักโทษสุดโหดสมัย ร.5 เอาขวานตัดตัวขาด 2 ท่อน!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2567 เวลา 06.19 น.
เพชฌฆาตกำลังลงดาบ นัก โทษ ประหารรายหนึ่งที่วัดโคก (ภาพจากหนังสือ กรุงเทพในอดีต โดยเทพชู ทับทอง )

หนึ่งในคดีประหารนักโทษที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดในสังคมที่ยังใช้กฎหมายโบราณคือคดีของ“อ้ายอ่วม อกโรย” โจรผู้ร้ายแถบหัวเมืองมณฑลอยุธยา เมื่อถูกจับได้ก็ต้องโทษประหาร โดยให้เพชฌฆาตใช้ขวานตัดตัวให้ขาดเป็น 2 ท่อน เพื่อให้โจรผู้ร้ายตามหัวเมืองหวาดกลัวและหลาบจำ

ประวัติของอ้ายอ่วมไม่มีกล่าวไว้เท่าใดนัก สันนิษฐานว่าพื้นเพเดิมเป็นคนบ้านอกโรย แถบจังหวัดรอยต่อสิงห์บุรี-อ่างทองในปัจจุบัน อ้ายอ่วมเป็นหัวหน้าพวกโจรผู้ร้ายแถบหัวเมืองมณฑลอยุธยา มีพรรคพวกหลายสิบคน โดยคดีอ้ายอ่วมเกิดเมื่อ พ.ศ. 2414 ในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 ซึ่งขณะนั้นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้สำเร็จราชการ คดีนี้มีบันทึกไว้ใน“ความทรงจำ” พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ความว่า

“…ทางหัวเมืองมณฑลอยุธยา ด้วยเป็นโจรมีพวกมาก ทั้งที่ช่วยปล้นสะดมและช่วยแก้ไขในโรงศาล จนราษฎรพากันเกรงกลัว ไม่กล้าร้องฟ้อง หรือแม้แต่จะรับเบิกความเป็นพยานที่ในศาล พวกผู้ร้ายก็กำเริบได้ใจเที่ยวปล้นสะดมหนักขึ้น เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์รู้เค้าไม่ไว้ใจพวกเจ้าเมืองกรมการ เลือกหาข้าราชการ ที่ท่านไว้วางใจ ให้เป็นข้าหลวงแยกย้ายกันไปเที่ยวสืบจับโดยลับหลายทาง

เล่ากันว่า ข้าหลวงคนหนึ่งไปเห็นเรือแหวดเก๋งแจวสวนทางลงมาลำหนึ่ง สําคัญว่าเป็นเรือเพื่อนข้าหลวงที่ขึ้นไปสืบจับผู้ร้ายด้วยกัน เบนเรือเข้าไปหมายจะไต่ถามข้อราชการ เมื่อเข้าไปใกล้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเปิด ม่านเก๋งเรือแหวดลำนั้น กวักมือเรียกและชี้มือไปในเก๋ง ก็รีบไปขึ้นเรือแหวดจับได้ตัว ‘อ้ายอ่วม (ชาวบ้าน) อกโรย’ หัวหน้าผู้ร้ายตัวสำคัญคนหนึ่ง ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ ด้วยผู้หญิง… ถูกอ้ายอ่วมฉุดเอามาข่มขืนใจให้เป็นเมีย ได้ช่องจึงบอกให้ข้าหลวงจับ มีข้าหลวงอีกสายหนึ่งจับได้อ้ายโพ หัวหน้าสำคัญอีกคนหนึ่งที่ตำบลบ้านสาย

แต่นั้นพวกราษฎรเชื่ออำนาจรัฐบาลก็กลับเป็นใจช่วยสืบจับโจรกับพรรคพวกได้อีกเป็นอันมาก พอจับหัวหน้าโจรได้ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ก็ขึ้นไปยังพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยผู้พิพากษาตุลาการ ไปตั้งศาลรับสั่งชำระพิพากษาในทันที พวกหัวหน้าโจรที่ต้องโทษถึงประหารชีวิตนั้น เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์สั่งให้ประหารชีวิตด้วยเอาขวานตัดตัวให้ขาดเป็น 2 ท่อน ที่หน้าพะเนียดคล้องช้างแห่ง 1 ให้ผ่าอกที่วัดชีตาเห็น (บ้านผักไห่) อีกแห่ง 1 ป่าวร้องให้คนมาดู โดยหวังจะให้คนพาลสยดสยอง เรื่องนี้แม้ใครจะติเตียนว่าลงอาชญาอย่างทารุณ ก็ต้องยอมว่าได้ผลตามท่านหวัง ด้วยโจรผู้ร้ายตามหัวเมืองเงียบสงัดลงในทันใด…”

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าไว้เพียงเท่านี้ ขณะที่ “ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 8 จดหมายเหตุโหรของ จมื่นเก่งศิลป์ (หรุ่น)” ได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับคดีอ้ายอ่วม สรุปได้ว่า เมื่อวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 12 ได้จับอ้ายโพกับอ้ายชื่น ซึ่งเป็นพรรคพวกของอ้ายอ่วม จับได้ที่บ้านสาย ครั้นถึงวันแรม 8 ค่ำ ก็ประหารชีวิตทั้งสองด้วยการผ่าอกตัดหัว ที่วัดชีตาเห็น บ้านปากไห่ (ผักไห่)

ต่อมา ในวันขึ้น 1 ค่ำเดือนอ้าย ประหารชีวิตอ้ายอ่วมและพรรคพวกคือ อ้ายคง อ้ายใหญ่ อ้ายรง ด้วยวิธีตัดท่อนกลางลำตัว ส่วนพรรคพวกโจรผู้ร้ายอีก 9 คนให้ฟันคอ สัปดาห์ต่อมา ก็ประหารชีวิตพรรคพวกอ้ายอ่วมอีก 11 คน นอกจากนี้ได้ส่งตัวนักโทษ 31 คน ไปเป็นทหาร อีก 9 คน ส่งเข้าคุก

หลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังปรากฏใน “กลอนเพลงยาวนายตาบ” ซึ่งกล่าวถึงการตามเสด็จพระราชดำเนินของรัชกาลที่ 5 ในการประพาสทุ่งกรุงเก่า เมื่อ พ.ศ. 2414 ได้กล่าวถึงการประหารชีวิตอ้ายอ่วมกับพรรคพวกไว้ด้วย โดยระบุว่า รัชกาลที่ 5 พระราชทานดาบกับขวานอาญาสิทธิ์สำหรับการประหารนักโทษกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

ไอ้พวกโจรเหล่านี้ถึงที่ตาย เป็นผู้ร้ายเสี้ยนแผ่นดินหมิ่นทะนง

จึ่งประทานดาบกับขวานอาญาสิทธิ์ ไปประหารผลาญชีวิตให้ผุยผง

อ้ายอ่วมกับอ้ายคงถูกประหารด้วยการ “บั่นสองท่อนมันให้ปลงชีวาลัย” พรรคพวกอีก 9 คนถูกตัดหัว โดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ เป็นประธานการประหารในวันนั้น ในการนี้ รัชกาลที่ 5 ไม่ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการประหาร โดยเสด็จพระราชดำเนินเลยที่ประหารไปก่อน แล้วจึงเริ่มการประหาร เมื่อประหารแล้วเสร็จ “พวกชาวเมืองปรีดิ์เปรมเกษมสันต์ ว่าแต่นี้จะเป็นสุขไปทุกวัน ต่างพากันอวยพรสลอนไป”

ไม่ปรากฏรายละเอียดว่า อ้ายอ่วมได้กระทำการเลวทรามอย่างไร มีระบุเพียงฉุดผู้หญิงมาเป็นเมีย แต่เมื่อได้ขึ้นชื่อว่าโจร ก็คงต้องปล้นทรัพย์สินของชาวบ้านเป็นแน่ และด้วยการต้องโทษประหารแบบพิเศษ ถึงขั้นตัดตัวให้ขาดเป็น 2 ท่อน เช่นนี้แล้ว อ้ายอ่วมคงเป็นโจรผู้ร้ายที่ชั่วช้า เป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึงของชาวบ้าน คงเป็นโจร “ใหญ่” พอตัว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จฯ กรมพระยา. (2516). ความทรงจำ. กรุงเทพฯ : บุรินทร์การพิมพ์.

เอนก นาวิกมูล. (2549). หมายเหตุประเทศสยาม เล่ม 3. กรุงเทพฯ : คอมแพคท์พริ้นท์.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 พฤษภาคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อ้ายอ่วม อกโรย” คดีประหารนักโทษสุดโหดสมัย ร.5 เอาขวานตัดตัวขาด 2 ท่อน!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...