โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือน! เด็กจมน้ำ แนะ 7 ข้อ ผู้ปกครอง ปิดความเสี่ยง 

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 พ.ค. 2563 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2563 เวลา 03.20 น. • The Bangkok Insight

เตือน! เด็กจมน้ำ ผู้ปกครอง ต้องดูแลบุตรหลานใกล้ชิด ระวังไม่ให้เด็ก เข้าถึงแหล่งน้ำตามลำพัง แนะ 7 วิธี ปิดความเสี่ยง 

ช่วงนี้อากาศร้อนจัด บวกกับเป็นช่วงปิดเทอม และอยู่บ้านลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายบ้านมีอ่างน้ำ หรือมีสระว่ายน้ำอยู่ใกล้ๆ หรือในพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ มีแหล่งน้ำธรรมชาติใกล้บ้านเรือน เด็กๆอาจพากันไปเล่นน้ำตามลำพัง ผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังไม่ให้เด็ก เข้าถึงแหล่งน้ำตามลำพัง เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเด็กตกน้ำหรือจมน้ำเสียชีวิต อย่างที่ปรากฎเป็นข่าวบ่อยครั้ง

จากข้อมูลการเฝ้าระวังของเครือข่ายในพื้นที่ และสื่อในเบื้องต้น โดยกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 19 พฤษภาคม 2563 มีเหตุการณ์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำถึง 39 เหตุการณ์ มีเด็กเสียชีวิต 35 ราย ไม่เสียชีวิต 15 ราย

โดยเด็กอายุ 5-14 ปี จมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด เพศชายจมน้ำ มากกว่าเพศหญิงเกือบ 2 เท่าตัว ที่น่าสนใจ คือ เกิดเหตุเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งความจริงแล้ว ต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด ของผู้ปกครอง จมน้ำเสียชีวิตถึง 9 คน

สำหรับสถานที่ที่เด็กเสี่ยงจมน้ำมากที่สุด ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ได้แก่ อ่างอาบน้ำ ถังน้ำ กะละมัง บ่อเลี้ยงปลา สระน้ำรอบบ้าน และเด็กอายุ 5-14 ปี ได้แก่ สระน้ำ คลองชลประทาน อ่างเก็บน้ำ คลอง แม่น้ำ สระว่ายน้ำ ทะเล เป็นต้น

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้เข้าฤดูฝนแล้ว แต่สภาพอากาศในประเทศไทยยังคงร้อนจัด ประกอบกับเป็นช่วงที่ประชาชนหยุดอยู่บ้าน เพื่อลดการติดเชื้อโควิด 19 และเป็นช่วงเด็กปิดเทอม ซึ่งอาจมีการทำสถานที่ให้เด็กเล่นน้ำชั่วคราวในบ้านขึ้น เช่น เปิดน้ำใส่สระยาง ถังน้ำ กะละมัง หรือพาไปเล่นน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ คลอง บึง นั้น

ขอเตือนผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กเข้าถึงแหล่งน้ำตามลำพัง รวมถึงในห้องน้ำ ต้องให้เด็กอยู่ในสายตาตลอดเวลา เพื่อป้องกันเด็กจมน้ำเสียชีวิตได้ เนื่องจากแหล่งน้ำเป็นสถานที่ดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ซึ่งเด็กสามารถจมน้ำได้อย่างรวดเร็ว และเสียชีวิตค่อนข้างสูง

สำหรับวิธีการป้องกันอุบัติเหตุเด็กจมน้ำ ผู้ปกครอง ควรจัดการแหล่งน้ำในบ้านให้ปลอดภัย 7 ข้อ ดังนี้

1. ติดตั้งกลอนล็อคประตูห้องน้ำให้อยู่สูง ที่เด็กไม่สามารถเปิดเองได้

2. เทน้ำในถังน้ำ หรือในภาชนะทิ้งทุกครั้ง หลังใช้งาน

3. คว่ำสระยาง หรือภาชนะเพื่อไม่ให้มีน้ำขัง

4. จัดพื้นที่เล่นที่ปลอดภัย/คอกกั้นเด็ก ที่ไม่ใกล้แหล่งน้ำ ให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี

5. กั้นเด็กออกจากแหล่งน้ำ เพื่อไม่ให้เด็ก เข้าถึงแหล่งน้ำตามลำพัง เช่น รั้วรอบแหล่งน้ำ ปิดคลุมสระน้ำและยกบันไดออกหลังการใช้งาน

6. เด็กต้องอยู่ในสายตาผู้ดูแล/ผู้ปกครองตลอดเวลา และไม่ควรให้เด็กอยู่ตามลำพัง กับพี่ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี

7. สอนวิธีการป้องกัน การจมน้ำแบบปลอดภัย โดยยึดหลัก "อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม" ให้เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยไม่เข้าใกล้แหล่งน้ำ ไม่เก็บของที่อยู่ในน้ำ ไม่ก้มหรือชะโงกลงไปในน้ำ

นอกจากนี้ ในกรณีสระว่ายน้ำที่ใช้ร่วมกัน เช่น ในคอนโด สนามกีฬา สระเอกชน ควรมีรั้วรอบสระว่ายน้ำทั้ง 4 ด้าน และติดตั้งสัญญาณเตือน เพื่อแจ้งเตือน หากมีคนแอบเข้าไปใช้สระว่ายน้ำ รวมทั้งต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา ที่มีผู้มาใช้บริการ

และเดินไปใช้บริการที่สระน้ำ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย จนกว่าจะถึงสระว่ายน้ำ และเก็บไว้ในถุงสะอาด จากนั้น ให้นำมาสวมใส่อีกครั้ง เมื่อขึ้นจากสระว่ายน้ำแล้ว ห้ามบ้วนน้ำลาย ปัสสาวะ หรือสั่งน้ำมูกลงในน้ำเป็นอันขาด ห้ามพูดคุยเล่นกับเพื่อน และเว้นระยะห่างระหว่างกัน 1-2 เมตร

สำหรับในชุมชน ทุกภาคส่วน ควรให้ความร่วมมือ เช่น ให้ความรู้เด็ก และผู้ปกครอง ในการป้องกันการจมน้ำ ร่วมสำรวจแหล่งน้ำเสี่ยง จัดการแหล่งน้ำให้ปลอดภัย เช่น การติดตั้งรั้วกั้น ป้ายเตือน และอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำ สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...