โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ : เรียนรู้และเข้าใจ "กระท่อม"

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 21 ก.ย 2564 เวลา 15.59 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2564 เวลา 15.59 น.

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ  โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย / www.thaihof.org

 

เรียนรู้และเข้าใจ “กระท่อม”

 

กระท่อมถูกกักตัวเป็นยาเสพติดให้โทษนาน 41 ปี เพิ่งหลุดออกมาจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งมีผลเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา

กระท่อมเป็นที่รู้จักกันดีทางภาคใต้ของไทย ชื่อท้องถิ่นภาคใต้เรียกว่า ท่อม ส่วนทางภาคกลางเรียกว่า กระท่อง หรือ อีถ่าง

กระท่อมเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ปานกลาง มีแก่นเป็นไม้เนื้อแข็ง สูง 10-15 เมตร ใบคล้ายใบกระดังงา มีชนิดก้านใบแดงและใบเขียว

ดอกกลมโตขนาดเท่าผลพุทรา

ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียว เรียงตัวเป็นคู่ตรงข้าม

พบได้ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น ปทุมธานี

แต่จะพบมากในป่าธรรมชาติบริเวณภาคใต้ เช่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และตอนบนของประเทศมาเลเซีย

 

หมอพื้นบ้านหรือหมอแผนโบราณ ใช้กระท่อมเป็นตัวยาในตำรับพวกประเภทยาแก้ท้องเสีย เช่น ตำรับยาประสะกระท่อม เป็นต้น

แม้ใบกระท่อมให้ผลการออกฤทธิ์ที่อาจมีประโยชน์ทางยาได้ แต่ทำให้เสพติด และมีผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกันหากใช้ติดต่อกันนานๆ

ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่นิยมกินกระท่อมโดยการเคี้ยวใบสด หรือเอาใบมาย่างให้เกรียมและตำผสมกับน้ำพริกกินเป็นอาหาร

กินแล้วช่วยให้มีแรงทำงานและสามารถทนตากแดดอยู่กลางแจ้งได้เป็นเวลานาน โดยที่ไม่รู้สึกเหนื่อย

ชาวมลายูใช้ใบกระท่อมตำพอกแผล และใช้ทั้งใบเผาให้ร้อนวางบนท้องรักษาโรคม้ามโต มีการใช้กระท่อมเพื่อทดแทนฝิ่นในท้องที่ซึ่งหาฝิ่นไม่ได้

ในประเทศนิวซีแลนด์มีการใช้ใบกระท่อมเพื่อควบคุมการติดฝิ่น

ใบกระท่อมมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท เมื่อกินบ่อยๆ นานๆ ทำให้เสพติดได้ เมื่อกินเป็นเวลานานจึงจะทำให้สีผิวหนังของเรานั้นเปลี่ยนสีได้ ทำให้ผู้รับประทานมีผิวเข้มขึ้นหรือออกดำคล้ำ

และควรรู้ว่าการกินใบกระท่อมแบบทั้งก้านจะทำให้เกิดอาการ “ถุงท่อม” ในลำไส้ได้เหมือนจะมีอะไรคาอยู่ในลำไส้ เนื่องจากก้านไม่สามารถย่อยในกระเพาะของเราได้ และไม่สามารถขับถ่ายออกมาได้ เป็นพังผืดขึ้นมาหุ้มรัดอยู่โดยรอบก้อนกากกระท่อมนั่นเอง จึงทำให้เกิดเป็นก้อนถุงขึ้นมาในลำไส้

บางรายที่กินต่อเนื่องนานๆ อาจจะมีอาการหลอน หวาดระแวง พูดไม่รู้เรื่อง

 

แม้ใบกระท่อมให้ผลการออกฤทธิ์มีประโยชน์ทางยา แต่ก็ควรเรียนรู้และเข้าใจด้วยว่า หากกินกันมากๆ กินต่อเนื่องนานๆ ทำให้เสพติดและมีผลเสียต่อสุขภาพ

หากจะใช้อย่างชาญฉลาดก็ควรรู้ว่าในกระท่อมมีฤทธิ์ทางเภสัชที่เรียกว่า ไมทราไจนีน (Mitragynine) ช่วยลดอาการเจ็บปวดได้ เมื่อให้กินทางปากในขนาด 200 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งมีฤทธิ์เทียบเท่ากับการได้รับมอร์ฟีนในขนาด 5 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

สารเสพติดที่พบในใบกระท่อม คือ ไมทราไจนีน (Mitragynine) เป็นสารจำพวกอัลคาลอยด์ ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง (CNS depressant) เช่นเดียวกับยาเสพติดประเภท psilocybin LSD และยาบ้า เวลานี้ได้ปลดล็อกออกจากพืชเสพติดให้โทษประเภท 5 แล้ว

ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พบว่าในตำรับยาโบราณ ในคัมภีร์หลายเล่ม ได้บันทึกตำรับยาที่มีกระท่อมอยู่ด้วย เช่น ตำราพระโอสถพระนารายณ์ ตำรายาโรงพระโอสถ ตำรายาศิลาจารึกวัดโพธิ์ ตำราแพทยศาสตร์สงเคราะห์ ตำรายาพระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เจ้ากรมหมอหลวง ตำราเวชศึกษาของพระยาพิศณุประสาทเวช ฯลฯ

กระท่อมจะมีประโยชน์ตรงที่ปลูกได้ทั่วไปและใช้ให้ถูกวิธีเป็นยาสมุนไพรที่ดี หรือการใช้อย่างจำกัด คือการกินกระท่อมแต่น้อยๆ ใช้ในคราวจำเป็น จะได้สรรพคุณยาสมุนไพรช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นขึ้น ลดอาการเมื่อยล้า ช่วยให้ใช้แรงทำงานหนักได้นาน

แต่ถ้ากินจนเพลิน กินมากไป กินบ่อยๆ ก็ได้ผลจากฤทธิ์กล่อมประสาทและทำให้เสพติดได้

และมีผลทำให้ท้องผูก คลื่นไส้อาเจียน ผิวหนังคล้ำลง นอนไม่หลับ (ร่างกายตื่นตัวสูง)

และถ้าไม่ระวังกินมากเกินไป อาจมีอาการกระวนกระวาย ความดันโลหิตสูง มีผลทางจิต ก้าวร้าว และปัญหาทางจิตอื่นๆ ได้

 

นอกจากนี้ มีข่าวแพร่กระจายไปทั่วว่า กระท่อมสามารถใช้รักษาโควิด-19 ได้

ซึ่งไม่เป็นความจริง

เพราะยังไม่มีงานวิจัยใดสนับสนุนว่ากระท่อมสามารถรักษาโควิด-19 ได้

แต่เนื่องจากอาการที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนที่ได้รับเชื้อโควิด-19 คืออาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว หงุดหงิด จึงมีรายงานผลการศึกษา 1 ฉบับ ตีพิมพ์ใน Frontiers in Psychiatry เมื่อวันที่ 19 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2563 และที่ได้ทำการศึกษาเป็นกรณีรายบุคคลในผู้ชาย เป็นคนอเมริกันอายุ 29 ปี ติดเชื้อโควิด-19 ได้รับยาตามแผนการให้ยารักษาโควิดทุกอย่าง แต่ยังคงมีอาการเจ็บปวด เมื่อยตามเนื้อตัวและรู้สึกไม่สบายตัวจนต้องนอนซมติดเตียง

เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้เคยใช้กระท่อมมา 4-5 ครั้ง ก่อนติดโควิดประมาณ 14 เดือน จึงตัดสินใจใช้ใบกระท่อมที่บดใส่มาในแคปซูล ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด มากินในขนาด 2.75 กรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน

ผลปรากฏว่าอาการปวดเมื่อยหายไป สบายตัวมากขึ้น

ในกรณีนี้จะเห็นได้ว่า กระท่อมนำมาใช้เพื่อลดอาการปวดเมื่อยตามตัวเท่านั้น ไม่ได้ใช้เพื่อทำลายเชื้อโควิดแต่ประการใด

พอปลดล็อกกระท่อม คนก็สนใจกันมาก และลักษณะของดอกกระท่อมมีรูปร่างคล้ายกับไวรัสโควิด-19 ก็ฮือฮาเกิดกระแสข่าวลือว่ากระท่อมรักษาโควิดได้ ซึ่งเป็นจินตนาการที่ไม่เป็นความจริง ทำให้ผู้คนหลงเชื่อ นำไปสู่ผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพ และเกิดการค้าขายสมุนไพรที่ไม่ส่งเสริมการพัฒนาให้ใช้ประโยชน์สมุนไพรอย่างยั่งยืน

และไม่ช่วยการดูแลสุขภาพที่ดีเลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...