โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดตัว iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น ดีไซน์(ไม่)ใหม่ หลากสีสัน รองรับ 5G ทุกรุ่น

BT Beartai

อัพเดต 14 ต.ค. 2563 เวลา 01.21 น. • เผยแพร่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 18.49 น.
เปิดตัว iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น ดีไซน์(ไม่)ใหม่ หลากสีสัน รองรับ 5G ทุกรุ่น

ในงาน Apple Event ที่จัดขึ้นในวันนี้ มีการเปิดตัวไลน์อัป iPhone 12 ทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ใน 3 ขนาด ตามที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้เป๊ะ ๆ โดยแบ่งเป็นรุ่นประหยัด iPhone 12 mini (5.4 นิ้ว) และ iPhone 12 (6.1 นิ้ว) และรุ่นโปร iPhone 12 Pro (6.1 นิ้ว) และ iPhone 12 Pro Max

อย่างที่เดากัน ในคำโปรย “Hi, Speed” iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น จะรองรับการใช้งานเครือข่ายความเร็วสูง 5G ด้วย ในด้านของการใช้งานจะมีฟีเจอร์ Smart Data Mode เพื่อสลับไปมาระหว่าง 5G และ LTE ในขณะที่ไม่จำเป็นต้องใช้ 5G เพื่อประหยัดการใช้งานข้อมูล

iPhone 12 มีการเปลี่ยนดีไซน์ใหม่อีกรอบ ในส่วนของขอบที่เปลี่ยนเป็นเหลี่ยม เหมือนกับ iPad Pro, iPad Air 4, หรือ iPhone 4 นั่นเอง จอใช้เป็นจอ Super Retina XDR อีกทั้งยังเสริมเกราะป้องกันหน้าจอด้วย Ceramic Shield อีกด้วย

iPhone 12 จะมาพร้อมกับชิปที่เรียกได้ว่าไวและดีที่สุดในตอนนี้ A14 Bionic ขนาด 5nm แบบเดียวกันกับใน iPad Air 4 มี CPU 6 core และ GPU 4 core และใน Nueral Engine เพิ่มเป็น 16 core จากเดิม 8 core สำหรับ Machine Learning

นอกจากนี้ยังมีการประกาศเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับใน Apple Watch ที่เปิดตัวไป จะไม่มีอะแดปเตอร์และหูฟังมาให้ด้วย Apple ให้เหตุผลว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่มีอุปกรณ์เหล่านี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นของ Apple เอง หรือจะเป็นของ Third Party ก็ตาม ในส่วนหูฟัง ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ไร้สายกันแล้ว ซึ่งด้วยการนี้เอง กล่องจะสามารถมีขนาดที่บางลงด้วย

ในด้านของการชาร์จ การที่ไม่แถมหัวชาร์จมาให้ Apple ได้นำเสนอวิธีใหม่ในการชาร์จนั่นคือ MagSafe ที่สามารถชาร์จได้ไวถึง 15W ซึ่งเป็นการชาร์จไร้สายแบบแม่เหล็กนั่นเอง โดยมีอุปกรณ์เสริมออกมาในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงแท่นให้สามารถชาร์จได้หลาย ๆ อุปกรณ์พร้อมกันด้วย

ทั้ง 4 รุ่นยังได้รับการรับรองมาตรฐาน IP68 ที่จะสามารถกันน้ำได้ลึกสุดถึง 6 เมตร นานถึง 30 นาที และป้องกันการโดนละอองน้ำ

แต่ถึงแม้การเปิดตัวจะผ่านไปแล้ว สำหรับ iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นนี้ไม่ได้มีการเอ่ยถึง Touch ID ที่น่าจะเป็นที่ต้องการของหลาย ๆ คนในตอนนี้ ไม่เหมือนกับ iPad Air 4 ที่มีการฝัง Touch ID ไว้บนปุ่ม Power เราก็ยังคงต้องอยู่กับการใส่ ๆ ถอด ๆ หน้ากากต่อไป ถ้าไม่ต้องการใส่รหัสผ่าน

iPhone 12 mini และ iPhone 12

สำหรับ iPhone 12 mini และ iPhone 12 จะมีการใช้กล้องคู่ Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล ƒ/2.4 และ Wide 12 ล้านพิกเซล ƒ/1.6 สามารถซูมแบบ Optical ได้สูงสุดถึง 2 เท่า และ Digital ถึง 5 เท่า มีโหมด Smart HDR 3 เพื่อใช้ Machine Learning ในการปรับแสงและค่าต่าง ๆ ของรูปภาพ และสามารถใช้ Night Mode และ Deep Fusion ได้ในกล้องทุกตัวบน iPhone 12 เอง รวมถึงกล้องหน้าด้วย รวมถึงสามารถทำ Timelapse ใน Night Mode ได้แล้ว และยังสามารถถ่ายวิดีโอ HDR ได้พร้อมกับการแก้ไขวิดีโอได้โดยตรงจากบนเครื่อง

iPhone 12 mini และ iPhone 12 มีวางจำหน่ายใน 3 ความจุ 64GB, 128GB, และ 256GB ใน 5 สี สีดำ, ขาว, แดง, น้ำเงิน, และสีเขียว

  • iPhone 12 mini (เปิดจองในวันที่ 6 พฤศจิกายน และวางจำหน่ายในวันที่ 13 พฤศจิกายน)

  • 64GB ราคา 699 เหรียญฯ (21,800 บาท)

    • 128GB ราคา 749 เหรียญฯ (23,500 บาท)
  • 256GB ราคา 849 เหรียญฯ (26,600 บาท)

  • iPhone 12 (เปิดจองในวันที่ 16 ตุลาคม และวางจำหน่ายในวันที่ 23 ตุลาคม)

  • 64GB ราคา 799 เหรียญฯ (24,800 บาท)

    • 128GB ราคา 849 เหรียญฯ (26,600 บาท)
    • 256GB ราคา 949 เหรียญฯ (30,000 บาท)

iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max

iPhone 12 Pro มีกล้องทั้งหมด 3 ตัว Wide 12 ล้านพิกเซล ƒ/1.6, Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล ƒ/2.4 กว้างถึง 120 องศา และ Telephoto พร้อมกับเซ็นเซอร์ LiDAR ที่จะให้ผู้ใช้สามารถสแกนสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้เพื่อทำเป็นโมเดลขึ้นมาเพื่อใช้งาน AR แต่สำหรับ iPhone 12 Pro Max นั้นจะมีเซ็นเซอร์ของเลนส์ Wide ที่ใหญ่ขึ้น 47% ทำให้สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีมากขึ้น และเป็นเลนส์ที่ดีที่สุดทั้งใน 4 รุ่น

iPhone 12 Pro มีการรองรับ Apple ProRAW ยกระดับการถ่ายภาพให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น หรือการถ่ายภาพที่ต่อกันหลาย ๆ เฟรม เพื่อนำภาพเหล่านั้นมาประมวลผลเป็นไฟล์ RAW เพื่อสีสันและรายละเอียดภาพที่โดดเด่น และสามารถนำไปประมวลผลต่อได้ในภายหลัง

อีกทั้งยังสามารถถ่ายวิดีโอในรูปแบบ HDR หรือ Dolby Vision HDR ความละเอียดสูงถึง 4K ที่ 60fpsและสามารถแก้ไขฟิลเตอร์ต่าง ๆ ได้จาก iPhone โดยตรงเลยเช่นเดียวกันกับ iPhone 12

iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max มีวางจำหน่ายใน 3 ความจุ 128 GB, 256GB, 512 GB ใน 5 สี สีแปซิฟิกบลู, ทอง, เงิน และกราไฟต์

  • iPhone 12 Pro (เปิดจองในวันที่ 16 ตุลาคม และวางจำหน่ายในวันที่ 23 ตุลาคม)

  • 128GB ราคา 999 เหรียญฯ (31,000 บาท)

    • 256GB ราคา 1,099 เหรียญฯ (34,100 บาท)
  • 512GB ราคา 1,299 เหรียญฯ (40,600 บาท)

  • iPhone 12 Pro Max (เปิดจองในวันที่ 6 พฤศจิกายน และวางจำหน่ายในวันที่ 13 พฤศจิกายน)

  • 128GB ราคา 1,099 เหรียญฯ (34,100 บาท)

    • 256GB ราคา 1,199 เหรียญฯ (37,500 บาท)
    • 512GB ราคา 1,399 เหรียญฯ (43,800 บาท)

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...