โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จัดพอร์ตกองทุนรวมอย่างไร ในภาวะวิกฤติ

Lumpsum

เผยแพร่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 11.45 น.

…ในวันที่เพื่อนสาวสงสัยว่าท่ามกลางวิกฤติ จะจัดพอร์ตกองทุนรวมอย่างไรดี

 

เพื่อนสาว : นี่เธอ ชั้นก็พอเข้าใจนะว่าในวิกฤติก็เป็นโอกาสในการเข้าลงทุน เพราะเราจะได้ต้นทุนถูกกว่าเวลาปกติ แต่ตอนนี้เนี่ย ที่ลงทุนไป มันก็สาละวันเตี้ยลง ติดลบแล้วลบอีก อย่างชั้นก็มือใหม่ เพิ่งจะเริ่มลงทุน เห็นแล้วมันก็ใจ๋บ่ดีเลยค่า

น้องโน่ : อย่าดูบ่อยซิ ถ้าพอร์ตที่ลงทุนนี้เป็นพอร์ตลงทุนระยะยาว เปิดดูทุกวันมันก็ไม่ใช่มะ

เพื่อนสาว : แหมมมมมม ก็ชั้นอดใจไม่ไหว มันอยากเห็น อยากดูอ่า

น้องโน่ : จ้า เอางี้ ชั้นมีอีกหนึ่งวิธี สำหรับจัดพอร์ตกองทุนรวมในช่วงภาวะวิกฤติ เอามะ ๆ

เพื่อนสาว : เอาซิจ้ะ แหม่ ไม่น่าถาม

 

ปี 2563 เป็นปีในประวัติศาสตร์โลกที่ไม่ค่อยจะน่าจดจำนัก กับวิกฤติ COVID-19 เชื้อไวรัสมรณะที่แพร่ระบาดทั่วโลก คร่าชีวิตคนไปแล้วหลักแสน นอกจากคร่าชีวิตคนนับแสนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ต่อคนหลายพันล้านคนทั่วโลก

ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจโลกก็ใช่ว่าจะดี ยังง่อนแง่นคลอนแคลน หลากปัญหาหรือแรงกดดันรุมเร้า เช่น

- สงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีน ที่ลากยาวมาจนปัจจุบัน

- Brexit กับการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ

- เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ส่อแววภาวะชะลอตัว (เงินเฟ้อติดลบ)

- ปัญหาวิกฤติทางการเงินในหลายประเทศของยุโรป

ปัญหาเหล่านี้ทำให้การลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นผันผวนสูง แต่เรายังสามารถลดความผันผวนหรือความเสี่ยงลงได้ด้วยการจัดพอร์ตลงทุนแบบ Global Asset Allocation

 

การจัดพอร์ตลงทุนแบบ Global Asset Allocation คืออะไร?

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ Asset Allocation กันก่อน

Asset Allocation คือ การจัดสรรเงินลงทุน ด้วยการกระจายการลงทุนไปยังหลากหลายสินทรัพย์เพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งปกติจะแบ่งการลงทุนไปยังเป็น 4 สินทรัพย์หลัก คือ

- เงินสด (Cash)

- ตราสารหนี้ (Bond)

- ตราสารทุน (Equity)

- การลงทุนทางเลือก (Alternative Investment) – อสังหาริมทรัพย์ (Property) สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity)

เมื่อใส่คำว่า Global เข้ามา Global Asset Allocation จึงหมายถึงการจัดสรรเงินลงทุนหลายสินทรัพย์(ตามข้างต้น) ไปยังหลายประเทศทั่วโลก ทั้งประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Market) และประเทศที่กำลังพัฒนา (Emerging Market)

 

ตารางรีเทิร์น
ตารางรีเทิร์น
ตารางรีเทิร์น

ที่มา : https://novelinvestor.com/asset-class-returns/

 

จากรูปเป็นตารางแสดงของการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท ช่วงปี 2004 ถึงปีล่าสุด (ครึ่งแรกของปี 2020) จะเห็นว่าไม่มีการลงทุนในสินทรัพย์ใดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในทุก ๆ ปี และไม่มีการลงทุนในสินทรัพย์ใดที่ให้ผลตอบแทนแย่สุดในทุก ๆ ปี เช่นกัน แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ มีขึ้นมีลงตามภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น ๆ

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ วิกฤติซับไพร์มเมื่อปี 2008 ที่มีต้นเหตุในสหรัฐฯ จนลุกลามไปทั่วโลก ซึ่งปีนั้นตลาดหุ้นทั่วโลกติดลบหนักมาก

เมื่อตลาดหุ้นลบหนักและผันผวนสูง จึงเป็นเรื่องปกติที่นักลงทุนจะโยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น เข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยอย่างเงินสดและตราสารหนี้ ทำให้ในปี 2008การถือเงินสดและลงทุนในตราสารหนี้เป็นเพียงการลงทุนเพียง 2 รูปแบบเท่านั้น ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด

แต่ถ้าปีไหนเศรษฐกิจดี ตลาดหุ้นกลับมาบูม การถือเงินสดและการลงทุนในตราสารหนี้ก็ให้ผลตอบแทนรั้งท้ายอย่างชัดเจน เช่น ปี 2016-2017 เป็นต้น

นี่เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง บอกเราอย่างชัดเจนว่า ไม่มีสินทรัพย์ใดให้ผลตอบแทนดีที่สุดตลอดทุกปี

 

ที่มา : https://novelinvestor.com/asset-class-returns/

 

แต่มีการลงทุนสินทรัพย์อยู่ 1 ประเภท ที่ให้ผลตอบแทนกลาง ๆ มาโดยตลอด แม้จะไม่โดดเด่นที่สุด แต่ก็ไม่ได้แย่ที่สุด นั่นคือ AA หรือ Asset Allocation Portfolio

 

Asset Allocation Portfolio เป็นการจัดพอร์ตการลงทุน โดยมีการกระจายการลงทุนไปทั่วโลก โดยแบ่งการลงทุนในตราสารทุน 50% (15% large cap stocks, 15% international stocks, 10% small cap stocks, 10% emerging market stocks) ตราสารหนี้ 40% (high-grade bonds) และการลงทุนทางเลือก (10% REITs) และทำ Rebalancing ทุกปี

Rebalancing คือ การปรับสมดุลของพอร์ตการลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในตอนแรก โดยขายสัดส่วนของสินทรัพย์ที่เกินกำหนดออกมา (ส่วนของกำไร) และนำเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์ส่วนเกินนี้ไปซื้อสินทรัพย์ที่มีสัดส่วนต่ำกว่ากำหนดให้กลับมาเท่าเดิม

 

จากตาราง จะเห็นว่าการจัดลงทุนด้วยการจัดพอร์ตแบบ Global Asset Allocation ในปี 2008 แม้ AA ติดลบ 22.4% แต่ก็ช่วยให้ผลตอบแทนที่ติดลบนั้น ติดลบน้อยลงไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว หากเทียบกับการลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว อย่าง EM หรือ Emerging Market Stocks ที่ติดลบ 53.2% และInt’l Stk หรือ International Developed Stocks ที่ติดลบ 43.1%

 

น้องโน่ : เธอพอนึกภาพออกหรือเข้าใจบ้างมั้ย ว่าในช่วงวิกฤติจะปรับพอร์ตการลงทุนอย่างไร

เพื่อนสาว : ชั้นเข้าใจแบบนี้นะ การลงทุนแบบ AA ที่เธอยกเป็นตัวอย่างมา เขากระจายการลงทุนไปยังหลายสินทรัพย์ ที่แม้จะยังเน้นหุ้น แต่ลดสัดส่วนเหลือครึ่งเดียว หรือ 50% โดยใส่ตราสารหนี้เข้ามา50% และสินทรัพย์ทางเลือกอื่นอีก 10% ซึ่งพอเป็นแบบนี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงหรือความผันผวนจากหุ้นลงไปได้ ผลตอบแทนจากการลงทุนแบบ AA จึงดีกว่าการลงทุนที่เน้นหุ้นอย่างเดียว ดังนั้น ถ้าชั้นจะปรับมาใช้กับตัวเองในช่วงวิกฤติ ก็ต้องจัดพอร์ตกองทุนรวมโดยลดกองที่เน้นลงทุนในหุ้น มาให้น้ำหนักกับกองที่เน้นตราสารหนี้แทน แต่ยังไม่หมดเท่านี้นะจ้ะ แต่ถ้าวันนึงหุ้นกลับมาดี ชั้นก็ค่อยโยกไปกองที่เน้นหุ้น เพราะถ้ายังถือกองแบบ AA ก็จะได้ผลตอบแทนกลาง ๆ แต่หุ้นจะดีกว่า ถูกมั้ยจ้ะ

น้องโน่ : ปังมากแม่ เริศสุด!! ดีออกกกกกกก(คำสร้อย) เก่งมาก

เพื่อนสาว : ชั้นเข้าใจไอเดียแล้ว แต่ชั้นก็อยากรู้ต่อ ว่าต้องทำอย่างไร ปรับพอร์ตอย่างไร

น้องโน่ : แหมมมม แอ๊บไม่รู้รึเปล่า เก่งแบบเธอต้องให้บอกอีกเหรอ

เพื่อนสาว : อันนี้โง่จริงค่ะ ไม่ทักษอร!! 55+

น้องโน่ : เธอทำได้ 2 วิธี วิธีแรกคือ ปรับพอร์ตกองทุนรวม เน้นลงทุนในกองที่มีสัดส่วนการลงทุนคล้าย ๆ แบบ AA ที่ยกตัวอย่างไป ไม่เฉพาะกองทุนที่ลงทุนในประเทศ แต่รวมถึงกองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศด้วย (ยิ่งเพิ่มโอกาสการลงทุน) ส่วนอีกวิธี สำหรับกรณีที่หากองทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนคล้ายแบบ AA ไม่ได้ เราก็จัดพอร์ตของเราเองเลย เช่น เงิน 100 บาท ก็แบ่งไปซื้อหุ้น 50 บาท ตราสารหนี้ 40 บาท และสินทรัพย์ทางเลือกอีก 10 บาท เป็นต้น

เพื่อนสาว : กราบจ้ะเพื่อนรัก ที่ช่วยเบิกเนตรการลงทุนให้ชั้น ปังปุริเย่!!!

 

สรุป

- ไม่มีสินทรัพย์ใดให้ผลตอบแทนดีที่สุดตลอดทุกปี

- การจัดพอร์ตแบบ Global Asset Allocation

จะช่วยลดความเสี่ยงหรือความผันผวนจากตลาดหุ้นในช่วงวิกฤติ

 

 

 

ดูบทความต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...