โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดบทเรียน "เนเธอร์แลนด์" ระบบบำนาญดีสุดในโลกกำลังล่มสลาย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2562 เวลา 10.27 น.
(Photo by Robin UTRECHT / ANP / AFP) / Netherlands OUT

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรกำลังสร้างแรงกดดันต่อระบบบำเหน็จบำนาญทั่วโลก ด้วยอัตราการเกิดที่ต่ำส่งผลต่อจำนวนแรงงาน ขณะที่ผู้สูงอายุวัยเกษียณมีจำนวนเพิ่มขึ้น ปัญหาเหล่านี้กำลังสร้างแรงกระเพื่อมต่อกองทุนบำนาญทั่วโลกโดยเฉพาะในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำติดดิน ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนลดฮวบ ซึ่งกดดันรัฐบาลทั่วโลกอาจต้องปรับลดเงินบำนาญของผู้เกษียณ รวมถึงการเรียกเก็บเงินสมทบจากวัยทำงานมากขึ้น

รอยเตอร์สรายงานว่า รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ (ดัตช์) ประเทศที่มีระบบบำเหน็จบำนาญที่ดีที่สุดในโลก กำลังเผชิญปัญหาดังกล่าว โดยกฎหมายของเนเธอร์แลนด์ระบุว่า หากสัดส่วนความเพียงพอของสินทรัพย์กองทุนต่อเงินบำนาญและผลประโยชน์เมื่อเกษียณอายุ (coverage ratio) ของกองทุนลดลงต่ำกว่า 95% กองทุนบำนาญนั้นจำเป็นต้องปรับลดเงินบำนาญที่จ่ายให้กับผู้เกษียณ หรือต้องเพิ่มเงินอุดหนุนกองทุนของคนทำงาน

โดยขณะนี้พบว่า กองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการของประเทศเนเธอร์แลนด์ (เอบีพี) รวมถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างภาคสาธารณสุข (พีเอฟซีวี) มีสัดส่วนความเพียงพอของสินทรัพย์กองทุนต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด คือ อยู่ที่ 93.3% และ 92.2% ตามลำดับ

นอกจากนี้ ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกว่า 70 แห่ง ซึ่งมีสมาชิกกว่า 12.1 ล้านคน เผชิญกับภาวะสินทรัพย์กองทุนไม่เพียงพอต่อการชำระเงินบำนาญและสิทธิประโยชน์หลังเกษียณ เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากภาคประชาชน รวมถึงความกังวลต่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 ส่งผลให้รัฐบาลดัตช์ประกาศชะลอการปรับลดเงินบำนาญของคนวัยเกษียณออกไปเป็นปีหน้า นายโวลเตอร์ คูมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคมเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า อาจมีการตัดสิทธิประโยชน์ของผู้รับเงินบำนาญลงในปีหน้า ถ้าหากสัดส่วนความเพียงพอของสินทรัพย์กองทุนลดต่ำลงกว่า 90%

ทั้งนี้ หากมีการปรับลดเงินบำนาญเกิดขึ้นในปี 2020 จะเป็นการลดเบี้ยบำนาญครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่มีระบบบำเหน็จบำนาญที่ดีที่สุดในโลก

โดยรายงานดัชนีระบบบำนาญโลก ประจำปี 2019 ของ “เมลเบิร์น เมอร์เซอร์” พบว่า เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีระบบบำนาญที่ดีที่สุดในโลก โดยลูกจ้างในเนเธอร์แลนด์จะได้รับเงินจากระบบบำนาญใน 2 ส่วน ได้แก่ กองทุนบำนาญของราชการ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้างเอกชน ซึ่งเมื่อรวมเบี้ยบำนาญทั้งสองกองทุนจะทำให้คนวัยเกษียณมีรายได้ราว 80% ของรายได้ในช่วงชีวิตที่ทำงานมา

นอกจากปัจจัยโครงสร้างประชากรสูงวัยจะสร้างแรงกดดันต่อสถานะการเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญทั่วโลกแล้ว อีกปัจจัยสำคัญก็มาจากภาวะ “อัตราดอกเบี้ย” ที่ต่ำมาก จนส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนบำนาญด้วยเช่นกัน

“ซีเอ็นเอ็น” รายงานว่า รัฐบาลเนเธอร์แลนด์วางแผนปฏิรูประบบบำนาญของตนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยเตรียมยืดเวลาอายุเกษียณเป็น 67 ปี ภายในปี 2024 นอกจากนี้ รายงานระบุว่า

นโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสำคัญ ๆ ทั่วโลก โดยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงการเข้าซื้อพันธบัตรของธนาคารกลาง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกลดต่ำลง กระทบโดยตรงต่อผลตอบแทนการลงทุนของกองทุนบำนาญทั่วโลก ขณะที่จำนวนประชากรวัยเกษียณมีจำนวนมากขึ้น แต่ดอกเบี้ยที่กองทุนให้สัญญาไว้จะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ทำให้กองทุนบำนาญหลายแห่งเผชิญปัญหาสถานะทางการเงินที่ต้องจ่ายให้กับคนวัยเกษียณในอนาคต

ทั้งนี้ รายงานของ “จี-30” หรือองค์กรที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และนโยบายทางการเงิน ในกรุงวอชิงตัน เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว 20 ประเทศทั่วโลก ต้องเผชิญกับการขาดแคลนเงินบำนาญที่เพียงพอต่อการรองรับสังคมผู้สูงอายุ ถึง 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2050 เทียบกับในปี 2017 ที่ขาดแคลนเงินเพียง 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ทั้งนี้ เป็นการคำนวณที่ตั้งอยู่บนสมมุติฐานเศรษฐกิจโลกมีการเติบโตทุกปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...