โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำรวจ "วัดดุสิต" กว่า 50 ปีก่อน จุดที่เชื่อว่าเป็นวัด "พระนม" ของสมเด็จพระนารายณ์?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 28 พ.ย. 2566 เวลา 14.08 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 13.54 น.
ศาลเจ้าแม่ดุสิต

สำรวจ “วัดดุสิต” กว่า 50 ปีก่อน จุดที่เชื่อว่าเป็นวัดที่ “พระนม” ของสมเด็จพระนารายณ์ หรือ “เจ้าแม่วัดดุสิต” เคยมาพำนัก ?

วัดดุสิต ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองศรีอยุธยาด้านทิศตะวันออก ฟากคลองกระมังไผ่ลิงฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นคลองที่วางตัวในแนวเหนือใต้ เชื่อมระหว่างคลองบ้านบาตรกับคลองปากข้าวสาร พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาบันทึกไว้ว่า พระนมของสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งเป็นมารดาของเจ้าพระยาโกษาเหล็กและเจ้าพระยาโกษาปาน เสนาบดีคนสำคัญในสมัยนั้น ได้มาสร้างพระตำหนักอยู่ใกล้พระอารามวัดดุสิตแห่งนี้

ต่อมา หลังจากสมเด็จพระเพทราชา ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง เสด็จสวรรคตลงใน พ.ศ. 2246 กรมพระเทพามาตย์ อัครมเหสี ซึ่งเป็นพระราชมารดาเลี้ยงของสมเด็จพระเจ้าเสือ (พ.ศ. 2246-2251) ก็กราบบังคมทูลลาพระเจ้าอยู่หัวองค์ใหม่ มาสร้างพระตำหนักอยู่ใกล้ๆ กับพระตำหนักของพระนม

ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ (พ.ศ. 2251-2275) พระองค์เจ้าดำ พระราชโอรสของสมเด็จพระเพทราชา ได้กระทำการกระด้างกระเดื่องต่อพระราชอำนาจ จึงมีรับสั่งให้พระอนุชาธิราช (สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ) กรมพระราชวังบวรฯ นำไปชำระความ เมื่อเห็นผิดเป็นมหันตโทษจึงโปรดให้นำพระองค์เจ้าดำไปสำเร็จโทษ ณ วัดโคกพระยา ตามราชประเพณี จากนั้น พระองค์เจ้าแก้ว ซึ่งเป็นบาทบริจาริกาของพระองค์เจ้าดำ จึงตัดสินพระทัยเสด็จไปผนวชเป็นรูปชีอยู่กับกรมพระเทพามาตย์ที่พระตำหนักวัดดุสิต

เมื่อ พ.ศ. 2510 อาจารย์ น. ณ ปากน้ำ มาสำรวจที่วัดนี้ พบว่ามีพระพุทธรูปหินทรายขาวเป็นจำนวนมาก รวมถึงกระเบื้องหลังคาชนิดลอนเคลือบสีเหลือง ทำให้ทราบว่า นอกจากวัดบรมพุทธารามในเกาะเมืองซึ่งสถาปนาขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระเพทราชาแล้ว ก็ยังมีวัดดุสิตอีกแห่งหนึ่งที่ใช้กระเบื้องเคลือบสีเหลืองมุงหลังคาด้วยเช่นกัน

เป็นไปได้ว่า วัดนี้น่าจะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในช่วงนั้น เนื่องจากคงเป็นวัดที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกันมาตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์หรือก่อนหน้านั้น จนถึงกษัตริย์ในราชวงศ์บ้านพลูหลวง ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

น่าเสียดายที่ปัจจุบัน วัดดุสิต เหลือไว้แต่โคกอิฐซึ่งเป็นส่วนขององค์เจดีย์ที่พังทับถมลงมา มีเศษซากพระพุทธรูปและเสมาที่หักเหลือแค่ครึ่งฐานกองรวมๆ กันอยู่ใต้ต้นไม้ พิจารณาจากลักษณะแล้ว น่าจะเป็นเสมาที่ทำด้วยหินทรายขาว ตรงตามที่อาจารย์ น. ณ ปากน้ำ เคยมาสำรวจพบและให้ทัศนะว่า น่าจะเป็นของที่ทำขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง หรือก่อนหน้านั้น

ส่วนรอบๆ บริเวณก็มีสภาพไม่ต่างจากวัดร้างทั่วๆ ไปที่เหลือแต่โคก คือถูกรุกล้ำและล้อมรอบไปด้วยบ้านเรือนร้านค้า ข้างๆ เขตโบราณสถาน เป็นถนนเข้าซอยตรงไปบรรจบกับคลองกระมัง ส่วนบริเวณด้านหน้า ริมถนนที่จะไปวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่วัดดุสิต ซึ่งชาวบ้านทั่วไปให้ความเคารพนับถือมาก ศาลนี้แต่เดิมเป็นเพียงศาลเล็กๆ ต่อมาชาวบ้านที่มีจิตศรัทราได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างศาลขึ้นใหม่ แล้วนำศาลเดิมที่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมมาตั้งไว้ภายใน

เจ้าแม่วัดดุสิต พระราชพงศาวดารให้การยกย่องว่าเป็นเจ้าแม่ผู้เฒ่า เพราะความเป็นผู้หญิงเก่ง ที่เป็นทั้งแม่นมของพระมหากษัตริย์ และแม่ของเสนาบดีที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ ทุกคนจึงให้ความเคารพยำเกรง แม้แต่พระมหากษัตริย์ก็ยังต้องทรงเชื่อฟัง

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่สตรีผู้นี้ จะเป็นบุคคลเดียวเท่านั้นที่สามารถกราบบังคมทูลให้สมเด็จพระนารายณ์พระราชทานอภัยโทษแก่ขุนหลวงสรศักดิ์ (สมเด็จพระเจ้าเสือ) กรณีไปชกปากเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ขุนนางที่โปรดปราน และเรืองอำนาจที่สุดคนหนึ่งในสมัยนั้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

แก้ไขปรับปรุงเนื้อหาในระบบออนไลน์เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...