โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

15 เรื่องสุดสไตล์ลิชจากซีรีส์ Devil May Cry!

BT Beartai

อัพเดต 18 มี.ค. 2562 เวลา 15.24 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2562 เวลา 10.34 น.
15 เรื่องสุดสไตล์ลิชจากซีรีส์ Devil May Cry!

หลังจากที่ทางแบไต๋เพิ่งจะได้รีวิวออกไปมารูปแบบของบทความไปเมื่อไม่นานมานี้ และพบว่าในเกมภาคดังกล่าวมีหลายสิ่งที่ต่อยอดจากภาคก่อนหน้านี้อยู่ไม่น้อย ทางเราก็อยากที่จะนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจของซีรีส์ดังกล่าวให้สมกับระยะเวลาที่ตัวเกมดำเนินมากว่า 18 ปี มาดูกันดีกว่าครับ ว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

1. ดีไซน์ของ Nero สืบทอดเจตนารมย์จากตัวละครเอกของโปรเจกต์เกมที่ถูกยกเลิกไปและ Devil May Cry เวอร์ชั่นรีบูต

Scalebound คือชื่อของโปรเจกต์เกมผู้ให้กำเนิดซีรีส์ DMC อย่าง Hideki Kamiya ที่มีแผนจะเป็นเกม Exclusive บนเครื่องเล่น Xbox one แต่ก็ดันถูกยกเลิกไปอย่างน่าเสียดาย ในขณะเดียวกันเกมเวอร์ชั่นรีบูตอย่าง DMC: Devil May Cry เอง ที่แม้จะถูกก่นด่า (ด้านเนื้อเรื่องและดีไซน์ตัวละครเป็นหลัก) แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเกมเพลย์ในฉบับนี้ ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายสไตลิช (Stylish) สุดมันแบบที่ซีรีส์นี้เป็นมา ทางทีมของ Capcom จึงนำวัตถุดิบจากสองเกมดังกล่าว ใส่มันลงไปใน Devil May Cry V เพื่อให้ระลึกถึง ผ่านดีไซน์ Nero ตัวละครเอกหน้าใหม่ของเกมในซีรีส์นี้

2. อาวุธ Barlog ได้ชื่อมาจากตัวละครในเกม Street Fighter และต้นตำรับของตัวละครดังกล่าวก็มาจากผู้แต่งนิยาย The Lord of the Rings

เป็นเรื่องปกติแบบสุด ๆ ที่ผู้พัฒนาเกมจะนำวัตถุดิบจากผลงานเก่าของตนไปมาหาสู่ผลงานเกมใหม่ ๆ (ของมันมีก็ต้องใช่สิ!) โดยใน Devil May Cry V อาวุธสนับแขนขาของดันเต้ที่มีชื่อว่า Barlog นั้น หากใครที่เป็นแฟนพันธุ์ทาง Capcom ก็อาจจะเอะขึ้นใจขึ้นมาได้แน่นอนว่ามันคือชื่อเดียวกันกับพ่อหนุ่มนักมวยจากในเกม Street Fighter นี่หน่า! ซึ่งนอกจากที่อาวุธดังกล่าวจะมีการโจมตีในรูปแบบหมัดมวยตามความสามารถของชื่อตัวละครต้นตำรับแล้ว ในความลึกอีกขั้นหนึ่งของชื่อ Barlog นั้น ต้นตำรับตั้งต้นเลยได้นำมาจากสิ่งมีชีวิตโบราณที่มีพลังควบคุมไฟจากในนิยาย The Lord of the Ring ของ J.R.R Tolkien อีกทีครับ

3. Devil May Cry กำลังจะมีเกมฉบับมือถือด้วยนะ (แต่ยังพัฒนาอยู่ใจเย็น ๆ)

ยุคนี้หลายค่ายเกมต่างก็พัฒนาหรือพยายามนำ IP ของตนมาดัดแปลงให้ออกมาเป็นเกมฉบับมือถือกันจนเป็นเรื่องปกติ จนถึงขึ้นที่หลากหลายเกมเองยังสามารถถูกซื้อลิขสิทธิ์เพื่อนำไปดัดแปลงต่อยอดได้ ซึ่ง Devil May Cry: Pinnacle of Combat ก็เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์เกมฉบับมือถือของซีรีส์ปีศาจสะอึ้นที่แม้ Capcom จะไม่ได้ลงมือทำเอง แต่ก็พอจะเชื่อใจได้อยู่ (มั้ง) เพราะผู้พัฒนาที่นำเกมไปทำคือ Yuchang Game ที่ได้มีโอกาสนำโปรเจกต์เกมที่ว่านี้ไปเผยตัวในงาน Conference ของแบรนด์มือถือจีนอย่าง Oppo ในปี 2017 เลยนะ

4. ดันเต้ไม่ต้องรีโหลดเพราะ “กระสุนวาร์ปเข้ารังเพลิงเองยังไงล่ะ”

นี่อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่มองข้ามได้ แต่ถ้าเอามาคิดเป็นหลักเป็นแหล่ง มันก็อาจจะเป็นปัญหาเชาว์ระดับหนักสมองได้เช่นเดียวกัน นั่นคือทำไมพ่อหนุ่มดันเต้ของเราถึงยิงปืนออกได้ไม่จำกัดและไม่ต้องรีโหลดกระสุน ซึ่งบุคคลที่จะให้คำตอบนี้ได้อย่างแน่ชัดก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ บิดาของซีรีส์นี้อย่างนาย Hideki Kamiya นั่นเอง! ซึ่งเขาก็ได้ให้คำตอบกลับไปยังแฟนๆ ที่ถามไถ่เรื่องดังกล่าวผ่านยังทวิตเตอร์ส่วนตัวของตนไว้ว่า “เข้าดึงกระสุนมาจากคลังเก็บอาวุธด้วยการใช้พลังวาร์ปมา แบบเดียวกันร้านค้า Rodin ในเกม Bayonetta ไงล่ะ” แต่เราว่ามีอีกคำตอบหนึ่งนะที่สมเหตุสมผลกว่าเยอะ นั่นคือจะเสียเวลารีโหลดกระสุนทำไม “มันไม่เท่”

5. ซีรีส์ Devil May Cry ได้แรงบันดาลใจมาจากบทกวีชื่อดัง Divine Comedy

แม้จะดูต่างกันคนละขั้วก็ตามเถอะ แต่ซีรีส์เกมแอกชั่นฟันดะยียวนกวนประสาทนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทกวีชื่อดังจากแดนอิตาลีอย่าง Divine Comedy อันว่าด้วยการปลูกฝังปรัญชาด้านเทววิทยาของศาสนาคริส โดยบรรดาสิ่งที่ซีรีส์ดังกล่าวนำมาใช้นั้น มีดังนี้ครับ

  • ชื่อตัวเอกของซีรีส์อย่าง Dante เป็นชื่อเดียวกันกับผู้ประพันธ์ที่ซ้ำยังเป็นตัวดำเนินเรื่องในนิยายอย่าง Dante Alighieri
  • ชื่อของอีกหนึ่งตัวละครหลักของซีรีส์อย่าง Vergil ก็มีต้นตอมาจากชื่อตัวละครเดียวกันในฉบับกวีครับ แต่บทบาทในฉบับตั้งต้นจะไม่ใช่พี่ชายฝาแฝด หากแต่เขาจะเป็นนักบุญโรมันผู้นำทาง Dante ไปยังแดนนรกภูมิและดินแดนแห่งการล้างบาป
  • นอกจากนี้ชื่อของบอสหลายตัวในซีรีส์ก็ถูกนำมาใช้จากบทกวีต้นฉบับเช่นเดียวกัน อาทิ Geryon (บอสม้าหยุดเวลาได้ในภาค 3), Cerberus (บอสในภาค 3 ที่จะได้รับอาวุธเป็นกระบองสามท่อนเมื่อล้มลงได้) ฯลฯ

6. รูปทรงของ Orbs ทั้งหลายในเกมได้แรงบันดาลใจมาจาก (Beherit) เบเฮริตในมังงะ/อนิเมะ Berserk

ข้อนี้ไม่มีหลักฐานมายืนยันหรอกนะครับ แต่ดูจากอายุอานามซีรีส์ของเกมนี้แล้ว คนในองค์กรของ Capcom หลายคนน่าจะทันอนิเมะ/มังงะในอดีตชื่อดังหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องมี Berserk อยู่ด้วยเป็นแน่ และทางทีมงานน่าจะดัดแปลงรูปทรงของเบเฮริต (Beherit) หรือเครื่องประดับหน้าตาพิกรพิการที่ทำให้เกิดความโกลาหลในเรื่องมาดัดแปลงเป็นบรรดา Orbs ลูกพลังต่าง ๆ ในซีรีส์เกมนี้ครับ

7. เคยจับมือกับแบรนด์เสื้อ Diesel

นี่สิถึงจะเรียกว่าการใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์ที่สุด เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า Devil May Cry 2 นั้น เกมเมอร์หลายคนลงความเห็นเป็นเสียงส่วนมากออกมาว่า “คุณพระ ดีไซน์เสื้อเอ็งจะเท่ไปไหน” แต่ในขณะด้านเกมเพลย์พวกเขาก็พร้อมใจพูดเช่นกันว่า “ห่วยบรม”

และเมื่อ Capcom รู้สิ่งนี้ดี ในช่วงเวลาก่อนการพัฒนา พวกเขาจึงได้สานมิตรกับแบรนด์เสื้อ Diesel ด้วยการให้เป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายพิเศษที่ต้องปลดล็อคเอาจากในเกม

8. Devil May Cry 3 มีโหมดมัลติเพลเยอร์ซ่อนอยู่!

การซุกซ่อนความลับให้ผู้เล่นเจอด้วยตัวเองคือเรื่องถนัดของ Capcom เขาล่ะ ซึ่งใน Devil May Cry 3 นั้น มีโหมดมัลติเพลเยอร์แบบคละหลวมให้เล่นได้ด้วยนะจะบอกให้! วิธีการนั้นก็ไม่ยาก แค่เราต้องปลดล็อคความสามารถ Doppleganger ให้ได้เสียก่อน จากนั้นเราก็แค่แปลงเป็นร่างปีศาจและกดท่าดังกล่าว จากนั้นก็ให้จอยสองกดปุ่มสตาร์ต เท่านี้เราก็เฮฮากับเพื่อนได้แล้วล่ะ (แต่ทั้งนี้ มันไม่ถาวรนะเพราะเกจพลังปีศาจหมดเมื่อไหร่ ร่างคู่ขนานเราก็จะหายไป และก็ต้องกลับไปวกทำวิธีเดิม)

9. ผมไม่ได้ก๊อป! ตัวละคร V ถูกพัฒนาขึ้นก่อน Star Wars: Force Awaken นะ

ไม่ว่าใครที่ได้เห็นตัวละคร V ในครั้งแรก ก็ย่อมนึกไปถึงความละม้ายคล้ายคลึงของเขาที่มีกับ Adam Driver หรือผู้สวมบทบาทหลานสุดหัวร้อนของดาร์ธ เวเดอร์อย่าง Kylo Ren เป็นแน่ แต่เอาเข้าจริงๆ ทางผู้พัฒนาบอกมาว่า V ถูกพัฒนาก่อนที่ภาพยนตร์ปฐมบทครั้งใหม่อย่าง Star Wars: Force Awaken นะ พวกเราไมไ่ด้ก๊อป แถมยังมีหลักฐานเป็นผู้ให้ใบหน้าตัวละครที่ชื่อ Owen Hamze อยู่นะเออ

Owen Hamze ผู้เป็นแบบใบหน้าให้กับตัวละคร V 

10. ศัตรูที่ชื่อ The Nobodies ในภาค 5 สวมหน้ากากเหมือนมังงะ/อนิเมะเรื่องโจโจล่าข้ามศตวรรษ

สืบเนื่องจากข้อ 6 ที่เห็นได้ชัดว่าทีมงาน Capcom ก็เป็นสายมังงะ/อนิเมะกันพอสมควร เพราะศัตรูในภาค 5 แต่เคยปรากฎตัวมาแล้วในภาคแรกอย่าง The Nobodies นั้น ในภาคนี้ได้มีการอ้างอิงถึงมังงะ/อนิเมะในตำนานอย่างโจโจ ล่าข้ามศตวรรษในรูปแบบของหน้ากากที่พวกมันสวมใส่ซึ่งก็คลับคล้ายคลับคลากับหน้ากากศิลาอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดยว เอ้าเพลงมา! ตึง ตือ ตึด ตือ ตึด To Be Continue…

11. เห็นพิซซ่าปรากฎในเกมบ่อยไม่ใช่อะไร! แต่ทีมงานอยากบอกเป็นนัยให้คนเล่นรู้ว่า พวกเขากินกันจนเอียนระหว่างพัฒนาเกมนี้กัน!

เชื่อว่าฉากเปิดเกมในด่านแรกของ Devil May Cry 3 น่าจะเป็นภาพติดตาของใครหลาย ๆ คนที่ได้เล่นในตอนนั้น ที่พ่อหนุ่มดันเต้ของเราปะทะกับเหล่ากีกี้พร้อมคาบพิซซ่ากลางอากาศไปในตัว ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงแล้ว ในฉากนั้นมันจะเป็นอาหารอะไรก็ได้ที่มาเล่นกับลีลาการต่อสู้ของดันเต้ แต่เหตุผลที่ทีมงานเลือกจะใช้พิซซ่าก็เป็นเพราะพวกเขาอยากบอกให้ผู้เล่นได้รับรู้แบบฝังนัยว่า “พวกตรูสั่งมากินกันจนหน้าจะเป็นเปปเปอร์โรนี่กันอยู่แล้วในระหว่างพัฒนาเกม”

12. จี้สร้อยคอของ Dante มีสัญลักษณ์เดียวกันกับลิทธิ Los Illiminados ใน Resident Evil 4

อันนี้จริง ๆ แล้วค่อนข้างเห็นได้ชัดในภาคที่ 4 นั่นคือจี้สร้อยคอของดันเต้ที่บอกเลยล่ะว่าเป๊ะเอามาก ๆ ซึ่งตัวเกมก็ไม่ได้อะไร เพราะทั้งสองเกมต่างก็เป็น IP จากทาง Capcom ทั้งสิ้น

13. ถ้าคุณเปิดเพลงหน้าเมนูเข้ามิชชั่นในภาค 3 มันก็จะกลายเป็นเพลงหน้าเมนูมิ่ชชั่นของภาคแรก!

อีกหนึ่งสิ่งที่ Capcom ซุกซ่อนมันไว้ให้ผู้เล่นได้เจอด้วยตัวเอง (ว่าแต่มันจะเจอยังไงฟระ!) นั่นคือเพลงก่อนเริ่มมิชชั่นในภาค 3 นั้น หากผู้เล่นหาวิธีเล่นเพลงดังกล่าวย้อนหลังได้ เพลงที่เราจะได้ยินนั้นก็จะกลายเป็นเพลงเริ่มมิชชั่นในภาคแรกครับ

14. ดันเต้และตระกูลมีผมสีขาวเพราะอิงตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น

แน่นอนว่า Capcom คือบริษัทเกมสัญชาติญี่ปุ่น ฉะนั้นการสร้างสรรค์ของพวกเขาออกมาก็ดูจะเป็นเรื่องปกติที่จะใส่กิมมิคหรือความเป็นชาติของตนลงไปในเกม และแน่นอนว่าหลายคนอาจจะมีคำถามในใจว่าเหตุใดตระกูลของดันเต้ (ตัวเขาเอง เวอร์จิล และนีโร่) ถึงมีผมเป็นสีขาวโพน?

ออกตัวก่อนละกันครับว่า คำตอบในข้อนี้อาจไม่ได้มาจากต้นตอหรือทาง Capcom โดยตรง หากแต่เป็นเหตุผลจากเว็บไซต์แฟนเดนตายของซีรีส์นี้ครับ โดยสาเหตุที่ผมขาวนั้น ก็เป็นเพราะตามความเชื้อพื้นบ้านของญี่ปุ่น บุคคลที่มีผมสีขาวนั้น จะเกิดจากการที่ถูกปีศาจสิงสู่ครับ ซึ่งมันก็ตรงกับบริบทในซีรีส์ Devil May Cry พอดีที่กลุ่มตัวเอกเป็นครึ่งคนครึ่งปีศาจกัน

15. Cavaliere คือมอเตอร์ไซค์คันเดียวกันกับในภาค 2!?

การสานต่อสิ่งที่เคยเกิดขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ Capcom ทำไว้ได้ดีในผลงานเกมของพวกเขาไม่แพ้การซุกซ่อนความลับในเกม โดยในภาคที่ 5 นี้ Cavaliere อาวุธชิ้นหนึ่งของดันเต้อันเป็นมอเตอร์ไซค์ที่สามารถแบ่งซีกออกมาเป็นเลื่อยถือสองมือได้นั้น คาดว่าน่าจะเป็นคันเดียวกันกับมอเตอร์ไซค์ที่ด้นเต้ได้เคยขับลงไปยังนรกในภาคที่ 2 (ก่อนที่จะหลอมรวมกับบอสแล้วกลายเป็นอาวุธชิ้นดังกล่าวในที่สุด)

ที่มา: Wikia, youtube

แชร์โพสนี้

15 เรื่องสุดสไตล์ลิชจากซีรีส์ Devil May Cry!
15 เรื่องสุดสไตล์ลิชจากซีรีส์ Devil May Cry!
15 เรื่องสุดสไตล์ลิชจากซีรีส์ Devil May Cry!
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...