โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดอีกมุม! 'ฟอลคอน' ผู้ปราบกบฏมักกะสันแห่งกรุงศรี ลุยแหลกปล่อยเสือกินกบฏจนตาย

Khaosod

อัพเดต 29 มี.ค. 2561 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2561 เวลา 13.39 น.

ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กรุงศรีอยุธยาถือเป็นเมืองการค้าสำคัญที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในภูมิภาค ทำให้ชาวต่างชาติเดินทางมาค้าขายที่กรุงศรีอยุธยาเป็นจำนวนมาก

เดิมทีในช่วงต้นรัชกาลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กลุ่มขุนนางชาวต่างชาติที่มีอำนาจทางการเมืองสูงสุดเป็นกลุ่ม ‘ชาวเปอร์เซีย’ ที่นับถือศาสนาอิสลาม แต่ขั้วอำนาจในราชสำนักก็เปลี่ยนไป เมื่อขุนนางชาวกรีก‘คอนสแตนติน ฟอลคอน’ ได้รับตำแหน่งเจ้าพระยาวิชเยนทร์ ทำให้อำนาจของชาวเปอร์เซีย รวมทั้งกลุ่มมุสลิมอื่นๆ เสื่อมถอยลง

การสูญเสียอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้ขุนนางชาวมุสลิมไม่พอใจเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ซึ่งบางกลุ่มถึงขั้นพาลโกรธสมเด็จพระนารายณ์ไปด้วยที่ไม่ทรงโปรดปรานพวกตนเช่นเดิม

ขุนนางมุสลิมกลุ่มหนึ่งจึงวางแผนโค่นบัลลังก์จากสมเด็จพระนารายณ์ โดยยืมมือนักรบชาว ‘มากัสซาร์’ หรือที่ชาวอยุธยาในสมัยนั้นเรียกกันว่า ‘พวกมักกะสัน’ ให้เป็นผู้ลงมือก่อกบฏ

วันก่อนเกิดเหตุ ได้มีแขกจามคนหนึ่ง แอบส่งจดหมายไปหาพี่ชายของตนที่เป็นทหารรักษาพระองค์ที่เมืองละโว้ให้หนีกลับมาสมทบกับกลุ่มก่อกบฏ แต่พี่ชายของเขากลับไม่เห็นด้วย เนื่องจากความจงรักภักดีที่มีต่อสมเด็จพระนารายณ์ จึงนำความไปแจ้งแก่ฟอลคอน ฟอลคอนจึงนำความของชายคนดังกล่าวขึ้นกราบบังคมทูลแก่สมเด็จพระนารายณ์

สมเด็จพระนารายณ์จึงโปรดให้นำตัวหัวหน้ากบฏมักกะสันมาไต่ถาม ซึ่งสันนิษฐานว่าตัวการใหญ่อาจเป็นขุนนางชั้นสูงของไทยที่ไม่ชอบฟอลคอน ร่วมมือกับขุนนางมุสลิม และพ่อค้าอินเดีย

กบฏมักกะสันลงมือก่อกบฏขึ้น 2 แห่งคือ ในเมืองอยุธยา และเมืองบางกอก บริเวณป้อมวิไชยประสิทธิ์หรือป้อมวิชาเยนทร์ ซึ่งก่อเหตุครั้งแรกในวันที่ 22 ส.ค. พ.ศ.2229

ทางฟอลคอนที่ทราบข่าวล่วงหน้า ได้เตรียมระดมพลไว้ก่อน โดยมีชาวอังกฤษและชาวฝรั่งเศสคอยให้การสนับสนุน ทำให้ฝ่ายกรุงศรีอยุธยา มีอาวุธที่ทันสมัยกว่าเข้าต่อสู้กับกลุ่มกบฏ แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะกบฏมักกะสันที่มีความเชี่ยวชาญในการรบได้ ทำให้ทหารฝ่ายไทยเสียชีวิตไปหลายคน ซึ่งแม้แต่ฟอลคอนเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด

ในการรบครั้งที่ 2 ฟอลคอนจึงระดมทหารจำนวน 20,000 นาย ไปบุกกวาดล้างกลุ่มกบฏ ซึ่งกลุ่มกบฏก็แสร้งทำเป็นตื่นตกใจ หลอกให้กองทหารฝ่ายไทยแยกเป็นกลุ่มเล็กๆ ก่อนที่แขกมักกะสันจะเข้าสู้ ทำให้ฟอลคอนพ่ายแพ้อีกเป็นครั้งที่ 2

เดือนต่อมาในวันที่ 14 ก.ย พ.ศ.2229 ฟอลคอนได้ยกกำลังไปปิดล้อมหมู่บ้านกบฏมักกะสันอีกเป็นครั้งที่ 3 ในครั้งนี้กลุ่มสนับสนุนชาวยุโรปและทหารไทย ยกกำลังปืนใหญ่และธนูเพลิง ยิงเข้าไปเผาหมู่บ้านกบฏ ทำให้ไฟครอกตายเป็นจำนวนมาก ฟอลคอนจึงใช้ความได้เปรียบด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่เหมาะสมกับจุดยุทธศาสตร์ทางการรบและเครื่องมือแบบพิเศษจากตะวันตกให้เป็นประโยชน์ จนสามารถปราบพวกกบฏมักกะสันได้สำเร็จ

ส่วนกบฏมักกะสันที่เหลือรอดจากสนามรบ ฟอลคอนได้สั่งให้มัดไว้กับกางเขนก่อนจะปล่อยให้เสือเข้ามากัดกินทั้งเป็น และสั่งลงโทษทหารไทยบางกลุ่ม ที่หนีจากการปฏิบัติหน้าที่ในวันก่อกบฏ โดยการตอกเศษไม้เข้าเล็บ ทุบนิ้วมือจนแตก ใช้ไฟจี้ที่แขน และบีบขมับด้วยกระดานสองแผ่นประกบกัน แต่บางคนก็ถูกนำไปโยนให้เสือกินเช่นเดียวกับพวกกบฏ

 

 

ข้อมูลอ้างอิงจากkomkid.com และ gotoknow.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...