โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'สุวัจน์' เปิดครัวศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน แจกอาหารกล่องช่วยชาวโคราช (ชมคลิป)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 เม.ย. 2563 เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2563 เวลา 08.51 น.

“สุวัจน์” เปิดครัวศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน แจกอาหารกล่องช่วยชาวโคราช ประเมินเศรษฐกิจโลกปีหน้าถดถอยเหมือนสมัยสงครามโลก รัฐบาลต้องเร่งระดมเดินหน้ามาตรการแบบคู่ขนาน ให้ชนะทั้งวิกฤติโควิดและเศรษฐกิจ

นครราชสีมา-วันที่ 30 เมษายน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา/อดีตรองนายกรัฐมนตรีเปิดที่ทำการ “ศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน ร่วมใจฝ่าวิกฤติโควิด-19” ซึ่งอยู่ภายในสำนักงานพรรคชาติพัฒนา ริมถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ตั้งโรงครัวปรุงอาหารบรรจุกล่อง แจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้ตกงาน หรือต้องหยุดงานชั่วคราว ไม่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ

โดยมีคณะสงฆ์ และแม่ครัวจากวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา มาเปิด“ครัวหลวงพ่อ” ทำข้าวกล่องให้รับประทาน ขณะที่กลุ่มสตรีแม่บ้าน อสม.อำเภอเมืองนครราชสีมา ก็ตั้งโรงครัวขั่วหมี่โคราช และทำข้าวผัดกะเพราไก่ไข่ดาว แจกจ่ายด้วยเช่นกัน

นายสุวัจน์กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกือบ 1 เดือน ทาง “ศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน ร่วมใจฝ่าวิกฤติโควิด-19” ได้ดำเนินการแจกจ่ายหน้ากากผ้าและผลิตเจลแอลกอฮอล์ วันละประมาณ 3,000 ชุด แจกจ่ายพี่น้องชาวโคราชให้ได้ใช้ป้องกันโรคโควิด-19 พร้อมกับฉีดพ่นฆ่าเชื้อไวรัสโควิดในสถานที่ต่างๆ ตามที่ร้องขอเข้ามา วันละกว่า 10,000 ตารางเมตร แต่นอกเหนือจากผลกระทบด้านสุขภาพแล้ว ยังมีผลกระทบด้านเศรษฐกิจเกิดขึ้นด้วย ทางศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกันฯ จึงทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม

โดยจัดแจกอาหารกล่องให้กับผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว ซึ่งมีกลุ่มแม่บ้าน-กลุ่มสตรีจากพื้นที่ต่างๆ เข้ามาสนับสนุนเปิดครัวทำอาหารแจกประชาชนที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจ โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ปกครองฯ มาช่วยจัดระเบียบการจัดแจกตามมาตรการป้องกันโรคที่กำหนดไว้ ซึ่งเบื้องต้นจะเริ่มแจกวันละ 1,000 ชุด ในช่วงเวลา 11.00 น.-14.00 น. และจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งถือเป็นการส่งต่อน้ำใจให้กันของพี่น้องชาวโคราช ได้บรรเทาความเดือดร้อน เพื่อผ่านวิกฤติโควิด-19 นี้ไปได้ด้วยกัน

ส่วนการบริหารจัดการแก้วิกฤติโควิด-19 พบว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็ต้องเดินหน้าควบคู่กันไป ซึ่งจะเห็นว่า รัฐบาลพยายามทำงานเชิงรุกให้ครอบคลุมที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 5,000 บาท ในกลุ่มผู้ว่างงาน ตกงาน และเกษตรกร แต่อาจจะมีติดขัดบ้างเพราะเป็นช่วงเริ่มต้นดำเนินการ ทางหน่วยงานต่างๆก็ต้องรีบไปแก้ไขปัญหา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการช่วยเหลือเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนการกู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทเข้ามาแก้วิกฤติปัญหาตรงนี้ รัฐบาลก็ต้องชี้แจงฝ่ายค้านให้ความเข้าใจเมื่อมีการเปิดสภาฯ ว่า เงิน 1.9 ล้านล้านบาทภายใต้พระราชกำหนดฯ จะสามารถกอบกู้เศรษฐกิจ และมีรายละเอียดดำเนินการที่ชัดเจนอย่างไรบ้าง ซึ่งเชื่อว่าหลังจากชี้แจงทำความเข้าใจไปแล้ว ก็จะสามารถเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามที่ประสบปัญหาได้

ส่วนกรณีที่รัฐบาลเชิญ 20 มหาเศรษฐีของไทยมาหารือขอคำปรึกษา ตนมองว่า วิกฤติรุนแรงของประเทศขณะนี้ มี 2 เรื่อง ที่ถือเป็นวิกฤติระดับโลกด้วยเพราะทุกประเทศก็ได้รับผลกระทบ ได้แก่ วิกฤติสาธารณสุข และวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งมีการประเมินกันว่า ปีหน้าเศรษฐกิจโลกจะติดลบทั้งหมด จะเป็นครั้งแรกที่กลับไปสู่ยุคเศรษฐกิจถดถอย เหมือนกับสมัยสงครามโลก จึงเชื่อว่า รัฐบาลพยายามจะแสวงหาแนวทางและเปิดรับข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย แล้วรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆกำหนดเป็นมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาแบบคู่ขนานให้มีประสิทธิภาพที่สุด ส่วนเรื่องการปลดล็อค ผ่อนปรนมาตรการต่างๆนั้น

ต้องมองว่า ถ้าปัญหาโควิดระบาดเริ่มคลี่คลาย ทางรัฐบาลก็จะเริ่มผ่อนปรนปลดล็อคบางมาตรการคู่ขนานกันไป เพื่อลดผลกระทบและแรงกดดันทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งก็ต้องดูว่า ตอนนี้สถานการณ์ของประเทศอยู่ในระดับที่คลายล็อคได้หรือยัง และหากคลายล็อคไปแล้ว ปัญหาโรคโควิด19แพร่ระบาดจะต้องไม่กลับมาด้วย ดังนั้น การพิจารณาผ่อนปรนคลายล็อคในส่วนใด ก็ต้องมีมาตรการป้องกันโรคกำกับด้วย ซึ่งถือเป็นการคลายล็อคแบบมีเงื่อนไข และเป็นการส่งสัญญาณที่ดี ทำให้ประชาชนมีกำลังใจ ว่าต่อจากนี้ไปจะเริ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ก็ต้องบริหารมาตรการป้องกันควบคู่กันแบบคู่ขนาน เพื่อให้ชนะวิกฤติปัญหาทั้ง 2 ด้าน ซึ่งคิดว่าตอนนี้รัฐบาลกำลังรวบรวมข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าจะผ่อนปรนในเรื่องใดบ้าง และจะเริ่มเมื่อไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...