โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงเรียนนี้มีดีอะไร? “พ่อแม่ชาวญี่ปุ่น” ถึงยอมต่อคิวรอ เพื่อให้ลูกได้เรียนที่นี่เท่านั้น!

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 27 ก.ย 2561 เวลา 13.00 น. • JapanSalaryman

โรงเรียนนี้มีดีอะไร? พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นถึงยอมต่อคิวรอเพื่อให้ลูกได้เรียนที่นี่เท่านั้น!

by JapanSalaryman
 

โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นจัดงานกีฬาถึง 3 ครั้งใน 1 ปี
แต่ถึงกระนั้นก็เป็นโรงเรียนอนุบาลยอดนิยมสูงสุดแห่งหนึ่ง
ขนาดผู้ปกครองหลายคนยอมสแตนบายรอการ cancel จากผู้ปกครองท่านอื่นๆ เพื่อลูกตัวเองจะได้เข้าศึกษาในอนุบาลแห่งนี้

โปรแกรมการเรียนที่นี่ก็แตกต่างไปจากโรงเรียนอนุบาลอื่นๆ  ตอนที่สำนักข่าวแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเข้าไปสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียน  นักข่าวเห็นภาพเด็กอนุบาลกลุ่มหนึ่งอยู่ในสภาพวิ่งไปร้องไห้ไปบนดาดฟ้าของตึก  พวกเขาวิ่งเท้าเปล่า แถมวิ่งเร็วสุดชีวิต  ใกล้ๆ มีคุณครูที่ยังดูหนุ่มอยู่คอยกวดขันอยู่ พร้อมส่งเสียงบอกเด็กอนุบาลเหล่านั้นว่า

“เอ้า วิ่งไป 9 รอบ”
“ถ้าไม่ส่งเสียงครบทุกคน ก็จะไม่ให้เลิกวิ่งนะ  นี่ไม่ได้ให้มาวิ่งเล่นๆ นะ” 

รูปภาพจาก<a href=http://news.livedoor.com/article/detail/12179813/ ">
รูปภาพจากhttp://news.livedoor.com/article/detail/12179813/

หนึ่งรอบมีระยะทางประมาณ 150 เมตร เด็กอนุบาลวัย 5 ขวบประมาณ 70 คนออกวิ่งตามที่คุณครูสั่ง
ท่ามกลางเสียงลมหายใจเข้าออกรัวๆ ก็จะได้ยินเสียงสะอื้นร้องไห้อยู่บ้างเป็นบางครั้ง
แต่สำหรับเด็กอนุบาลวัย 5 ขวบซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้  หาได้น้อยมากที่ยังคงร้องไห้อยู่
สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นเพียงแค่..การเริ่มต้นวันหนึ่งในโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้เท่านั้นครับ…
โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้มีชื่อว่า Buddy Sports Kindergarden ก่อตั้งเมื่อปี 1981
ที่นี่เริ่มต้นจากเด็กเล็กเพียงแค่ 4 คนในวันก่อตั้ง  จนตอนนี้โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้เติบใหญ่มีสาขาในเมืองใหญ่ถึง 4 สาขา  และอีก 3 สาขาใน  Kanagawa 

มีนักเรียนอนุบาลในเครือรวมทั้งสิ้นมากถึง 1,700 คน
ทุกๆ แห่งแน่นมาก จะสมัครเข้าเรียนได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
(ข้อมูล ณ เดือนตุลาคมปี 2016)
งานกีฬาสีที่นี่จะถูกจัดถึง 3 ครั้งในเดือนมิถุนายน ตุลาคม และพฤศจิกายน
พี่ใหญ่สุดในโรงเรียนจะต้องผ่านบททดสอบอันท้าทาย  ด้วยการวิ่งแข่งขันระยะ 300 เมตร และการต่อพิระมิดมนุษย์ (การต่อตัวขึ้นไปถึง 4 ชั้น) 

ภาพการต่อพิระมิดมนุษย์ (การต่อตัวขึ้นไป4 ชั้นโดยใช้นักเรียนอนุบาลทั้งหมด10 คน) <a href=http://blogos.com/article/146396/">
ภาพการต่อพิระมิดมนุษย์ (การต่อตัวขึ้นไป4 ชั้นโดยใช้นักเรียนอนุบาลทั้งหมด10 คน) http://blogos.com/article/146396/

นอกเหนือจากนั้นโรงเรียนแห่งนี้ยังมีจัดแข่งขันแชร์บอลในเดือนมิถุนายน เข้าแคมป์สกีในเดือนมกราคม และการแข่งขันฟุตบอลในเดือนกุมภาพันธ์ เรียกได้ว่ากิจกรรมเชิงกีฬามีไม่หยุดไม่หย่อนตลอดทั้งปี
และวันสำคัญที่สุดของเด็กๆ เหล่านี้คือ "วันจบการศึกษาครับ"
ในวันนั้นเด็กๆ จะได้รับภารกิจว่าต้องผ่านการทดสอบสามอย่างนี้ให้ได้  คือ กระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง 6 ชั้น, การตีลังกา, การยืนด้วยแขนสองข้างและศีรษะ  ถ้าคนใดคนหนึ่งในชั้นเรียนนั้นๆ ทำไม่สำเร็จ ก็ถือว่าไม่จบการศึกษาไปทั้งชั้น

หนึ่งในการทดสอบที่ต้องผ่านไปให้ได้ให้จบพร้อมกันทั้งชั้น<i>“</i>การยืนด้วยแขนสองข้างและศีรษะ<i>” </i><a href=https://www.vitaminmama.com/education/youchien/sc-tsuduki/%e3%83%90%e3%83%87%e3%82%a3%e3%82%b9%e3%83%9d%e3%83%bc%e3%83%84%e5%b9%bc%e5%85%90%e5%9c%92-%e6%a8%aa%e6%b5%9c%e5%b8%82%e9%83%bd%e7%ad%91%e5%8c%ba/">
หนึ่งในการทดสอบที่ต้องผ่านไปให้ได้ให้จบพร้อมกันทั้งชั้นการยืนด้วยแขนสองข้างและศีรษะ” https://www.vitaminmama.com/education/youchien/sc-tsuduki/%e3%83%90%e3%83%87%e3%82%a3%e3%82%b9%e3%83%9d%e3%83%bc%e3%83%84%e5%b9%bc%e5%85%90%e5%9c%92-%e6%a8%aa%e6%b5%9c%e5%b8%82%e9%83%bd%e7%ad%91%e5%8c%ba/

ฉะนั้น เพื่อนคนอื่นๆ ก็จะคอยส่งเสียงเชียร์เต็มที่ให้กับเพื่อนที่กำลังจะกระโดดมีแรงฮึดเพื่อให้ข้ามสิ่งกีดขวางได้ สำเร็จไปด้วยกัน

ภาพจากBenesse <a href=https://berd.benesse.jp/special/manabi/manabi_5.php ">
ภาพจากBenesse https://berd.benesse.jp/special/manabi/manabi_5.php

นักข่าวสงสัยว่าทำไมโรงเรียนแห่งนี้ ต้องวางโครงสร้างการเรียนการสอน (โหด) ถึงขนาดนี้  จึงได้เข้าไปสัมภาษณ์คุณ Suzuki  ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้

ท่านบอกกับเราว่า
“เด็กมัธยมญี่ปุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยอดทน ไม่มีความจริงจังในตัวเอง  ทำให้เข้าชมรมได้ไม่นานก็ล้มเลิก”
แต่กีฬาเป็นศิลปะที่จะสอนให้เราสามารถก้าวขึ้นไปเหนือกว่าศักยภาพของตัวเอง  เพราะจะทำได้หรือไม่ได้นั้นขึ้นอยู่กับตัวเด็กเอง จะให้ใครมาทำแทนไม่ได้ 
เมื่อผู้อำนวยการตั้งกฎเกณฑ์ว่า “ถ้าทำไม่สำเร็จ จะไม่ให้จบอนุบาลนะ”
คือการสร้างสถานการณ์ให้เด็กเกิดความพยายาม
"พวกเค้าต้องหัดเจอสถานการณ์ที่มีความกดดันบ้าง"
และสิ่งสำคัญสูงสุดคือ วิธีการสอนสั่ง
แทนที่เราจะบอกว่า "ต้องทำนะ"  ให้เราเปลี่ยนไปใช้คำว่า
ถ้าเริ่มทำแล้วต้องทำได้แน่ ๆ” 
เชื่อมั้ยครับเมื่อไม่บังคับ  แต่ให้กำลังใจ  เด็กทุกคนจบการศึกษาได้อย่างปลอดภัยครับ
ตอนนี้ที่นี่ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะคนญี่ปุ่นให้แข็งแรงทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ
ถ้าเป็นคุณล่ะ อยากส่งลูกไปโรงเรียนอนุบาลลักษณะนี้มั้ยครับ?

Boom JapanSalaryman
ผู้เขียนหนังสือ BestSeller  “JapanDarkSide ถึงร้ายก็รัก”
Twitter.com/JapanSalaryboom

Facebook.com/JapanSalaryman
**********************
Content Credit : http://www.news-postseven.com/archives/20161022_455221.html?PAGE=1#container
Photo Credit :
https://www.vitaminmama.com/education/youchien/sc-tsuduki/%e3%83%90%e3%83%87%e3%82%a3%e3%82%b9%e3%83%9d%e3%83%bc%e3%83%84%e5%b9%bc%e5%85%90%e5%9c%92-%e6%a8%aa%e6%b5%9c%e5%b8%82%e9%83%bd%e7%ad%91%e5%8c%ba/
http://blogos.com/article/146396/
http://news.livedoor.com/article/detail/12179813/
https://berd.benesse.jp/special/manabi/manabi_5.php

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...