โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเข้าใจในเรื่องติ่งเนื้อพร้อม 10 วิธีรักษา

issue247.com

อัพเดต 23 พ.ย. 2561 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2561 เวลา 00.00 น.

ติ่งเนื้อคือสภาพผิวโดยทั่วไปที่ไม่ว่าใครก็สามารถมีได้ พวกมันทำร้ายคุณไม่ได้ก็จริง แต่ก็สร้างความรำคาญและไม่น่ามองอีกต่างหาก ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็ควรกำจัดพวกมันออกไปซะ และนี่คือ 10 วิธีการกำจัดติ่งเนื้อตามธรรมชาติที่เรารวบรวมมาฝาก

 

ติ่งเนื้อคืออะไร?

แม้ว่าติ่งเนื้อจะไม่เป็นอันตราย แต่ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ อันที่จริงติ่งเนื้อคือเนื้องอกที่ไม่เป็นอันตรายและเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่มีการสัมผัสหรือเสียดสี เช่น หนังตา รักแร้ ขาหนีบ ใต้หน้าอก และลำคอ แม้ไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดติ่งเนื้อ แต่อาจเกิดจากปัจจัยทั่วไปต่างๆ เช่น โรคอ้วนและโรคเบาหวาน

 

วิธีการกำจัดติ่งเนื้อแบบธรรมชาติ

คุณสามารถจี้ออก ตัดออก หรือผูกด้วยด้ายจนกว่าจะหลุดออกได้ แต่วิธีเหล่านี้ทั้งแพงและไม่สบายสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามโชคดีที่ยังมีการรักษาแบบบ้านๆที่สามารถกำจัดติ่งเนื้อออกได้ทั้งไม่แพง ไม่เจ็บตัว และที่สำคัญได้ผลดีอีกต่างหาก

 

1. น้ำมันออริกาโน

ถือว่าเป็นหนึ่งในการรักษาแบบธรรมชาติที่มีศักยภาพมากที่สุด คุณสามารถใช้น้ำมันออริกาโนกับปัญหาสุขภาพต่างๆได้ เนื่องจากมีแบคทีเรียซึ่งสามารถต่อต้านการอักเสบ แอนตี้เมลาโนมิค คุณสมบัติต่อต้านการออกซิเดชั่น และส่วนประกอบของเทอร์พีนอยด์ฟีนอล เช่น คาร์วาครอล ไธมอล และพี-ไซมีน แค่น้ำมันหอมระเหยออริกาโน 2-3 หยดผสมกับน้ำมันมะพร้าว และนำมาทาที่ติ่งเนื้อวันละ 3 ครั้ง อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่ในที่สุดติ่งเนื้อก็จะเปลี่ยนสีจากสีแดงเป็นสีดำ จากนั้นไม่นานก็จะหลุดออกไป

 

2. น้ำมันทีทรี

เป็นการรักษาแบบจีนโบราณซึ่งมีการใช้น้ำมันทีทรีมานานหลายศตวรรษแล้ว คุณสมบัติของน้ำมันทีทรีคือสามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเป็นยาฆ่าเชื้อได้ด้วย เราสามารถนำมาใช้กำจัดหูดและติ่งเนื้อได้เป็นอย่างดี มันจะออกฤทธิ์ทำให้แห้งจากภายในสู่ภายนอก ใช้สำลีกลมชุบน้ำ เติมน้ำมันทีทรี 2-3 หยดและนวดบริเวณที่มีติ่งเนื้อ ทำซ้ำวันละ 3 ครั้งจนกว่าติ่งเนื้อจะเหี่ยวแห้งและหลุดออกไป

 

3. น้ำนมแดนดิไลออน

การรักษานี้ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ร้าน สารน้ำนมที่พบได้ในลำต้นดอกแดนดิไลออน สามารถนำมาใช้รักษาติ่งเนื้อ หูด ไฝ และแม้แต่โรคผิวหนังอักเสบได้ เลือกเอาดอกกับก้านแดนดิไลออน บีบก้านจนกว่าคุณจะเห็นของเหลวสีขาวขุ่นที่อยู่ข้างใน จากนั้นใช้น้ำแดนดิไลออนทาตรงติ่งเนื้อ ทำซ้ำวันละ 3 ครั้งจนกว่าติ่งเนื้อจะหลุดออกไป

 

4. น้ำมะนาว

น้ำมะนาวมีกรดซิตริกซึ่งเป็นยาสมานแผลที่มีประสิทธิภาพและสามารถกำจัดติ่งเนื้ออย่างได้ผลด้วยการย่อยสลายเซลล์ผิวของพวกมัน เพียงใช้น้ำมะนาวทาตรงติ่งเนื้อวันละ 3 ครั้งและพวกมันจะหายไปภายในเวลา 2-3 สัปดาห์

 

5. น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ล

น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ลสามารถรักษาได้ทั้งติ่งเนื้อ ไฝ หูด และสิว เพียงทำความสะอาดบริเวณที่เป็นติ่งเนื้อ จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ลเช็ดวันละ 3 ครั้ง คุณอาจรู้สึกแสบเล็กน้อยเมื่อใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ล และถ้าคุณมีผิวแพ้ง่ายก็ควรเจือจางด้วยการผสมน้ำลงไป

 

6. น้ำสับปะรด

สับปะรดมีกรดซิตริกเช่นเดียวกับน้ำมะนาวและน้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ลซึ่งมีประสิทธิภาพ เพียงใช้น้ำสับปะรดสดทาบริเวณติ่งเนื้อจนกระทั่งหลุดออกไป

 

7. กระเทียม

กระเทียมมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเป็นสารต้านเชื้อจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ เพียงคั้นน้ำจากกลีบกระเทียมและป้ายบริเวณที่เป็นติ่งเนื้อ จากนั้นปิดด้วยผ้าพันแผลและทิ้งไว้ข้ามคืน

 

8. น้ำมันละหุ่ง

ทาน้ำมันละหุ่งบริเวณที่เป็นติ่งเนื้อวันละ 3-5 ครั้ง หรือผสมกับเบคกิ้งโซดา จากนั้นก็ทาลงไปและปิดด้วยผ้าพันแผลทิ้งไว้ข้ามคืน

 

9. น้ำหัวหอม

น้ำหัวหอมสามารถนำมาใช้รักษาติ่งเนื้อได้เป็นอย่างดี เพียงหั่นหัวหอม 2-3 ชิ้นบางๆและโรยเกลือจากนั้นทิ้งไว้ข้ามคืน วันต่อมาให้คั้นน้ำหัวหอมที่หมักเกลือไว้ข้ามคืนแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นติ่งเนื้อ ปิดด้วยผ้าพันแผลและทิ้งไว้ข้ามคืน

 

10. เปลือกกล้วย

เปลือกกล้วยก็นำมาใช้กำจัดติ่งเนื้อได้ แค่ตัดเปลือกกล้วยเป็น “ผ้าพันแผล” ปิดทับบริเวณที่เป็นติ่งเนื้อ จากนั้นใช้ผ้าพันแผลหรือเทปกาวก็ได้พันทับลงไปอีกชั้นนึงแล้วทิ้งไว้ข้ามคืน 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...