โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/เหรียญเสมาหลวงพ่อชุ่ม วัดท่ามะเดื่อ บ้านโป่ง พระเกจิลุ่มน้ำแม่กลอง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 30 ธ.ค. 2563 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2564 เวลา 03.30 น.
หลวงพ่อชุ่ม จันทโชติ

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ komkam.ks@gmail.com

 

เหรียญเสมาหลวงพ่อชุ่ม

วัดท่ามะเดื่อ บ้านโป่ง

พระเกจิลุ่มน้ำแม่กลอง

 

“หลวงพ่อชุ่ม จันทโชติ” อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดอุทุมพรทาราม หรือวัดท่ามะเดื่อ ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

เป็นพระเกจิที่มีพุทธาคมเข้มขลัง ผู้สร้างตำนาน “ปาฏิหาริย์ปราบผี” จนได้รับความเลื่อมใสศรัทธา

กล่าวสำหรับเหรียญเสมาเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2463

สร้างประมาณปี พ.ศ.2469 เท่าที่พบมีจำนวนน้อยมาก สร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงอย่างเดียว

ว่ากันว่า หลวงพ่อดี จันทโชติ วัดบ้านยาง จ.ราชบุรี สร้างให้เป็นที่ระลึกในงานศพหลวงพ่อชุ่ม

ลักษณะเป็นเหรียญเสมา มีหูในตัว ด้านหน้า เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อชุ่มนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ประทับนั่งบนอาสนะ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่ พาดผ้าสังฆาฏิ ด้านล่างมีอักขระภาษาไทย เขียนคำว่า “ท่านพระอธิการชุ่ม วัดท่ามะเดื่อ” ด้านหลังมีอักขระยันต์ต่างๆ

จัดเป็นเหรียญหายากและเป็นที่นิยมของวงการพระเครื่องและชาวราชบุรีเป็นอย่างมาก

 

เกิดราวปี พ.ศ.2403 เป็นคนบ้านดอนยายหอม อ.เมือง จ.นครปฐม เข้าพิธีอุปสมบทเมื่ออายุ 23 ปี พ.ศ.2528 อยู่วัดโพธิบัลลังก์ เป็นพระเถราจารย์ยุคเดียวกับหลวงพ่อกล่อม วัดขนอน

ในพิธีอุปสมบทพระใหม่ แต่ละครั้ง หลวงพ่อกล่อมเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อชุ่มกับหลวงพ่อหวาน วัดโพธิบัลลังก์ เป็นพระคู่สวด

เป็นพระนักปฏิบัติธรรม ชอบสมถะ เชี่ยวชาญทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน ตลอดจนรอบรู้วิทยาคม เวทมนตร์อาคมต่างๆ

วัดท่ามะเดื่อ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองด้านตะวันออก ที่บ้านสวนกล้วย อ.บ้านโป่ง แต่เดิมบริเวณวัดมีต้นมะเดื่อใหญ่อยู่ที่ท่าน้ำ ชาวบ้านจึงเรียกชื่อว่าวัดท่ามะเดื่อ

ต่อมา สมเด็จพระธีรญาณมุนี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอบ้านโป่ง ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดอุทุมพรทาราม

คำว่าอุทุมพรทาราม เป็นคำภาษาบาลี มีความหมายว่า ต้นมะเดื่อ

คำทาราม มาจากคำว่า ท่า อาราม ทา คือ ท่าน้ำ อาราม คือ วัด แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่าวัดท่ามะเดื่อจนถึงปัจจุบัน

เป็นวัดที่ตั้งมากว่าร้อยปี ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง เล่ากันว่าบริเวณที่ตั้งวัดแต่เดิมเป็นป่ารกทึบแนวเดียวกับวัดบ้านโป่ง มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มาก มีต้นมะเดื่อใหญ่ริมแม่น้ำแม่กลอง

สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในเขตอำเภอบ้านโป่งหลายแห่ง ที่หนองปลาดุก  หนองตะแคง ได้สร้างทางรถไฟไปจังหวัดกาญจนบุรี ทหารอเมริกันทิ้งระเบิดทางเครื่องบินโจมตีทหารญี่ปุ่น 4 ลูก ถูกต้นโพธิ์ใหญ่ที่ท่าวัด มีพระภิกษุบาดเจ็บจากแรงระเบิดหลายรูปด้วยกัน

 

ตามประวัติ ก่อนที่หลวงพ่อชุ่มมาปกครองวัดท่ามะเดื่อ มีพระโยคาวจร ผู้ถือธุดงค์ผ่านมาแวะอาศัยเพียงระยะสั้นๆ นอกฤดูพรรษา บางคราวมีพระภิกษุบางรูปอยู่จำพรรษา แต่ที่สุดก็จาริกจากไป

สิ่งก่อสร้างทั้งหมดได้เริ่มขึ้นสมัยหลวงพ่อชุ่มมาอยู่วัดท่ามะเดื่อ ทั้งอุโบสถ กุฏิสงฆ์ หอฉันศาลาการเปรียญหลังเก่า ซึ่งปัจจุบันพระมหาปรีชา สามตถิโก เจ้าคณะตำบลปากแรด และเจ้าอาวาสวัดท่ามะเดื่อรูปปัจจุบันได้ทำการบูรณะในสิ่งที่ชำรุดไปบ้างแล้ว

สร้างวัตถุมงคลเพียงไม่กี่รุ่น เป็นเหรียญรูปไข่รุ่นแรก พ.ศ.2463 อีกทั้งยังจัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญรูปเสมา นั่งเต็มองค์ และยังมีพระผงผสมดินเผา เป็นต้น

ควายธนูเป็นเครื่องรางของขลังของหลวงพ่อชุ่ม เป็นที่กล่าวขานกันว่า ครั้งหนึ่งมีโจรเข้าไปขโมยควายของญาติที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหลวงพ่อ หลวงพ่อชุ่มได้เสกควายธนูไล่จนโจรหนีหายเตลิดเปิดเปิง แม้แต่สัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง ยังไปอยู่ร่วมห้อง โดยที่ไม่ทำอันตรายหลวงพ่อแม้แต่น้อย

ด้วยความที่หลวงพ่อชุ่มสร้างวัตถุมงคลเพียงไม่กี่รุ่น ทำให้ชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อพยายามเสาะแสวงหาสิ่งของที่มีความเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อ เพื่อใช้เป็นเครื่องรางบูชา แม้กระทั่งรูปถ่ายก็เป็นที่ปรารถนายิ่ง จนเป็นที่หายาก

แม้แต่ที่วัดท่ามะเดื่อยังมีเพียงรูปเดียว

 

มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในคราวงานศพของหลวงพ่อชุ่ม มีชาวบ้านคนหนึ่งที่มาในงาน แอบลักลอบขโมยรูปถ่ายที่มีเพียงใบเดียวของวัดไป ในช่วงที่ชาวบ้านวัดท่ามะเดื่อกำลังวุ่นวายกับการจัดการงานศพ พอชาวบ้านทราบเรื่อง ได้รวมกลุ่มติดตามกันไป หมายจะทวงรูปคืน แต่ไม่สามารถติดตามทวงคืนมาได้

นอกจากนี้ มีเหตุการณ์ประหลาดที่บ้านเจ๊กไช้ ซึ่งมีภาพของหลวงพ่อชุ่ม วัดท่ามะเดื่อ ตั้งไว้บนบ้าน ครานั้นเกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดบ้านโป่งวอดวายไปทั้งตลาด มีเพียงบ้านของเจ๊กไช้ผู้เดียวที่ไม่ถูกไฟไหม้ บนบ้านมีภาพถ่ายหลวงพ่อชุ่มอยู่บานหนึ่ง

ต่อมาวัดท่ามะเดื่อทราบเรื่องจึงไปขอถ่ายสำเนารูปนั้นมาเก็บไว้ที่วัด ภาพถ่ายของหลวงพ่อชุ่มจึงมีให้สืบค้นได้จนถึงปัจจุบัน

ส่วนเรื่องราวการปราบผี ในอดีตบริเวณวัดท่ามะเดื่อเป็นป่ารกร้างน่ากลัว ชาวบ้านเล่าขานกันว่ามีผีดุ เมื่อเดินผ่านหน้าวัดจะถูกผีหลอกเป็นประจำ แต่ท้ายที่สุด หลวงพ่อชุ่มใช้วิทยาคมปราบผีปีศาจทั้งหลายจนหนีกระเจิง สร้างความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชุมชน

เป็นพระถือสันโดษ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีปฏิปทาปฏิบัติน่าเลื่อมใส ทำวัตรสวดมนต์ ถือครองผ้าบังสุกุลตลอดชีวิต บิณฑบาตเป็นกิจไม่เคยขาด

มรณภาพลงด้วยโรคชราเมื่อปี พ.ศ.2465 สิริอายุ 62 ปี พรรษา 39

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...