โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องหุ้น SET50 ฟรีโฟลตต่ำ DELTA ติดแคชบาลานซ์ไม่เลิกฮอต ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดิ้นคุม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ม.ค. 2564 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 01.42 น.

ความร้อนแรงของหุ้น “DELTA” หรือ บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ถึงขนาดมาตรการกำกับการซื้อขายด้วยบัญชีเงินสด (cash balance) ยังฉุดไม่อยู่ รวมถึงหุ้นที่ร้อนแรงอย่างไม่ปกติอีกหลาย ๆ ตัวในปี 2563

ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในฐานะผู้กำกับดูแลเริ่มคิดทบทวนกฎกติกาใหม่ เนื่องจากพบว่าการกระจายหุ้นแก่ผู้ลงทุนรายย่อย (free float) ยังมีช่องให้เกิดการเก็งกำไรอย่างถูกกฎหมาย

โดยข้อมูลของ ตลท.พบว่า DELTA เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในกลุ่มดัชนี SET50 ที่มีฟรีโฟลตน้อยที่สุดอยู่ที่ 22.35% (ดูตาราง) จากเกณฑ์การเข้าคำนวณใน SET50 ที่กำหนดให้ บจ.ต้องมีฟรีโฟลตมากกว่า 20% ขึ้นไป

“ภากร ปีตธวัชชัย” กรรมการและผู้จัดการ ตลท. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ตลท.กำหนดให้ บจ.ต้องมีฟรีโฟลตไม่ต่ำกว่า 15% ของทุนชำระแล้วใกล้เคียงกับตลาดหุ้นต่างประเทศที่อยู่ที่เฉลี่ย 10-15% โดย บจ.ที่มีฟรีโฟลตต่ำกว่าที่เกณฑ์จะต้องเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงทุนรับทราบ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้บจ.นั้นเร่งปรับสัดส่วนฟรีโฟลตขึ้นมาให้เป็นไปตามเกณฑ์

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าในปัจจุบัน ตลท.ใช้เกณฑ์กำกับดูแลหุ้นที่ฟรีโฟลตต่ำแบบเดียวกันกับหุ้นปกติ ไม่ได้เลือกปฏิบัติได้แก่ การกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลทั่วไปหรือข้อมูลพัฒนาการสำคัญของบริษัทแก่นักลงทุน, การใช้ cash balance เป็นต้น

“นอกจากมาตรการดูแลเบื้องต้นแล้ว ตลท. ยังติดตามข้อมูลการซื้อขายรายบุคคลที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมซื้อขายหุ้นอย่างผิดกฎหมาย หรือที่พูดง่าย ๆ ว่าเป็นการปั่นหุ้น หรือการใช้ข้อมูลภายในซื้อขาย เป็นต้น จากสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันที่การซื้อขายหุ้นบางรายส่งผลให้ภาวะตลาดหุ้นโดยรวมเกิดความผันผวน

ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงอยู่ระหว่างพิจารณาใช้ข้อมูลที่มีอยู่เพื่อออกมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติม โดยเน้นไปที่การจัดการหุ้นที่มีสัดส่วนฟรีโฟลตต่ำโดยเฉพาะเพื่อป้องกันผลกระทบต่อดัชนี โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของชุดมาตรการดังกล่าวเร็ว ๆ นี้”

สำหรับกรณีหุ้น DELTA ที่ร้อนแรงมากนั้น นายภากรกล่าวว่า ที่ผ่านมาในกรณีลักษณะนี้ ตลท.มีการนำเครื่องมือการกำกับดูแลการซื้อขายต่าง ๆ รวมถึงเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาตรวจสอบข้อมูลอย่างรวดเร็วและละเอียดถี่ถ้วนมากที่สุด ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้แจ้งเป็นการทั่วไปแก่ผู้ลงทุนระหว่างที่ดำเนินการ แต่ ตลท. จะมีการแจ้งผลที่ได้ประสานงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

“ข้อมูลฟรีโฟลตเฉลี่ยที่รายงานออกมาของตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นต่างประเทศไม่ได้ต่างกันมากนักแต่ในอนาคต ตลท.จะคำนึงถึงข้อกำหนดฟรีโฟลตในแง่ที่เป็นสภาพคล่องที่แท้จริงของ บจ.ไม่ใช่เพียงฟรีโฟลตที่มีไว้ตามเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งเราอยู่ในช่วงของการศึกษาอยู่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนให้แก่นักลงทุน”

“วิจิตร อารยะพิศิษฐ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีมาตรการดูแลหุ้นที่มีฟรีโฟลตต่ำเป็นประเด็นสำคัญอย่างมากเนื่องจากที่ผ่านมาหุ้นฟรีโฟลตต่ำ อาทิ DELTA, BAY (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา) หรือ AEONTS (บมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์)) ฯลฯ มีผลต่อตลาดหุ้นทำให้ผันผวนเหวี่ยงขึ้นลงผิดปกติ

โดยเฉพาะหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET50 และ SET100 ที่การปรับขึ้นลงของราคาหุ้นจะส่งผลต่อเนื่องมายังการซื้อขายบนตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) รวมถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาหุ้นรายตัว (block trade) เป็นต้น

“การดูแลของ ตลท. น่าจะช่วยให้ภาวะตลาดหุ้นเคลื่อนไหวสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้นในระยะถัดไป แต่ระยะสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงลงทุนหุ้นฟรีโฟลตต่ำที่มีการเหวี่ยงของราคาแรง ๆ ไปก่อน นอกจากผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงได้และอยากเข้าเก็งกำไร”

“ธีรนาถ รุจิเมธาภาส” กรรมการอำนวยการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ กล่าวว่า ในมุมมองนักลงทุนสถาบันการที่ ตลท. มีแนวคิดเข้ามาดูแลหุ้นฟรีโฟลตต่ำ จะช่วยควบคุมการซื้อขายของหุ้นที่ราคาปรับขึ้นร้อนแรงกว่าปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงได้

โดยเฉพาะกองทุนเชิงรับ (passive fund) และกองทุนดัชนี (index fund) ที่ต้องปรับเพิ่มหรือลดน้ำหนักตามมูลค่าตลาด (market cap) ต่อดัชนี SET50 หรือ SET100 เป็นต้น

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับ เช่น ดัชนีฟุตซี่ (FTSE) ก็นำปัจจัยด้านสภาพคล่องของ บจ. มาพิจารณาหุ้นที่จะเข้าคำนวณในดัชนีเช่นกัน นอกเหนือจาก market cap

“การที่ต้องลงทุนตามตลาดอาจส่งผลให้ผลตอบแทนของกองทุนปรับตัวลง (underperform) รวมถึงหากขายลดความเสี่ยงออกไปในยามที่ราคาหุ้นบางตัวร้อนแรง ก็จะส่งผลต่อราคาหน่วยลงทุน (NAV) ดังนั้น การที่ตลาดหลักทรัพย์ฯเข้ามาดูแลถือเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มนักลงทุนสถาบันอย่างกองทุนด้วย”

ทั้งหมดนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...