คำไทยใช้อย่างไร : "แซ่บ" กับ "แซ่ด" แบบไหนถึงจะถูก
สำนักข่าวไทย 14 พ.ค. 63 - เคยสงสัยไหมคะว่า คำว่า "แซ่บ" กับ "แซ่ด" หรือคำอื่น ๆ ที่คล้าย ๆ กันต้องเขียนอย่างไรจึงจะถูกต้อง? สำนักข่าวไทยมีคำตอบโดย ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ ราชบัณฑิต ประเภทวิชาวรรณศิลป์ สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสภามาฝากทุกคนกันค่ะ
อักขรวิธีไทย กำหนดไว้ว่า ถ้าพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำ มีสระเสียงยาว และตัวสะกดเป็นคำตาย จะเป็นเสียงโทได้ทันทีโดยไม่ต้องมีรูปวรรณยุกต์กำกับ เช่น งาก แต่หากเป็นสระสั้น ต้องใช้รูปวรรณยุกต์เอกกำกับ เพื่อให้เป็นเสียงโท เช่น งั่ก โดยหลักเกณฑ์นี้ปรากฏอยู่ในตำราภาษาไทยหลายเล่มตั้งแต่ พ.ศ. 2461 เป็นต้นมา
ส่วนคำว่า "แซ่บ" ระบุไว้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ว่า
แซ่บ (ถิ่น-อีสาน) ว. อร่อย
สาเหตุที่คำนี้มีวรรณยุกต์เอก เนื่องจากมีที่มาจากภาษาถิ่นออกเสียงสั้น (เปรียบเทียบกับเสียงยาวในคำว่า "แสบ") แสดงว่า คำนี้มาจาก ซ + สระแอะ (สระสั้น) + บ ไม่ใช่ ซ + สระแอ (สระยาว) + บ จึงใส่รูปวรรณยุกต์เอกได้เช่นเดียวกับคำว่า งั่ก ที่มาจาก ง + สระอะ (สระสั้น) + ก กลายเป็น งั่ก
ส่วนคำว่า "ง่อกแง่ก, แซ่ด. ม่อล่อกม่อแล่ก, ล่อกแล่ก, เลิ่กลั่ก และ ว่อกแว่ก" สามารถใช้ได้ มีในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เนื่องจากคำเหล่านี้ล้วนออกเสียงสั้น และเขียนได้ตามอักขรวิธีไทย
"เริ่ด" กับ "แร่ด" ก็ใช้หลักการเดียวกัน และจะเก็บในพจนานุกรมต่อไปในอนาคต.-สำนักข่าวไทย
ที่มา : สำนักงานราชบัณฑิตยสภา