โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โควิดเสียชีวิตอีก 1 รุกตรวจแสนรายกลุ่มเสี่ยง

new18

อัพเดต 02 มิ.ย. 2563 เวลา 14.31 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 14.30 น. • new18

วันที่สองของการผ่อนคลายระยะที่ 3 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) หรือโรคโควิด-19 เกริ่นก่อนการแถลงข่าวว่า 1 วันที่ผ่านมา ประเมินผลการดำเนินมาตรการมีคะแนนดี ถึงดีมาก ประชาชนให้ความร่วมมืออย่างดี

คนที่ออกนอกบ้านไปกิจธุระต่าง ๆ ก็คงเห็นด้วยจากบรรยากาศ สภาพการจราจร และแสงสีที่สาดออกจากศูนย์การค้ายามค่ำคืน คึกคักเชียวแหละ

โดยรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อก็มีเพียง 1 ราย ยอดสะสมเป็น 3,083 ราย หายป่วย 1 รวมผู้ที่หายแล้ว 2,966 ราย ที่ยังรักษาในโรงพยาบาลมี 59 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ยอดรวมผู้เสียชีวิตจึงเพิ่มเป็น 58 ราย

เป็นรายงานที่ต้องแสดงความเสียใจ ในวันที่คนส่วนหนึ่งยินดีกับการผ่อนคลาย

การเสียชีวิตเป็นเรื่องใหญ่ ต้องสืบสวนย้อนความ พบเป็นชายไทยวัย 80 ปี มีโรคประจำตัว หอบหืด เริ่มเข้ารักษาตัวที่ รพ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส วันที่ 28 เม.ย.63 เพื่อผ่าตัดสะโพก อาการตอนนั้นไม่เข้าข่ายจะต้องตรวจสอบหาเชื้อโควิด แต่วันที่ 1-2 พ.ค.63 เข้าพักฟื้นในหอผู้ป่วยพิเศษรวม และมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยรายก่อนหน้าในหอผู้ป่วยเดียวกัน จึงเก็บตัวอย่างและพบเชื้อ

บุตรสาว บุตรเขยที่มาเฝ้าไข้ก็พลอยติดไปด้วย จากนั้นวันที่ 9 พ.ค.63 อาการไม่ค่อยดี ออกซิเจนลดลง มีเสียงผิดปกติในปอด สงสัยปอดอักเสบ ส่งต่อโรงพยาบาลธราธิวาสราชนครินทร์ แพทย์จ่ายยาต้านไวรัสและได้รับพลาสมาเป็นระยะ วันที่ 25 พ.ค.63 อาการแย่ลง เกิดภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน เสียชีวิตวันที่ 1 มิ.ย.63 ด้วยสาเหตุปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เส้นทางของผู้ป่วยรายนี้ เป็นสิ่งยืนยันว่า โรงพยาบาลเป็นพื้นที่เสี่ยง โอกาสจะสัมผัสและรับเชื้อจากผู้ป่วยรายก่อนหน้า มีได้ และยังทำให้แพทย์ และบุคคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 26 คน ผู้ป่วยในโรงพยาบาล 3 ญาติผู้ป่วยอีก 66 รวม 95 คน ต้องถูกกักตัวเฝ้าระวังโรคอยู่ 1 เดือน  ทุกรายปกติ

ไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าเพิ่งแวะโรงพยาบาล เพราะถึงจะเป็นคนไข้ขาประจำ คุณหมอก็ไม่ค่อยนัด หากมีธุระอันมิอาจหลีกเลี่ยง ก็ต้องป้องกันการติดเชื้อแบบจัดเต็ม

ไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะเวลาเจอเชื้อเขาไม่ได้ช่วยป่วยแทน

สำหรับผู้ติดเชื้อใหม่ที่พบ ยังคงมาแนวเดียวกับรายก่อน ๆ ที่ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ เป็นนักศึกษาไทย วัย 32 ปี กลับจากประเทศซาอุดิอาระเบีย เดินทางเข้ามาทางด่านปาดังเบซาร์ วันที่ 25 พ.ค.63 เข้าระบบเฝ้าระวังในพื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐ ตรวจครั้งแรกไม่พบ ถัดมาอีก 5 วัน มีไข้ น้ำมูก วันที่ 31 พ.ค.63 ตรวจใหม่ก็พบเชื้อโควิด-19 ส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาลสงขลา

กลุ่มการเดินทางแบบเดียวกัน คือกลับจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ผ่านประเทศมาเลเซียเข้าไทย ยอดรวมทั้งหมด 39 ราย ติดเชื้อแล้ว 8 คิดเป็น20.51% หรือ 1 ใน 5

ถ้าเจาะจงเฉพาะที่มีต้นทางจากซาอุดิอาระเบีย มี 79 คน พบเชื้อมีมาแล้ว 9 รวมรายนี้ เป็น 10

ไม่ธรรมดานะ

ข้อมูลของผู้ป่วยทุกรายการที่บันทึกไว้ มีประโยชน์แก่การจัดหมวดหมู่ สำหรับการวิจัย คาดการณ์อนาคตและการป้องกัน วิธีจัดการปัญหาโรคระบาดแบบคุณหมอนั้น ต่อให้บรรยากาศและจำนวนผู้ป่วยจะดีแค่ไหนก็ไม่วางใจง่าย ๆ ต้องมีระบบตรวจสอบซ้ำป้องกันความยินดีที่มีอาจมีการเผอเรอ

อย่างที่กังวลกันว่าการติดเชื้ออาจโผล่ขึ้นในช่วงผ่อนปรน คุณหมอโฆษกบอกว่ามีการประชุมตรวจสอบกันตลอด เอาตัวเลขมาเทียบเคียงทั้งรายวัน รายสัปดาห์ ขณะนี้การเฝ้าระวังโรคและการค้นหาในประชากรกลุ่มเสี่ยงและสถานที่เสี่ยง ตั้งเป้าเล็งไว้ 100,000 ราย เริ่มทำทั่วประเทศมาตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.63 ถึงตอนนี้ได้ไป 32,500 กว่ารายหรือ 32.56%แล้ว ยังไม่เจอ ก็จะหาต่อไป

กลุ่มเป้าหมายที่ว่านี้ ประกอบด้วย บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ต้องขังแรกรับ ผู้มีอาชีพพบปะผู้คนจำนวนมาก และกลุ่มอื่น ๆ ที่คณะกรรามการโรคติดต่อจังหวัดจะพิจารณาประกาศ คุณหมอบอกว่า ใครอยู่ในกลุ่มที่ได้รับคำเชิญ ก็ขอให้ ให้ความร่วมมือ เพื่อจะมั่นใจว่าสังคมไทยปลอดเชื้อ

คุณก็อาจเป็นอีกคนที่ได้รับเชิญ

นอกจากนี้ คุณหมอยังสนใจฟังความรอบข้าง การสำรวจความคิดเห็น ซึ่งทางนิดาโพล ไปสอบถามเกี่ยวกับกิจกรรมหลังการผ่อนปรน ปรากฏว่า 62%หรือ 2ใน3 ยังไม่ออกไปไหนเลย ยังระวังตัวเองอยู่กับ พวกไปห้างสรรพสินค้า มี 24.8% หรือราว ๆ 1ใน4 ไปตัดผม 11% เข้าร้านค้าปลีก ส่ง 8% นั่งกินอาหารที่ร้าน 6.2% คลินิกเสริมความงามแค่ 0.72% โรงยิมน้อยสุด 0.48%

แต่พอถามถึงคำว่าการ์ดตก 6.12%บอกตกมาก 32.99% เห็นว่าค่อนข้างตก มี 27.6% มองว่าไม่ค่อยตก และ 29.18%เชื่อว่าไม่ตกเลย

ส่วนการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์การอนามัยโลก มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)และสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจพฤติกรรมการป้องกันตนเองของ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้ตอบแบบสอบถามออนไลน์ และผู้ตอบทางโทรศัพท์ ปรากฏว่า อสม. มีคะแนนการป้องกันตนเองดีที่สุด

แต่พอถามการป้องกันตนเองเทียบกับเดือน เม.ย. กลุ่ม อสม.ยอมรับว่าทำน้อยลง 6.6% กลุ่มตอบออนไลน์ บอกก็น้อยลง 13% กลุ่มที่ถูกถามทางโทรศัพท์ เสียงอ่อยๆ บอกว่าทำน้อยลง 11%

คณะสำรวจสรุปว่า การ์ดตกไปเยอะ แบบนี้แหละที่หมอพูดบ่อย ๆ ว่า วางใจไม่ได้  ขนาดว่าเข้ม แล้วนะนี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...