โตเกียว เที่ยวง่าย เที่ยวสบาย …. ฉบับมือใหม่หัดเที่ยว
ใครที่วางแพลนไปเที่ยวโตเกียวด้วยตัวเอง แบบไม่ง้อทัวร์ไหนๆ แต่ยังเริ่มต้นไม่ถูก ว่าจะเดินทางยังไง พักที่ไหน มีจุดไหนน่าเที่ยวและถ่ายรูปสวยๆ บ้าง วันนี้เรามีรีวิว เที่ยวญี่ปุ่น เมืองโตเกียว จากเพจ Nichanary – travel blogger รวมไปถึงการเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง มาฝากกัน บอกเลยว่าข้อมูลแน่นปึ้ก อ่านจบปุ๊ปก็ลุยเดี่ยวเที่ยวเองได้เลยค่า
โตเกียว เที่ยวง่าย เที่ยวสบาย
…. ฉบับมือใหม่หัดเที่ยว
การเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
1. Print เอกสารที่สำคัญทั้งหมดไว้คนละชุด
– เอกสารสำคัญที่ว่าก็มี Boarding Pass, ใบจองตั๋วเครื่องบิน, ใบจองโรงแรม, กรมธรรม์, แผนการเดินทางคร่าวๆ เป็นต้น
– ทำไมต้องเตรียม? เผื่อคุณโชคไม่ดี เจอ ตม. ญี่ปุ่นถามหาเอาอะค่ะ กันไว้ดีกว่าแก้เนอะ
2. จองที่พักล่วงหน้า 1-2 เดือนค่ะ ในกรณีที่ไปหน้าช่วงเทศกาลแบบเรา เราจองล่วงหน้า 2-3 เดือนเลยทีเดียว ไม่งั้นที่พักดีๆ จะเต็มหมดนะคะ
– ที่พักจะต้องเดินทางสะดวก ใกล้ JR หรือ Metro/Subway
– แนะนำให้ลงไปเดินเล่นใน Google Map เลยค่ะ จะได้คุ้นทาง จำตึกได้ และยังได้สำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆโรงแรมไปด้วยค่ะ
– สำคัญกว่าความสะดวก คือ ความน่าเชื่อถือค่ะ เพราะหลายคนจอง Apartment ใน Agod- และ Airbn- โดนเทมาเยอะมากๆ จะจองอะไร เช็คดีๆ ดูรีวิวดีๆเลยค่ะ
3. ซื้อตั๋ว JR PASS/ TOKYO SUBWAY/SKYLINER ไว้จากไทยก็ได้ค่ะ
– สำหรับคนไม่อยากไปตามหาซื้อที่นู่น แนะนำซื้อจากงานเที่ยวไทยไปทั่วโลกเลยค่ะ หรือจะตาม Agency ทัวร์ก็สะดวกดี
4. สำหรับคนที่จะไปเที่ยวสวนสนุก DISNEY LAND หรือ UNIVERSAL
แนะนำดอกจันแปดร้อยดอกให้ซื้อบัตรจากไทยไปเลยค่ะ สะดวกมากๆ จะได้ไม่ต้องไปต่อคิวซื้ออีกเน้อะ แค่ต่อคิวรอเครื่องเล่นก็เหนื่อยแล้ว บอกก่อน 5555+
5. ศึกษาพยากรณ์อากาศของญี่ปุ่นไว้ก่อนค่ะ จะได้เตรียมเสื้อผ้าไปถูก ถ้าเกิดเจอวันฝนตก จะได้แพลนได้ว่าวันนั้นจะเน้นเที่ยวแถวไหนดี จะได้ไม่นอยด์เนอะ
– เวปหลักๆ ที่เราดู http://www.accuweather.com/en/jp/japan-weather
– หากใครจะไปคาวากูชิโกะ แนะนำให้ดู Live เลยดีกว่า จะได้เห็นฟูจิไม่ขี้อายด้วย http://live.fujigoko.tv/?n=3&e=1
6. แลกเงิน YEN ( JPY) ไว้เผื่อค่ะ เพราะจะได้ไม่โดนเรทบัตรเครดิตแพงนะคะ แต่สำหรับใครไม่แคร์เรื่องค่าเงิน แต่แคร์การพกเงินสด ก็ตามสะดวกเลยค่ะ
7. เช่า Pocket Wifi หรือซื้อ Sim ไว้ก่อนเดินทาง
สำหรับเราใช้ Pocket Wifi ของ Tripizee ค่ะ ไม่ใช่หน้าม้านะคะ ซึ่งจะบอกว่าดีมากๆๆๆ ราคาถูกมาก แค่วันละ 90 บาทเอง แบตอยู่ทนอยู่อึดตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนยังไม่หมด สัญญาณเร็วแรงไม่มีอืด มีขาดหายบ้างแค่ช่วงเข้าอุโมงค์ค่ะ
8. ขอแนะนำสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ถ้าหากว่าสาวๆ ต้องการใช้เครื่องหนีบผม/ม้วนผม หรือ ไดร์เป่าผม ให้เช็คดีๆ นะคะว่าของที่เรามีอยู่นั้น รองรับกระแสไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นหรือเปล่า
– ที่ญี่ปุ่นรองรับกระแสไฟแค่ 110 V เท่านั้นค่ะ โดยเครื่องหนีบผมของไทยส่วนมากจะอยู่ที่ 200- 240 V ถ้าเราพกไปด้วยก็ใช้ไม่ได้นะคะ เครื่องจะไม่ร้อน แนะนำให้ไปซื้อที่นู่นเลย ใน Donqijote ก็มีเยอะแยะ หาซื้อง่ายมาก ราคาประมาณ 3,000 – 5,000 yen ค่ะ
– แต่ถ้าหากใครอยากพกไปเอง มีสองรุ่นที่พอทราบว่าใช้ได้คือ Lesasha รุ่น traveler และ OMG ราคาประมาณ 2,990 บาทค่ะ และก็ Panasonic ที่เป็นเครื่องหนีบผมแบบอันเล็กพกพาราคาประมาณ 800 บาทค่ะ ราคาจาก Central นะคะ
…
DAY 1 : NARITA AIRPORT, NIPPORI
คนต่อแถว Check-in ค่อนข้างเยอะ ใช้เวลานานมาก แนะนำให้ Check-in ล่วงหน้ามาได้เลยค่ะ 14 วันก่อนเดินทาง
Route การเดินทางของเราเป็นแบบนี้ค่ะ DMK ► NRT , KIX ► DMK (ไปลงนาริตะ แล้วกลับจากโอซาก้าค่า) โดยเราใช้บริการสายการบิน Low Cost , THAI AIR ASIA ด้วยเที่ยวบิน XJ611 ที่นั่ง Hot Seat พร้อมอาหารเสิร์ฟบนเครื่องบินค่ะ
ถึงสนามบิน Narita : Terminal 2 เรานั่ง KEISEI SKYLINER เข้าเมือง ต่อเดียวถึงโรงแรมที่ Nippori
- NARITA AIRPORT ► NIPPORI
แนะนำโรงแรมนี้นะคะ ใกล้ JR มากค่ะ ร้านอาหารก็เยอะ สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องก็ครบ ข้อเสียคือ ห้องเล็กตามมาตรฐานญี่ปุ่นไปหน่อย กับ อยู่ใกล้รางรถไฟ คนนอนยากอาจจะรำคาญเสียงค่ะ แต่รวมๆ โอเคมากๆ
> ราคา : ★★★★ ( 8,000 yen/night หัก 1 ดาวตรงที่ฝากกระเป๋าแล้วคิดเงินใบละ 1,000 เยนเลย)
> บริการของพนักงาน : ★★★★★ ( ให้คำแนะนำเรื่องต่างๆดีค่ะ)
> ความสะอาด/สะดวกสบายในห้องพัก: ★★★★ ( หัก 1 ดาวที่ห้องเล็กและเสียงรถไฟค่ะ)
> สถานที่ตั้ง : ★★★★ ( ใกล้ JR และเดินทางไป NRT airport ได้เลยต่อเดียว หัก 1 ดาวตรงใกล้รางรถไฟเนี่ยแหละค่ะ)
DAY 2 : KAWAGUCHIKO, MT.FUJI , SHINJUKU, ROPPONGI, TOKYO TOWER
วันนี้เราจะเริ่มจาก Kawaguchiko ค่ะ วิธีเดินทางมีทั้งรถไฟและรสบัส ตามนี้เลยค่ะ https://chillchilljapan.com/fuji-trip-kawaguchiko/
สำหรับเราเลือกเดินทางโดยรสบัส เนื่องจากประหยัดเงินมากกว่า เพียงแค่เที่ยวละ 1,750 yen เท่านั้น แถมยังได้นอนยาวๆไป 2 ชั่วโมงแบบไม่ต้องเปลี่ยนสายให้กวนเวลานอน รถบัสก็มาจอดหน้าสถานีคาวากูชิโกะเลยยยย
เวปสำหรับจองรถนะคะ http://highway-buses.jp/course/kawaguchiko.php จองล่วงหน้าได้เลย 1 เดือนก่อนเดินทาง
- SHIBUYA ►KAWAGUCHIKO
ล้อหมุน 7.00 AM แนะนำให้ไปถึง Bus Terminal ล่วงหน้าซักครึ่งชั่วโมงนะคะ รถบัสตรงเวลามาก เผื่อเวลาหลงและจะต้องแลกตั๋วก่อนขึ้นรถด้วยค่ะ
หลังจากลงสถานี KAWAGUCHIKO เราก็แวะทานข้าว ชมวิวฟูจิกันก่อนเบาๆ ร้านอยู่ตรงข้ามสถานีเลยค่ะ
- KAWAGUCHIKO ► SHIMOYOSHIDA
โชคไม่ดีที่เราไปช่วงเทศกาล คนเยอะมากเป็นพิเศษ ตอนแรกแพลนไว้ว่าจะเช่าจักรยานขี่รอบๆ ทะเลสาบ ปรากฎว่าหมด ! เศร้ามาก T_T พอเปลี่ยนใจจะขึ้น Retro Bus สำหรับลงตามจุด Stop ต่างๆ แถวก็ยาวมากกกกกกก ไม่ว่าจะเป็นแถวซื้อตั๋วหรือแถวต่อคิวขึ้นรถบัสก็ตาม แอบนอยด์ๆ ได้แต่ทำใจว่ามารอบนี้เก็บไม่หมดแน่นอน เลยตัดสินใจไปดูเจดีย์แดงอันเลื่องลือก่อนดีกว่า โดยซื้อตั๋วจากสถานี KAWAGUCHIKO นั่งรถไฟสาย Fujikyu railway มาลงที่สถานี SHIMOYOSHIDA ค่ะ ( 300 yen) (ก่อนออกจากสถานีไปดูเจดีย์แดง อย่าลืมดูรอบรถไฟที่จะกลับคาวากูชิโกะไว้เลยนะคะ จะได้กะเวลามารอได้ถูกค่ะ)
พอออกจากสถานีก็เดินตามนักท่องเที่ยวมาเรื่อยๆ ก็จะเจอทางขึ้นเจดีย์แดง หรือ Chureito Pagoda ค่ะ ไม่ต้องกลัวหลงเลย บนทางเดินจะมีรูปเจดีย์แดงให้เราเห็นอยู่ตลอดทางค่ะ แอบมีความน่ารักเอาใจใส่นักท่องเที่ยวเบาๆ
อย่าลืมฟิตร่างกายกันก่อนมานะคะ เพราะต้องขึ้นบันไดไปเกือบ 400 ขั้น เหนื่อยลิ้นห้อยเลย 5555 แต่พอปีนขึ้นมาแล้วได้เห็นวิวสวยๆแบบนี้ ก็ชื่นใจแล้วค่ะ ฟูจิซังไม่ขี้อายเลย เก็บรูปรัวๆ
เจดีย์ชูเรโตะ (Chureito Pagoda) เป็นเจดีย์ห้าชั้นบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นเมืองฟูจิโยชิดะ(Fujiyoshida City) และภูเขาไฟฟูจิในระยะไกลได้อย่างชัดเจนและงดงาม เจดีย์นี้ตั้งอยู่บนศาลเจ้าอาราคุระเซนเกน(Arakura Sengen Shrine) ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงสันติภาพปี 1963 ซึ่งจากตัวอาคารหลักของศาลเจ้าต้องขึ้นบันไดไปเกือบ 400 ขั้น นักท่องเที่ยวจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขาไฟฟูจิร่วมกับเจดีย์ห้าชั้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบานประมาณกลางเดือนเมษายน และฤดูใบไม้ร่วงประมาณครึ่งเดือนแรกของเดือนพฤศจิกายน จะเป็นจุดชมธรรมชาติที่นิยมเป็นอย่างยิ่ง (Credit: www.talonjapan.com/chureito-pagoda)
หลังจากชมวิวจนหนำใจแล้วก็เตรียมตัวกลับคาวากูชิโกะค่ะ มารอรถไฟที่ตรงเวลาเป๊ะๆ
- SHIMOYOSHIDA ► KAWAGUCHIKO
เนื่องจากว่าเราเสียเวลาไปกับเจดีย์แดงพอสมควร เลยทำให้มีเวลาเที่ยวต่อในคาวากูชิโกะไม่มากค่ะ หลังจากกลับมาก็มาเดินเล่นรอบๆ ทะเลสาบค่ะ สวยงามมากๆ
แถมยังมีเวลาขึ้น Kachi Kachi Ropeway ชมวิวฟูจิและทะเลสาบได้แบบเต็มๆตาเลยทีเดียว
หลังจากลงมาจาก Ropeway ก็ขอลอง ‘ดังโงะ’ ลูกกลมๆ หน้าตาน่าทานนี้ซักหน่อย รสชาติอร่อยใช้ได้เลยค่ะ
จากนั้นก็ขอล่องทะเลสาบชมวิวฟูจิอีกซักรอบ เอาให้จุใจก่อนกลับโตเกียว ไหนๆฟูจิซังก็ไม่ขี้อายแล้วอะ อิอิ
เห็นทีคงได้เวลาต้องกลับโตเกียวแล้ว เพราะจองรถบัสกลับ Shinjuku รอบ 16.10 ไว้ค่ะ ไว้คราวหน้าจะมาเก็บรอบๆทะเลสาบอีกทีนะ บายยย
- KAWAGUCHIKO ► SHINJUKU
กลับมาถึงชินจูกุก็ 6 โมงเย็นแล้วค่ะ มีเวลาเดินเล่น เตร็ดเตร่ช้อปปิ้ง ซึมซับบรรยากาศหลังเลิกงานของชาวญี่ปุ่นพอดิบพอดี สังเกตได้ว่า คนที่นี่ แต่งตัวชุดทำงานได้ดู Professional กันมากๆ ค่ะ แถมยังดูดี หล่อๆ สวยๆ เดินกันให้ขวักไขว่ เพลินตามากๆ ยิ่งวันนี้เป็นเย็นวันศุกร์ ทุกคนดูไม่รีบเหมือนทุกวัน จับกลุ่มรอเพื่อนๆ เพื่อไปสังสรรค์ต่อหลังมื้อเย็น รู้สึกว่าทุกคนผ่อนคลายและสนุกสนาน
ย่านชินจูกุ ย่านแห่งสีสันที่เต็มไปด้วยศูนย์การค้า ร้านอาหาร ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าแฟชั่น สินค้าลดราคาและสินค้ามือสอง
มีสถานีรถไฟชินจูกุที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของของย่านนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีที่คึกคักที่สุดในญี่ปุ่น ในแต่ละวันมีผู้คนจำนวนมากถึง 2.5 ล้านคนที่ใช้บริการสถานีแห่งนี้
อีกฝั่งก็เป็นเป็นย่านธุรกิจที่เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานสูงระฟ้า โรงแรมหรู และเป็นที่ตั้งของอาคารศาลาว่าการ Tokyo Metropolitan Government ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของมหานครโตเกียว
สามารถเข้าไปชมวิวที่ตึก Tokyo Metropolitan Government ได้ฟรี เวลาตั้งแต่ 9.30 – 23.00 PM เลยค่ะ
- SHINJUKU ► ROPPONGI
แวะมาเดินเล่นย่าน ROPPONGI ต่อค่ะ ย่านนี้เป็นย่านกลางคืนชื่อดังย่านหนึ่งของญี่ปุ่น โดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติค่ะ มีทั้งอาคารสำนักงาน ร้านอาหาร โรงแรม พิพิธภัณฑ์ศิลปะ หอชมวิว สำหรับใครที่อยากชมวิว TOKYO TOWER สวยๆ สามารถขึ้นไปชมที่ Tokyo City View , Mori Tower ชั้น 52 ค่ะ (1,800 yen )
- ROPPONGI ► TOKYO TOWER
เดินจากรปปงงิมาเรื่อยๆ ก็เจอ Tokyo Tower สีเหลืองอร่ามตา
โตเกียวทาวเวอร์ คือหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ มีความสูงโดยประมาณ 333 เมตร มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 50 ปี ตั้งแต่ช่วงหลังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยค่ะ
จุดประสงค์ของการสร้างหอคอยเพื่อต้องการหาสัญลักษณ์หรืออนุสาวรีย์ และเพื่อรวบรวมขวัญกำลังใจของประชาชนนั่นเองค่ะ
ด้านล่างของโตเกียวทาวเวอร์ มีร้านเครปชื่อดัง Merion อร่อยมากกกกกกก ชอบสุดในญี่ปุ่นเลยค่ะ ต้องลองนะคะ ราคา 500 yen +++
DAY 3 : UENO, ASAKUSA, SHIBUYA, HARAJUKU, AKIHABARA
วันนี้ตื่นสายหน่อย เพราะเมื่อวานเที่ยวเต็มที่มากถึงเที่ยงคืน นอนหลับยาวๆจนถึง 9 โมงเช้า รีบอาบน้ำแต่งตัวออกเดินทางไปชมสวน Ueno Park ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นเจ้าดอกสีชมพูน่ารักๆ ที่นามว่า “ซากุระ”
มาก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ค่ะ พอจะมีซากุระให้ได้เห็นแบบประปราย เจอบางต้นที่กำลัง Full Bloom อยู่เลย
เห็นรถไอติมไม่ได้เลยยยยย วิ่งร่าเริงไปซื้อมาชิมตล๊อดดด…. ซอฟท์ครีมนุ่มๆ กับอากาศเย็นๆ ท่ามกลางซากุระร่วงโรย ฟินมาก
ทำไมในสวน หน้าศาล ต้องมีของกินเรียงรายแบบนี้ด้วยยย จากของหวานก็มากินของคาวเล็กๆ น้อยๆ ต่อจ้า โดนปูอัดเสียบไม้ไป 500 yen
- UENO ► ASAKUSA
ก่อนกลับก็แวะเดินตลาด Ameyoko แล้วจึงมุ่งหน้าไปวัดเด่นวัดดังแห่งโตเกียว วัดอาซากุสะ หรือ วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple) นั่นเอง
วัดนี้เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคนไทยเน้อะ ที่ชอบเรียกว่า วัดโคมแดง ใครไปก็ต้องถ่ายรูปมุมนี้กลับมากันทุกคน ถือว่าเป็นแลนมาร์คหนึ่งในโตเกียวเลยก็ว่าได้ค่ะ
จาก Ueno นั่งรถไฟไปลง Asakusa station ถึงเลยค่ะ
ถนนนากามิเสะ ถนนยาวนำเข้าสู่พื้นที่ภายในวัดที่จะเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย วันนี้คนแน่นมากจริงๆ
ที่พลาดไม่ได้เลยคือ ขนมปัง Melon อร่อยมาก ฟินมาก กรอบนอกนุ่มใน อุ่นหอมอร่อยมากค่ะ มีขายอยู่ใกล้ๆทางออกวัดเลยค่ะ
- ASAKUSA ► SHIBUYA
มาต่อกันด้วยย่านชิบูย่า Crossing อันเลื่องลือ แยกข้ามถนนขนาดใหญ่จากการตัดกันของถนนหลายสาย เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ผู้คนจากทุกฝั่งถนนก็จะเดินข้ามถนนพร้อมๆกัน ดูๆไปก็เก๋ไม่น้อยค่ะ
สำหรับคนที่มีเวลามาก สามารถเดินเล่นในย่านนี้ได้นานเลยค่ะ เพราะมีร้านอาหารเก๋ๆ และห้างสรรพสินค้าที่มีสินค้าโดนใจวัยรุ่นอยู่มากมายให้เลือกได้ทั้งวัน
- SHIBUYA ► HARAJUKU
เดินมาเรื่อยๆ ไม่ไกล ก็มาถึงศาลเจ้าเมจิ ศาลเจ้าที่เราชอบมาก เพราะร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ดูเงียบสงบ แม้จะมีนักท่องเที่ยวเยอะมากก็ตาม
ออกจากศาลก็แวะชิมราเมนเจ้าดัง Jangara Ramen ในย่านฮาราจูกุ ย่านวัยรุ่นเด็กแนวของญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมใช้ได้เลยค่ะ ที่ร้านมีเมนูภาษาไทยให้ด้วย คอนเฟิร์มว่าคนไทยต้องมาเยอะแน่นอนค่ะ
เดินเล่นย่านฮาราจูกุ
- HARAJUKU ► AKIHABARA
ต่อด้วยย่าน อากิฮาบาระ เอาใจสาวกการ์ตูนและของเล่น 18+ ทั้งหลาย ใครชอบแนวนี้คงเดินเพลินๆ ได้ทั้งวันใช่มั้ยคะ?
หลังจากกลับจากย่านอากิฮาบาระ เราก็กลับโรงแรมไปเอากระเป๋า เพราะได้จองรถบัสนอนไปเกียวโตไว้ตอน 4 ทุ่ม ขึ้นรถที่ Tokyo Station
ข้อดีของการนั่งบัสนอนไปก็คือ ถูกกว่านั่งชินคันเซน หรือรถไฟมากๆ ค่ะ ข้อเสียคือ ใช้เวลานาน ประมาณ 7 ชั่วโมงถึงเกียวโต และ คนนอนยากจะนอนไม่ค่อยหลับอีกแล้ว โดยเราใช้บริการของ Willer Express สามารถจองรถได้ที่ https://willerexpress.com/en/
จบการรีวิวเที่ยวโตเกียวแล้วค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์และเป็นแรงใจให้ใครหลายคนอยากตามมาเที่ยวโตเกียวด้วยตัวเองกันนะคะ
Written by : Nichanary
Photo by : Nichanary
Visit Fanpage : Nichanary – Travel Blogger
Link : https://www.facebook.com/nichanary/