โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระวัง!โอนเงิน 'อีเพย์เมนต์' เก็บภาษี 'ธุรกิจออนไลน์' รายย่อยโดน-รายใหญ่รอด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 มี.ค. 2562 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2562 เวลา 02.45 น.

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ.2562 หรือกฎหมายภาษีอีเพย์เมนต์ ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.2562 เป็นต้นไป
เหตุผลในการออกกฎหมายฉบับนี้ เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ
กำหนดให้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการดำเนินการของภาครัฐ
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมถึงการรับชำระภาษี
นอกจากนี้ ประเด็นที่สำคัญยังกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีวอยเล็ต
มีหน้าที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะให้กรมสรรพากร
เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร โดยธุรกรรมลักษณะเฉพาะ คือ
1.ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ปีละ 3,000 ครั้งขึ้นไป
2.ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ปีละ 400 ครั้ง และมียอดของธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป
หากผู้มีหน้าที่รายงานไม่ปฏิบัติตาม
อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจลงโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
และปรับปรุงอัตราโทษสำหรับกรณีเจ้าพนักงานเปิดเผยข้อมูลของผู้เสียภาษีอากรหรือของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เป้าหมายของกฎหมายภาษีอีเพย์เมนต์ฉบับนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า
“ต้องการทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายอยู่บนฐานภาษีเดียวกัน เพราะประเทศไทยมีคนเลี่ยงภาษีจำนวนมาก โดยเฉพาะการค้าขายที่อยู่บนออนไลน์ หากไม่ทำให้เกิดความเป็นธรรมกับร้านค้าทั่วไป ประเทศก็จะเดินไปข้างหน้าได้ลำบาก ไม่ได้มีกฎหมายไว้เพื่อดักอีคอมเมิร์ซ แต่ทำขึ้นมาเพื่อป้องกันคนที่ทำอะไรผิดกฎหมาย”
ในขณะที่ กม.อีเพย์เมนต์เริ่มบังคับใช้เก็บภาษีจากผู้ค้ารายย่อยแล้ว
แต่ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลรัษฎากรอีกฉบับ กำหนดให้เก็บภาษีจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ กม.อีบิซิเนส
สำหรับธุรกิจออนไลน์ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย หรือบรรดาขาใหญ่ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก กูเกิล ยูทูบ อาลี บาบา เป็นต้น
กม.ดังกล่าวกลับผ่านไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ และคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะปัดฝุ่นกลับมาใช้ได้อีก
จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ที่แน่ๆ จะส่งผลกระทบเกิดความเหลื่อมล้ำ
ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ระหว่างผู้ค้าออนไลน์รายใหญ่กับรายย่อยหรือไม่
Oสุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยาO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...