โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กำเนิด "โคคา-โคลา" ต้นโคคา สู่น้ำหวาน ใครคือต้นคิดน้ำดำอมตะ? เขารวยแบบที่คิดจริงหรือ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 ม.ค. 2565 เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2564 เวลา 03.54 น.
ภาพประกอบเนื้อหา-จอห์น สติท แพมเบอร์ตัน ผู้คิดค้นเครื่องดื่มน้ำดำที่ต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ

ศตวรรษที่ 19 เป็นยุคที่มีการจดสิทธิบัตรยาเป็นจำนวนมาก และยาบางชนิดก็สร้างชื่อเสียงและฐานะให้กับเจ้าของสิทธิบัตรมากมาย จอห์น สติท แพมเบอร์ตัน (John Stith Pamberton) นักเภสัชศาสตร์ชาวเมืองแอตแลนตา ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น ทว่านอกจากยาแล้ว สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างชื่อให้เขาคือเครื่องดื่มน้ำดำที่เรียกว่าโคคา-โคลา (โค้ก) นั่นเอง

แพมเบอร์ตันเป็นนักเภสัชศาสตร์ ที่ไม่ได้สนใจเฉพาะเรื่องยาเท่านั้น เขาก่อตั้ง บริษัท เจ.เอส. แพมเบอร์ตัน คอมพานี ขึ้น และคิดค้นสินค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นยาย้อมผม เครื่องสําอาง และน้ำหอม ทว่าในช่วงอายุ 50 ปี แพมเบอร์ตันเริ่มให้ความสนใจกับต้นโคคา พืชพื้นเมืองของเปรูที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ชาวพื้นเมืองเอาใบโคคามาเคี้ยวกินสดๆ หรือไม่ก็สกัดเป็นเครื่องดื่ม เพราะมีฤทธิ์เป็นยากระตุ้น อุดมด้วยสารอาหาร และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

นอกจากนี้ยังมีสารโคเคน ซึ่งเป็นสารฆ่าแมลงโดยธรรมชาติ และเป็นตัวยับยั้งกระบวนการดูดซับสารโดปามีนซ้ำในมนุษย์ที่นําไปสู่การเสพติด แพมเบอร์ตัน ซึ่งติดมอร์ฟีนมาตั้งแต่ตอนเป็นทหารนั้น มองว่าสารชนิดนี้อาจเป็นยาวิเศษที่รักษาอาการเสพติดของเขาได้

ว่าแล้วเขาก็ทดลองปรับปรุงสูตรน้ำโคลาด้วยการใส่เมล็ดโคลาที่มีคุณสมบัติทางยาและช่วยกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ โดยเริ่มผสมในกาทองเหลืองที่สนามหลังบ้าน จนบ้านของเขาไม่ต่างจากลานทิ้งขยะที่เต็มไปด้วยเครื่องกรองสูงเท่าบ้าน 2 ชั้น และกระทะสําหรับผสมสูตรเครื่องดื่มกองระเกะระกะไปทั่ว

ในที่สุดแพมเบอร์ต้นก็เปิดตัวเครื่องดื่มที่ตั้งชื่อว่า “ไวน์โคลาฝรั่งเศสของแพมเบอร์ตัน” ในปี ค.ศ. 1885 โดยโฆษณาว่า “เป็นยาบํารุงที่ช่วยสร้างเสริมปัญญา” จากนั้นเมื่อเขานําเมล็ดโคลาใส่เพิ่มเข้าไปอีก ก็เรียกว่า “ยาบำรุงประสาท” ที่มีสรรพคุณในการเลิกมอร์ฟีน ซึ่งยังไม่มีแพทย์คนใดคิดค้นวิธีรักษาให้หายขาดได้ สินค้าตัวใหม่นี้ทําเงินให้แพมเบอร์ตันต่อวันมากกว่าที่เขาเคยหาได้ทั้งปีเลยทีเดียว

ยิ่งประสบความสําเร็จ แพมเบอร์ตันยิ่งหมกมุ่นกับเครื่องดื่มสีน้ำตาลข้นนี้ ทําให้สุขภาพย่ำแย่ลงทุกวัน นอกจากนี้ การทดลองชิมสูตรผสมน้ำหวานหลายชนิด ทําให้เขาไม่สามารถเลิกติดมอร์ฟีนได้ แพมเบอร์ตันส่งตัวอย่างสูตรน้ำหวานที่คิดขึ้นใหม่ไปให้เจ้าของร้านเครื่องดื่มคนหนึ่งผสมโซดาให้ลูกค้าชิม และนั่นเป็นที่มาของโคคา-โคลาที่เรารู้จักในปัจจุบัน

โดยโคคา-โคลา เปิดให้บริการครั้งแรกในวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1886 ในราคาแก้วละ 5 เซ็นต์ และแพมเบอร์ตันได้เลือกจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโคคา-โคลาแทนการจดสิทธิบัตร เพราะจะได้ไม่ต้องเปิดเผยสูตรจนคู่แข่งสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ทําให้สูตรน้ำอัดลมโคคา-โคลา ยัง เป็นความลับจนถึงทุกวันนี้

ด้วยความที่คิดว่าคงไม่รอดชีวิตจากอาการเจ็บป่วย ประกอบกับการขัดสนเงินทองเนื่องจากติดยา แพมเบอร์ตันจึงตัดสินใจขายหุ้นบริษัทให้“อะซา กริก แคนด์เลอร์” (Asa Griggs Candler) ในปี ค.ศ. 1888 ด้วยราคาเพียง 2,300 เหรียญ ไม่กี่ปีหลังจากนั้น โรงงานโคคา-โคลา ก็ผุดขึ้นทั่วอเมริกา ทําให้ แคนด์เลอร์กลายเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศในปี ค.ศ. 1900

ส่วนแพมเบอร์ตันเสียชีวิตในปีเดียวกับที่ขายหุ้น ทิ้งเงินเพียงเล็กน้อยไว้ให้ทายาท งานศพของเขาในแอตแลนตามีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศมาแสดงความเคารพ…

คลิกอ่านเพิ่มเติมที่มาของ “ลิควิด เปเปอร์” สาวหัวทื่อหงุดหงิดเรื่องเล็กน้อยตอนทำงาน แต่จุดประกายจนรวย

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “สิ่งประดิษฐ์ของคนหัวรั้น…ของธรรมดาที่เปลี่ยนโลก” โดย วารยา ใน ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 31 ฉบับที่ 10 สิงหาคม 2553 เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...