โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดพระธรรมกาย กับพุทธศิลป์แบบแฟนตาซี ที่สลัดศิลปะไทยประเพณี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 ธ.ค. 2566 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2566 เวลา 23.00 น.
มหาธรรมกายเจดีย์ ที่ วัดพระธรรมกาย

วัด ในพุทธศาสนา เป็นศาสนสถานที่มักนำเสนอศิลปะไทยประเพณีออกมาชัดเจนมากที่สุดสถานที่หนึ่ง แต่ที่ “วัดพระธรรมกาย” กลับมีรูปแบบพุทธศิลป์ที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะส่วน“มหาธรรมกายเจดีย์”

มหาธรรมกายเจดีย์ เริ่มตอกเสาเข็มใน พ.ศ. 2538 เป้าหมายคือการเป็นศูนย์กลางการรวมใจ และการประพฤติปฏิบัติธรรมของชาวพุทธทั่วโลก

อาจารย์ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ ผู้เขียนบทความ“การสร้างพื้นที่อภิมหาวิหารและพุทธศิลป์แบบแฟนตาซี ของวัดพระธรรมกาย” อธิบายว่า มหาธรรมกายเจดีย์นี้ทำให้“นึกถึงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ กรุงวาติกัน อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และนครเมกกะอันเป็นที่จารึกของชาวมุสลิมนับล้าน สัมพันธ์กับแนวโน้มที่พื้นที่ทางศาสนาและจิตวิญญาณโลกในยุคนี้เปิดกว้างมากขึ้น มหาธรรมกายเจดีย์ถูกวางไว้ให้เป็นพื้นที่อุดมคติ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับอุโบสถอันเป็นสถานที่สำหรับสังฆกรรมของสงฆ์แล้ว อุโบสถกลับมีบทบาทน้อยลงอย่างมาก…”

มหาธรรมกายเจดีย์ แบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน คือ พุทธรัตนะ ได้แก่ ส่วนโดมและพื้นลาดสีทอง, ธรรมรัตนะ เป็นวงแหวนเชิงลาดสีขาว และสังฆรัตนะ เป็นพื้นขั้นบันไดวงแหวนลดหลั่นลงมา 22 ชั้น สำหรับพระสงฆ์ปฏิบัติธรรมและประกอบพิธีจำนวน 10,000 รูป

บริเวณพื้นที่โดยรอบของมหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย ยังประกอบไปด้วย ลานธรรม และมหารัตนวิหารคด ลานธรรมมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กผสมพิเศษหล่อเป็นแผ่นพื้น ส่วนมหารัตนวิหารคดเป็นอาคารที่โอบล้อมมหาธรรมกายเจดีย์ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสข้างละ 1 กิโลเมตร ผนังคอนกรีตเปลือย หลังคาทำด้วยสแตนเลสเป็นทรงพีระมิด มีความสูง 2 ชั้น

อาจารย์ภิญญพันธุ์อธิบายว่า“พุทธศิลป์และการก่อสร้างศิลปวัตถุแบบวัดพระธรรมกายที่มีลักษณะแตกต่างไปจากงานอนุรักษนิยมจารีตประเพณีอย่างพระพุทธรูปแบบสุโขทัยและอยุธยา อาจกล่าวได้ว่าสุนทรียภาพของวัดนี้ได้ถูกให้ความหมายใหม่ โดยก้าวข้ามจากพุทธศิลป์ไทยประเพณีที่ประกอบด้วยระเบียบวิธีการผูกลายไทย การประกอบด้วยสัตว์หิมพานต์ และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่สืบทอดและคลี่คลายมาจากอารยธรรมอินเดียและเขมรโบราณเป็นการออกแบบไปสู่รูปทรงที่สะท้อนความเป็นอุดมคติ เช่น การใช้ลักษณะครึ่งทรงกลม สี่เหลี่ยม จัตุรัส ทั้งในแผนผังและรูปด้านของมหาธรรมกายเจดีย์…”

ดังนั้น จะเห็นได้ว่ามหาธรรมกายเจดีย์และพื้นที่โดยรอบแทบไม่ได้นำเสนอความเป็นไทยประเพณีออกมาให้เห็น มหาธรรมกายเจดีย์ไม่มีรูปแบบลักษณะเหมือนเจดีย์ตามแบบจารีตประเพณีนิยม มหารัตนวิหารคดก็ไม่มีหลังคาแบบวัดในพุทธศาสนาทั่วไป

อาจารย์ภิญญพันธุ์เรียกพุทธศิลป์ในรูปแบบของวัดพระธรรมกายนี้ว่า “พุทธศิลป์แบบแฟนตาซี” ซึ่งนอกเหนือจากมหาธรรมกายเจดีย์ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้เสนอศิลปะไทยประเพณีแล้ว พุทธศิลป์ในด้านอื่นของวัดพระธรรมกายก็มีความ “แฟนตาซี” ซึ่งเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมต่าง ๆ

กล่าวคือ มีการเน้นรายละเอียดที่วิจิตรพิสดาร เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งและยิ่งใหญ่ อาทิ การจัดขบวนในพิธีกรรมหรืองานต่างๆ เช่น งานศพแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง-มีเทวรถรูปนกยูง, ธุดงค์ธรรมชัย-ชุดมหาลดาประสาธน์ ชุดของผู้เชิญกฐินคล้ายนางคลีโอพัตราแห่งอียิปต์, กฐินบรมจักรพรรดิ ฯลฯ ในบางงานก็มักจะมีการใช้เทคนิคแสง สี เสียง ประกอบพิธี อันเป็นการแสดงออกทางพุทธศิลป์แบบแฟนตาซีให้ยิ่งใหญ่ตระการตา

อาจารย์ภิญญพันธุ์อธิบายว่าการเลือกใช้องค์ประกอบร่วมสมัยที่สลัดทิ้งลายไทยแบบเดิม ๆ ทำให้เห็นว่าพุทธศิลป์แบบแฟนตาซีนี้มีความแนบแน่นกับวัฒนธรรมประชานิยม อันช่วยตอบโจทย์ให้กับการสร้างสรรค์พื้นที่ใหม่ ๆ ทั้งยังเปลี่ยนรูปแบบองค์ประกอบศิลปะแบบจารีตประเพณีไปสู่งานศิลปะร่วมสมัยที่เข้าใจได้ง่ายกว่า รวมถึงการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพาณิชย์ศิลป์อันปรากฏอยู่ในวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างภาพยนตร์ สารคดี นิยาย ฯลฯ พุทธศิลป์แบบแฟนตาซีจึงเป็นองค์ประกอบในการสร้างโลกอีกใบขึ้นมาซ้อนอยู่กับโลกในชีวิตประจำวันของสาวกวัดพระธรรมกายทั้งหลาย…”

รูปแบบพุทธศิลป์ของวัดพระธรรมกาย มีความแตกต่างจากพุทธศิลป์แบบจารีตประเพณี โดยงานสถาปัตยกรรมถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้คนจำนวนมหาศาลที่มีการทำกิจกรรมตลอดทั้งปี ทำให้อาคารแต่ละแห่งในวัดต้องมีลักษณะอำนวยความสะดวกแก่การใช้งานและมีความคงทน ขณะเดียวกันต้องสะท้อนแนวคิดและอุดมการณ์ของวัด ซึ่งมีมหาธรรมกายเจดีย์เป็นศูนย์กลาง

อาจารย์ภิญญพันธุ์กล่าวสรุปว่า “งานด้านทัศนศิลป์ที่เน้นการสร้างความประทับใจด้วยการแสดงออกถึงความมั่งคั่ง วิจิตรพิสดารของผลบุญ และโลกแห่งสวรรค์อันน่าอภิรมย์ กลับหันไปพึ่งพิงกับแนวคิดวัฒนธรรมประชานิยมที่สัมพันธ์กับโลกของการจินตนาการ อันเป็นโลกแห่งความฝันที่ต้องหยิบยืมองค์ประกอบจากจินตนาการที่มักได้อิทธิพลจากงานพาณิชย์ศิลป์ไปด้วย จึงนับเป็นองค์กรศาสนาที่มีการวางแผนและควบคุมการออกแบบได้อย่างมีเอกภาพ สมกับเป็นวัดสมัยใหม่ที่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้อย่างน่าสนใจ”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์. (กันยายน-ธันวาคม 2557). การสร้างพื้นที่อภิมหาวิหารและพุทธศิลป์แบบแฟนตาซี ของวัดพระธรรมกาย. หน้าจั่ว ฉบับที่ 11, จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NAJUA/issue/view/3079

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 สิงหาคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...