โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

LPN เดินหน้าแผนฉุกเฉินหลังพบเจ้าหน้าที่นิติบุคคลอาคารชุดย่านพระราม 9 ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 มี.ค. 2563 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 09.36 น.

LPP บริษัทลูกในเครือ LPN เดินหน้าตามแผนปฏิบัติการส่งทีมฉุกเฉินปิดสำนักงานนิติบุคคลอาคารชุดโครงการลุมพีนี พาร์ค พระราม 9-รัชดา หลังพบเจ้าหน้าที่นิติบุคคลอาคารชุดของโครงการมีอาการไข้สูงและต่อมาแพทย์ยืนยันผลการตรวจว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) เข้าสู่กระบวนการ Big Cleaning และปิดใช้งานเป็นเวลา 7 วัน เพื่อความปลอดภัยของเจ้าของร่วมและทีมงาน

นางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพีนี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) บริษัทบริหารจัดการชุมชนในเครือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2563 เจ้าหน้าที่ดูแลนิติบุคคลอาคารชุดโครงการลุมพีนี พาร์ค พระราม 9-รัชดา มีอาการไข้สูง ได้เดินทางไปพบแพทย์ ซึ่งต่อมาแพทย์ได้ยืนยันผลการตรวจว่าพนักงานคนดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้แจ้งผลมายังบริษัท ทางบริษัทได้ดำเนินการตามแผนฉุกเฉินที่ได้มีการวางไว้ก่อนหน้าทันที โดยให้พนักงานคนดังกล่าวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล พร้อมกับได้แจ้งเรื่องตามกระบวนการถึงกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบสวนหาสาเหตุของการติดเชื้อของพนักงานตามเส้นทางย้อนหลัง 7 วัน ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข

ในขณะเดียวกันบริษัทได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฉุกเฉินโดยแจ้งเรื่องดังกล่าวให้กับคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดและเจ้าของร่วมของโครงการดังกล่าวให้ทราบข้อมูลที่เกิดขึ้น พร้อมดำเนินการปิดสำนักงานนิติบุคคลอาคารชุด และพื้นที่ส่วนกลางเป็นเวลา 7 วัน และจัดส่งพนักงานเข้าทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมดของโครงการและโครงการข้างเคียงอีก 2 โครงการ คือ โครงการลุมพีนี เพลส พระราม 9-รัชดา (AB) และโครงการลุมพีนี เพลส พระราม 9-รัชดา (CD) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้ง ได้แจ้งทีมงานที่เกี่ยวข้องที่ได้มีการสัมผัสใกล้ชิดกับพนักงานคนดังกล่าวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา เพื่อให้ทีมงานฝ้าระวังอาการภายใต้หลักเกณฑ์ 14 วัน เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ถ้าพบว่ามีอาการเข้าข่ายติดเชื้อ อาทิ มีอุณหภูมิสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียล มีอาการไอ จาม หายใจเหนื่อยหอบ ให้ไปดำเนินการพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคในทันที

“ทันทีที่เราทราบเรื่องเราดำเนินการทุกมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในโครงการดังกล่าว พร้อมกับทำงานตามแนวทางของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขในการดูแลและเฝ้าติดตามผู้สัมผัสและผู้ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังการระบาด ซึ่งเราถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของเราต่อชุมชนที่เราดูแลและสังคมส่วนรวม” นางสาวสมศรี กล่าว

LPP ให้ความสำคัญกับการวางมาตรการดูแลชุมชนที่บริหารจัดการอยู่อีกมากกว่า 180 ชุมชน ให้ปลอดจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ด้วยแผนปฏิบัติการที่พร้อมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมฉุกเฉินที่พร้อมปฏิบัติการเข้าไปในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยทันทีภายใน 2 ชั่วโมง โดยดำเนินการส่งตัวผู้ป่วยให้กับทางโรงพยาบาล และดำเนินการปิดพื้นที่เสี่ยงในโครงการทันที เพื่อดำเนินการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในจุดเสี่ยง

“ทีมฉุกเฉินเป็นทีมที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการดูแลชุมชนทุกชุมชนโดยมีมาตรการเบื้องต้นเมื่อพบผู้ป่วย คือ เป็นม้าเร็วเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงทันทีภายใน 2 ชั่วโมง และดำเนินการปิดพื้นที่เสี่ยงตามมาตรการของบริษัทที่ได้รับการแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข โดยเราปิดพื้นที่เสี่ยง 7 วันนับจากวันที่ตรวจพบผู้ป่วย เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในพื้นที่ดังกล่าว จากนั้นเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของเจ้าของร่วมและผู้พักอาศัย เราจะเปิดดำเนินการให้บริการบางส่วนในวันที่ 8-14 นับจากวันที่พบผู้ติดเชื้อ เราจะตรวจสอบความพร้อมเพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยงและเปิดพื้นที่ให้บริการเต็มรูปแบบในวันที่ 15 นับจากวันที่พบผู้ติดเชื้อ ซึ่งแผนดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์” นางสาวสมศรี กล่าว

นอกจากนี้ LPP ได้กำหนดมาตรการดูแลชุมชนภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวคือ จัดให้มีจุดคัดกรองคนเข้า-ออกอาคารที่ต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิ และมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ถ้าพนักงาน เจ้าของร่วม และผู้พักอาศัย ยังคงมีไข้สูงต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ทีมงานจะแนะนำให้เข้ารับการรักษาจากแพทย์ เพื่อตรวจสอบอาการ และเป็นแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเบื้องต้น การทำความสะอาดจุดสัมผัสทุกจุด เช่น ประตูทางเข้า-ออก ลิฟต์ทุก 45-60 นาที เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าว การบริหารจัดการลิฟต์ไม่ให้มีความแออัดด้วยการตีตาราง และกำหนดจำนวนคนในการใช้ลิฟต์ รวมทั้ง การให้ความรู้กับพนักงาน เจ้าของร่วม และผู้พักอาศัย ในการปฏิบัติตัวเพื่อให้ปลอดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นต้น

“เราไม่นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเราให้ความสำคัญกับทุกมาตรการที่มีส่วนในการช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าว ทุกมาตรการที่ออกมาเราได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด เจ้าของร่วม และผู้อยู่อาศัย ในทุกโครงการ และได้รับการสนับสนุนด้านมาตรการต่างๆ จากระทรวงสาธารณสุข ทำให้เรามั่นใจว่า ด้วยนโยบาย “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน” จะทำให้เราสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้และสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของร่วมของทุกชุมชนที่เราบริหารอยู่ว่า เราสามารถที่จะดูแลทุกชุมชนให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยกัน เพื่อให้ทุกชุมชนคงความเป็น “ชุมชนน่าอยู่” ต่อไป” นางสาวสมศรีกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...