โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้อนรับปีเลือกตั้ง พ.ศ.2562 คนกีฬาอยากได้อะไรจาก ‘รัฐบาลใหม่'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 ม.ค. 2562 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2562 เวลา 04.46 น.

ในปีพ.ศ.2562 นับว่าเป็นอีกปีที่สำคัญสำหรับเมืองไทย อย่างที่หลายคนลุ้นกันว่าจะมีการเลือกตั้งรัฐบาลขึ้นในปีนี้เพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่บริหารประเทศ ดังนั้นมาดูกันว่าคนกีฬาเมืองไทย คาดหวังอะไรหรือต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ช่วยสนับสนุนวงการกีฬาอย่างไรกันบ้าง

มาเริ่มต้นที่คีย์แมนหลักจากบ้านอัมพวันอย่าง “บิ๊กจา”พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ

โดยพล.ต.จารึก ชี้ว่า คนที่จะเข้ามารับผิดชอบเรื่องนโยบายเกี่ยวกับกีฬานั้นควรจะต้องถือว่าการกีฬาเป็นส่วนที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติได้ และทุกชนิดกีฬาเองก็มีการแข่งขันทั้งหมด สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้ทั้งในระดับเอเชียและระดับโลก จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

“ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลที่มาใหม่จะเหมือนรัฐบาลเดิมหรือไม่ เพราะถ้าพูดตามความจริง รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ (จันทร์โอชา) ได้ทำเรื่องของงบจากภาษีบาป 2 เปอร์เซ็นต์ ให้กับกีฬาไว้ใช้ล้วนๆ รวมไปถึงประธานคณะกรรมการโอลิมปิกไทยอย่างพล.อ.ประวิตร (วงษ์สุวรรณ) ก็เอาใจใส่ แม้ว่าจะมีภารกิจทางการเมืองมากมาย แต่ก็เข้ามาร่วมประชุมติดตามงานอยู่เสมอ”

บิ๊กจา เผยว่า ช่วงที่ผ่านมาได้นำการกีฬาแห่งประเทศไทยไปดูงานที่ศูนย์ฝึกของเกาหลีใต้ที่เป็นศูนย์ฝึกแห่งใหม่ที่ใช้เตรียมพร้อมสำหรับโอลิมปิกเกมส์ 2020 ซึ่งโอลิมปิกฯ ที่อยู่ในต่างประเทศมากกว่า ก็ต้องช่วยกกท. ให้ได้รู้จักวงการกีฬาโลกมากขึ้น จะพาไปดูในสิ่งที่เป็นประโยชน์โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งตัวผู้ว่ากกท. ก็ได้รับนโยบายจากรองนายกรัฐมนตรี พัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาของไทยให้น่าอยู่ น่าใช้ สามารถใช้ได้กับทุกชนิดกีฬา ดังนั้นก็ต้องหาความรู้ หาอุปกรณ์ สถานที่ ทำให้ยิ่งใหญ่ไปเลย

“สำหรับกีฬาในปี 2019 คิดว่าจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา สมาคมใดก็ตามที่ทำเพื่อชื่อเสียง ก็ต้องทำผลงานให้สัมฤทธิ์ด้วย ไม่ใช่ทำแต่ด้านชื่อเสียง มีข่าวตลอด แต่พอถึงเวลาแข่งจริงแล้วแพ้ตลอด ก็ต้องพิจารณาตัวเองเหมือนกัน” พล.ต.จารึก กล่าวปิดท้าย

มาทางฝั่งค่ายหัวหมากอย่าง “บิ๊กก้อง” **ก้องศักด ยอดมณี** ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) บ้าง

ผู้ว่ากกท. บอกว่า คงไม่ได้มีอะไรที่อยากได้จากรัฐบาลใหม่เป็นพิเศษ เพราะเชื่อมั่นว่าไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล หรือผู้ที่มาดูแลในส่วนของวงการกีฬา ทิศทางที่กำลังพัฒนาโดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ในประเทศให้ความสำคัญ และมั่นใจว่านโยบายที่จะมาจากรัฐมนตรีคนใหม่ หรือใครก็ตามที่จะเข้ามาเป็นประธานบอร์ด กกท. จะไม่แตกต่างไปจากแนวทางเดิม ซึ่งถ้าพูดถึงสิ่งที่อยากจะขอ ก็คงขอให้สานต่อสิ่งที่ได้ดำเนินการเอาไว้แล้วนั่นเอง

ส่วนวงการกีฬาไทยในปีนี้ก็จะมีอีเวนต์ต่างๆ ที่นักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งซีเกมส์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ หรือการคัดเลือกเพื่อควอลิฟายไป โอลิมปิกเกมส์ 2020 ซึ่งจะต้องเตรียมนักกีฬาให้พร้อมมากที่สุด แต่ในส่วนของซีเกมส์คงไม่อยากให้คาดหวังว่าจะได้เป็นเจ้าเหรียญทอง เพราะว่ามันมีปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่ก็เน้นกีฬาสากลให้มีผลงานที่ชัดเจนออกมาเท่านั้น

ขณะที่ฝั่งสมาคมกีฬา สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับรัฐบาลชุดใหม่อยากให้มีการกำหนดนโยบายพัฒนาวงการกีฬาให้ชัดเจน และเป็นระบบ อย่างในเรื่องการจัดการแข่งขันที่ซ้ำซ้อน จนส่งผลกระทบต่อนักกีฬาวอลเลย์บอล โดยเฉพาะระดับเยาวชนที่แข่งขันเยอะจนเกินไป จึงน่าที่จะทบทวนว่าแต่ละการแข่งขัน และแต่ละองค์มาร่วมกันพูดคุย เพื่อกำหนดโปรแกรมการแข่งขันไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน เพราะนักกีฬาจะเป็นชุดเดียวกันที่เข้าร่วมแข่งขัน นอกจากนี้ตนคิดว่า รัฐบาลจะต้องมีการพัฒนาปลูกฝังให้ชาวไทยให้ความสนใจกีฬาอย่างเป็นวัฒนธรรมกีฬาด้วย เพื่อนำกีฬามาสร้างคน และคนสร้างชาติต่อไปอีกด้วย

“เฮียต่าย” นิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ทุกวันนี้จริงๆ ที่มองดูแล้วรัฐบาลที่ได้ดำเนินการสนับสนุนในด้านกีฬาก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่สำหรับรัฐบาลชุดใหม่หากต้องการที่จะสนับสนุนวงการกีฬาไทยมากกว่าเดิมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งก็อาจจะจัดเรื่องกีฬาให้เป็นนโยบายของรัฐให้เกี่ยวข้องกับเรื่องเยาวชน เรื่องสังคม และเรื่องเกี่ยวกับรายได้อุตสาหกรรมด้านกีฬา รวมทั้งเรื่องกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว สปอร์ตทัวริซึ่มก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดียิ่งขึ้น

ทีนี้มาฟังเสียงจากนักกีฬากันบ้าง เริ่มที่ “เอ็ม” วุฒิชัย มาสุข นักชกตัวเก่งทีมชาติไทย กล่าวว่า สิ่งที่นักกีฬาต้องการที่สุด คือ สวัสดิการที่ดีของนักกีฬาทั้งในช่วงฝึกซ้อมและแข่งขัน เพราะจะเป็นกำลังใจที่ดีของนักกีฬา ในช่วงที่ซ้อมไม่สามารถไปหารายได้อย่างอื่นได้ แต่ทุกคนมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ต้องหาเงินมาจุนเจือครอบครัว จุดนี้อยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดูแลให้นักกีฬาอุ่นใจ รวมทั้งเรื่องของอุปกรณ์การฝึกซ้อมต้องดี เพราะเมื่อทุกอย่างได้มาตรฐาน กำลังใจนักกีฬาดี ผลงานก็ย่อมดีตามไปด้วย

ด้าน “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ นักตบลูกขนไก่สาวไทย มืออันดับ 8 ของโลก กล่าวว่า อยากฝากรัฐบาลชุดใหม่ถึงการซัปพอร์ตนักกีฬา ซึ่งส่วนตัวเองเป็นนักกีฬาก็อยากที่จะได้รับการสนับสนุนที่ดีจากรัฐบาล เพื่อทำให้นักกีฬามีกำลังใจในการแข่งขัน คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี โดยก็ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นประคับประคองอะไรขนาดนั้น แต่บางที่การที่เราได้รับกำลังใจเยอะๆ ก็ถือว่าเป็นสิ่งดีที่สุดแล้ว

“เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาก็มีส่วนคะ ตอนนี้ถ้าพูดถึงหลายๆ สมาคมกีฬาก็นำหลักวิทยศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยเยอะ ก็มีอย่าง กกท. และอีหลายฝ่ายที่คอยช่วยเหลือ ทำให้ตัวนักกีฬามีความแข็งแรงค่ะ ซึ่งก็อยากให้ช่วยเข้ามาซัพพอร์ตในเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาให้ได้” น้องเมย์กล่าว

มาที่จอมเตะสาวเบอร์ 1 ของโลกอย่าง “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดสาวทีมชาติไทย บอกว่า อยากให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาช่วยซัพพอร์ตในเรื่องเรียน เรื่องการศึกษา เพราะเราเรียนกันที่มหาวิทยาลัยก็มีความยากๆ กันอยู่แล้ว และยังต้องเล่นกีฬาด้วย ซึ่งหลังจากเลิกเล่นกีฬาแล้วก็ยังจะต้องกลับไปทำงานอื่นๆ เรื่องเรียนจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักกีฬาทีมชาติ ทำให้นักกีฬาจะต้องพยายามเรียนกันเยอะๆ ก็อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยซัพพอร์ตในเรื่องนี้

ปิดท้ายกันที่รุ่นเก๋าอย่าง “ต้น” สนฉัตร รติวัฒน์ นักเทนนิสทีมชาติไทย กล่าวว่า ถ้ามองกันในเรื่องของรายได้นักกีฬาที่หามาได้เมื่อเทียบกับเงินเบี้ยเลี้ยงในการเก็บตัวฝึกซ้อมทีมชาติ ค่อนข้างต่างกัน ถ้ามองในแง่ความคุ้มค่าก็คงไม่คุ้มค่า แต่ทุกคนก็อยากทำหน้าที่เพื่อชาติ อยากติดทีมชาติ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาเงินเบี้ยเลี้ยงให้นักกีฬาทีมชาติให้เหมาะสมมากขึ้น และเหมาะกับทุกชนิดกีฬา

อีกเรื่องหนึ่ง คือ การที่นักกีฬาที่รับราชการทหารหรือตำรวจ หรือหน่วยงานต่างๆ จะไม่ค่อยมีเวลาเข้าไปปฏิบัติหน้าที่มากนัก ซึ่งผู้บังคับบัญชาส่วนใหญ่ก็เข้าใจดี แต่อยากขอเสนอให้มีการนำนักกีฬาที่รับราชการไปอยู่ในสังกัดกีฬาของหน่วยงานต่างๆ เพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่ได้ตรงความสามารถและประสบการณ์ที่ตัวเองมีมา เช่นว่า ให้ตัวเองและนักเทนนิสคนอื่นๆ ที่เป็นทหารไปเปิดคลินิกสอนเทนนิสเยาวชนตามต่างจังหวัดที่ห่างไกล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ หรือทำประโยชน์ที่เกี่ยวกับกีฬา จะทำให้หน่วยงานได้รับประโยชน์และเด็กๆ ก็ได้ความรู้ เทคนิคต่างๆ ด้วย

ก็นับได้ว่าเป็นเสียงจากคนกีฬา ที่หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาจะให้ความสนใจวงการกีฬา และมองเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศนะขอรับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...