โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เล่าเรื่องเจ้านายกับชุดไทย ชุดแต่ละสมัยรับอิทธิพลมาจากไหนบ้าง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 01 ต.ค. 2567 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2567 เวลา 05.45 น.
พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเหล้าเจ้าอยู่หัว (ภาพจากหนังสือ

ชุดเครื่องแต่งกายถือเป็นการแสดงวัฒนธรรม ประเพณี เชื้อชาติ เอกลักษณ์ของคนในแต่ละท้องถิ่น อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและประวัติศาสตร์ เคยเล่าถึงวิวัฒนาการชุดไทยโดยแบ่งข้อมูลออกเป็น 5 กลุ่มตามยุคสมัย

กลุ่มแรก ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 1- รัชกาลที่ 4 กลุ่ม 2 ชุดไทยสมัย รัชกาลที่ 5 กลุ่ม 3 ชุดไทยสมัย รัชกาลที่ 6 กลุ่ม 4 ชุดไทยสมัย รัชกาลที่ 7- รัชกาลที่ 8 กลุ่ม 5 ชุดไทยสมัย รัชกาลที่ 9

ชุดไทยสมัย รัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 4

ชุดไทยสำหรับเจ้านายฝ่ายใน ในยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นพระมเหสี พระเทวีต่างๆ เจ้าจอม พระราชธิดา ส่วนใหญ่จะนุ่งซิ่น จีบหน้านาง ผ้าถุงยาว โดยใช้ผ้าลายอย่างจากอินเดีย ห่มทับท่อนล่าง ส่วนท่อนบนห่มสไบแพรจีนเปิดไหล่หนึ่งข้าง หรือใส่เสื้อคอตั้งผ้าไหมจีนผ่าอก ติดขัดกระดุม แขนกระบอก โดยแขนกระบอกจะฟิต ถ้าใส่เสื้อจะมีสไบห่มทับเสมอ โดยจะห่มสไบทับอัดกลีบ หรือไม่อัดกลีบก็ได้

สมัยก่อนการแต่งกายเป็นเครื่องจำแนกตวามแตกต่างทางสังคม เช่นการอัดกลีบสไบก็เป็นการแสดงความแตกต่างจากจากสามัญชน โดยทำให้ประณีตขึ้น นอกจากนี้ยังมีการห่มสไบ 2 ชั้น หรือเรียกว่าห่มสไบทรงสพักตร์ อย่างไรก็ตาม พระราชนิยมสมัยรัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 4 จะเป็นการนุ่งจีบหน้านาง จะเห็นฝ่ายในใส่โจงกระเบนบ้าง แต่ไม่เป็นพระราชนิยม

ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5

ในระยะแรกช่วงต้นรัชกาล จะเห็นพระราชธิดาในรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระมเหสีในรัชกาลที่ 5 เช่น สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ทรงชุดไทยจีบหน้านาง แต่ต่อมาพระราชนิยมนุ่งโจงกระเบนกลายมาเป็นที่แพร่หลาย โดยจะนุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อแพรจีนแขนกระบอก ห่มทับสไบ

กระทั่งมีอิทธิพลจากตะวันตกเข้ามา จากเสื้อแพรจีนก็เปลี่ยนมาเป็นเสื้อแหม่มแบบฝรั่ง โดยได้รับอิทธิพลจากราชสำนักรัสเซียและออสเตรีย เสื้อแบบฝรั่งที่นิยมใส่ก็เป็นผ้าลูกไม้จีบระบายต่างๆ ทั้งปลายแขน รอบอก รวมทั้งเสื้อแขนหมูแฮม โดยต้นแขนจะจีบฟองฟูขึ้น และค่อยๆ แคบลงมาถึงข้อมือ

เมื่อเปลี่ยนเป็นเสื้อฝรั่ง เพื่อโชว์เสื้อลูกไม้ ก็เปลี่ยนมาจับหน้าสไบให้แคบลง โดยพับตามยาวให้หน้าสไบแคบลงเหลือประมาณครึ่งเดียว แล้วนำมาสะพายเฉียงไหล่ซ้ายลงมาที่เอวขวา แล้วเอาชายทั้งสองของสไบผูกเป็นโบทิ้งชายสั้นๆ อยู่บริเวณสะโพกขวาด้านหลัง แต่การผูกโบทำให้ปมใหญ่ไม่สวย ต่อมาจึงเปลี่ยนเอาชายสไบมาทบสะโพกขวาด้านหลังแล้วใช้เข็มกลัดติดทิ้งชายยาว การแต่งกายแบบนี้เป็นพระราชนิยมตลอดรัชกาล

ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 6

รูปแบบการแต่งกายของสุภาพสตรีไทยโน้มเอียงไปทางตะวันตกมากขึ้น เสื้อแขนหมูแฮม เสื้อลูกไม้ สมัยรัชกาลที่ 5 ยังใส่มาถึงตอนตนของรัชกาลที่ 6 ต่อมาพระองค์โปรดให้เปลี่ยนจากนุ่งโจงมานุ่งซิ่น แต่ไม่โปรดให้เป็นผ้าซิ่นที่เป็นลายอย่างแบบต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่โปรดให้เป็นผ้าหลากหลาย เช่น ผ้าซิ่นลายต๋าจากภาคเหนือ มาใส่กับเสื้อฝรั่ง หรือผ้ายกจากนครศรีธรรมราชจากลำพูน เอามาใส่กับเสื้อลูกไม้ โดยผ้าซิ่นจะถูกนุ่งให้สั้นลงประมาณครึ่งแข้ง จะมีลักษณะผ้าซิ่นทรงกระบอก คล้ายๆ กระโปรงทรงเล็ก

วิวัฒนาการต่อไป สมัยนี้เปลี่ยนจากการสวมเสื้อแบบสมัยรัชกาลที่ 5 มาเป็นเสื้อแบบที่เราเรียกกันว่า “แก๊สบี้” คือตัวเสื้อยาวลงไปจนถึงเข่าและนิยมใช้ผ้าบางเบา ส่วนใหญ่เป็นเสื้อคอปาด แขนล้ำ (แขนกุด) เครื่องเพชร ถ้าไม่ใส่สร้อยยาวลงไปถึงสะดือ ก็จะสร้อยสั้น ติดคอ เรียกกันว่าโชกเกอร์ ซึ่งคนไทยสมัยนั้นเรียกสร้อยแบบนี้ว่าปลอกคอหมา และบางครั้งนิยมเอาสร้อยเพชรมาคาดทับผม หรือคาดหน้าผากเลยก็มี เป็นแบบแก๊สบี้ “ฝรั่ง”

ชุดไทยสมัย รัชกาลที่ 7 – รัชกาลที่ 8

รูปแบบการแต่งกายยังเลียนแบบสมัยรัชกาลที่ 6 อยู่แต่กระโปรงจะเป็นกระโปรงที่สั้นมาถึงใต้เข่า จากนั้นเริ่มเป็นชุดเดรสหรือชุดเสื้อกับกระโปรงติดกัน ซึ่งเกิดขึ้นปลายรัชกาลที่ 6 ต้น รัชกาลที่ 7 โดยมีสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ทรงเป็นผู้นำแฟชั่นสมัยนั้น โดยมีห้องเสื้อลองจากปารีสเป็นผู้ทำฉลองพระองค์ถวาย สะท้อนให้เห็นว่าราชสำนักมีความเป็นสากลมาก

ส่วนต้้นรัชกาลที่ 8 พระองค์ไม่มีพระมเหสี ขณะที่เจ้านายฝ่ายในชั้นสูงส่วนใหญ่ประทับต่างประเทศ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า แม้จะประทับในประเทสไทย แต่ก็ยังทรงแต่งกายตามพระราชนิยมสมัยรัชกาลที่ 5

ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 9

ช่วงต้นรัชกาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ยังทรงแต่งชุดไทยตามพระราชนิยมต่อเนื่องจากรัชกาลที่ 7 กระทั่งเสด็จอเมริกาและยุโรป ถึงได้มีการประดิษฐ์ชุดไทยพระราชนิยมขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับวาระโอกาสที่จะต้องออกงาน ประเทศไทยก็จะมีชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยดุสิต ชุดไทยอัมรินทร์ ชุดไทยจักรี ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งเป็นแบบอย่างของการแต่งกายชุดไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับผู้ชายนั้น การแต่งกายไม่มีรูปแบบมากเท่าผู้หญิง โดยในสมัย รัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 4 ใส่เสื้อไม่มีลายกับโจงกระเบน ส่วนในสมัยรัชกาลที่ 5 เสื้อราชประแตนกับโจงกระเบน ในสมัยรัชกาลที่ 6 เสื้อราชประแตนกับกางเกงแพร

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

“เสน่ห์สุดงดงาม! อ.เผ่าทอง เล่าวิวัฒนาการ ชุดไทย สมัย ร.1-9” ใน, มติชนออนไลน์. เผยแพร่เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2561. เข้าถึงเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2561.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เล่าเรื่องเจ้านายกับชุดไทย ชุดแต่ละสมัยรับอิทธิพลมาจากไหนบ้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...