รู้หรือไม่ เมนูหูฉลามเสี่ยง ทำให้เป็นโรคทางสมอง
รู้หรือไม่ เมนูหูฉลาม อาจเสี่ยงทำให้เป็นโรคทางสมอง
หูฉลาม คือส่วนของครีบกระดูกอ่อนฉลาม เป็นส่วนที่ผู้นิยมบริโภคเชื่อว่า มีสรรพคุณมากมาย ในด้านการบำรุงกำลัง บำรุงผิวพรรณ หรือเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้ #หูฉลาม กลายเป็นหนึ่งในเมนูอาหารที่ขาดไม่ได้ในช่วงเทศกาล หรืองานเฉลิมฉลองต่าง ๆ
แต่รู้ไหมว่า การที่ครีบเป็นกระดูกอ่อนล้วน ๆ มันก็จะมีสารประกอบแบบเดียวกับกระดูกมนุษย์ วัว และสัตว์มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ และเป็นกระดูกอ่อนไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ แท้จริงแล้วคุณค่าทางโภชนาการมาจากวัตถุดิบอื่น ๆ มากกว่า
งานวิจัยปี 2016 ค้นพบว่า 87% ของหูฉลาม 55 หู และเนื้อฉลามจาก 10 สายพันธุ์ที่แตกต่างกันมีสารบีต้า-เอ็น-เมธิล อะมิโน-แอล-อะลานีน ( β-N-Methylamino-L-alanine หรือ BMAA) มีพิษร้ายแรงต่อระบบประสาท อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมหลายอย่าง เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน และโรคลูเกห์ริก หรือ ALS โดยเฉพาะในส่วนหูหรือครีบจะมีสาร BMAA เข้มข้นสุด
นอกจากนี้ ในหูฉลามก็มีปริมาณสารปรอทสูงกระบวนการผลิตและตากแห้งหูฉลาม ยิ่งทำให้สารปรอทสูงขึ้นด้วย
องค์การอนามัยโลกได้ทดสอบหูฉลามและพบว่าครีบบางชิ้นมีค่าสูงจนซุปหนึ่งชามมีเกินปริมาณที่แนะนำ องค์กร Shark Stewards ได้ทดสอบครีบซุปในทำนองเดียวกัน และพบว่าผู้ที่รับประทานซุปหูฉลามแม้ในบางครั้งจะมีความเสี่ยงรับสารปรอทสูงอีกด้วย
ดังนั้น เหตุผลเรื่องสุขภาพก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ควรคำนึงถึงนะ #ฉลองไม่ฉลาม กันเถอะทุกคน
มากไกว่านั้น ในอดีต เพื่อให้ได้มาซึ่งหูฉลาม ฉลามจะถูกตัดครีบ และโยนฉลามที่อาจยังไม่ตายลงทะเล เนื่องจากส่วนอื่นขายไม่คุ้มค่าเท่ากับครีบ ฉลามที่ไร้ครีบไม่สามารถว่ายน้ำได้ และตายลงอย่างทรมานในที่สุด การล่าฉลามเพื่อเอาครีบ จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประชากรฉลามลดลง ในปัจจุบัน แม้ฉลามจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ทั้งตัว แต่การที่พวกมันถูกจับมากเกินไป และรวมถึงการถูกจับเป็นสัตว์น้ำพลอยได้ เป็นสาเหตุหลักที่กำลังทำให้ฉลามมากกว่า 160 ชนิดกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ จนอาจนำมาสู่การสูญเสียสมดุลของระบบนิเวศได้
ที่มา