โจวซูเม่ย หญิงใบ้พลิกชะตา
ข้อมูลเบื้องต้น
โจวซูเม่ย หญิงสาวจากโลกล่มสลาย จับพลัดจับผลูมาเกิดใหม่ยังโลกอีกใบที่เป็นยุคโบราณ
วิญญาณของนางถูกส่งมาอยู่ในร่างของหญิงใบ้กำพร้าที่สุดแสนจะอาภัพ ถูกคนในครอบครัวทำร้ายจนเจ้าของร่างเดิมต้องตกตาย ทั้งยังถูกถอนหมั้นจากชายที่ตนเทิดทูน
เมื่อโจวซูเม่ยมาอยู่ในร่างใหม่ได้ไม่นานนัก ก็ต้องออกเรือนกับพรานป่าเพื่อแลกกับเงินหกตำลึง
โชคดีที่ครอบครัวของปู่รองรับนางเป็นบุตรอีกคน อีกทั้งครอบครัวของหวังเจียวจ้านผู้เป็นสามีก็เป็นคนดี
เมื่อได้ชีวิตใหม่ที่รายล้อมไปด้วยความรักความอบอุ่นเช่นนี้
โจวซูเม่ยจึงตั้งปณิธานไว้ว่าจะทำให้ครอบครัวของนางมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและร่ำรวยให้จงได้
จุดเริ่มต้น
ณ สหพันธ์ดวงดาวไทก้า
สหพันธ์ดวงดาวไทก้าเป็นศูนย์อพยพผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก เมื่อครั้งที่โลกเต็มไปด้วยซากศพเดินได้ ในคราแรกที่ผู้คนถูกอพยพมายังโลกใบนี้ อาหารทุกอย่างล้วนขาดแคลน เนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อของผู้ควบคุม ปล่อยให้หนึ่งในผู้ติดเชื้ออพยพมายังโลกใบนี้ด้วย การแพร่ระบาดจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากนั้นก็เปลี่ยนผู้ติดเชื้อเป็นซากศพดุร้าย
แม้จะผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว แต่การฟื้นฟูย่อมเป็นไปอย่างยากลำบาก คนที่นี่ต้องออกมาใช้ชีวิตในตอนที่มีแสงของดวงอาทิตย์เท่านั้น เมื่อกลางคืนคืบคลานเข้ามา ซากศพเหล่านั้นจะรวดเร็วและเข่นฆ่าทำลายสิ่งมีชีวิตตรงหน้า พวกเขาต้องระวังตัวทุกอย่างก้าว เพราะเพียงแค่ถูกข่วนหรือกัด ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็จะกลายเป็นพวกเดียวกันกับซากศพเดินได้เหล่านั้น
สหพันธ์ดวงดาวไทก้าเต็มไปด้วยผู้รอดชีวิตจากที่ต่างๆมากมาย จึงทำให้เกิดความหลากหลายในด้านวัฒนธรรม ภาษา การแต่งกาย หรือแม้กระทั่งอาหาร หากไม่ประสบพบเจอกับสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้ โลกใบนี้ก็น่าอยู่มากเลยทีเดียว
ในดินแดนแห่งนี้น้ำและดินส่วนใหญ่ล้วนแต่มีพิษ แต่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของที่นี่ พวกเขาได้สร้างอุปกรณ์มิติที่เปรียบเสมือนโลกใบเล็กๆแยกออกเป็นเอกเทศ
ที่นี่ทุกคนสามารถปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และสามารถผ่อนคลายได้ ทำให้คนที่นี่ไม่ต้องอดอยากเหมือนช่วงแรกๆที่เกิดวันสิ้นโลก แต่ก็ยังต้องใช้ชีวิตเพียงแค่กลางวันเท่านั้น พวกเขาไม่สามารถใช้แสงสว่างหรือส่งเสียงดังในตอนกลางคืนได้ อุปกรณ์ที่ให้แสงสว่างเล็กๆน้อยๆ เช่น เทียนหรือตะเกียงจึงมีค่ามากสำหรับที่นี่
อุปกรณ์มิติของโลกใบนี้ จะมีลักษณะเป็นแหวน นาฬิกา หรือเครื่องประดับต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป แล้วแต่สหพันธ์จะออกแบบรุ่นไหนมาในปีนั้นๆ อุปกรณ์รุ่นใหม่กลายเป็นแฟชั่นของคนในยุคนี้ หากใครมีเงินหน่อยก็จะมีอุปกรณ์มิติรุ่นล่าสุด ที่มีระบบคอยบริการเกี่ยวกับบริการช่วยเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ เรียกได้ว่าแค่ตั้งคำสั่ง ก็ไม่ต้องทำอะไรเลย ระบบจะจัดการให้ทุกอย่าง รอแค่มาหยิบใช้เป็นพอ อีกทั้งสามารถเข้าไปอาศัยอยู่ได้เป็นเดือนๆทีเดียว
ว่ากันว่ารุ่นใหม่ล่าสุด ออกมาสี่ระดับด้วยกัน ระดับสูงสุด สามารถจำลองที่อยู่อาศัยเป็นทะเล ภูเขา หรือน้ำตก ได้ตามความต้องการของเจ้าของอีกด้วย และยังมีบริการพ่อบ้าน แม่ครัวและคนสวน ระยะเวลาที่สามารถเข้าไปอาศัยด้านในได้กินเวลาเป็นปี แต่ราคารุ่นที่ดีที่สุดของมันก็อยู่ที่ 25,000,000 เหรียญดวงดาว
อะไรคือ 25,000,000 เหรียญดวงดาว แรงงานขั้นต่ำของที่นี่คือ 9,000 เหรียญต่อเดือน หากทำงานในสหพันธ์เงินเดือนก็จะอยู่ที่ 18,000 เหรียญ มีแต่พวกประธานสหพันธ์ ชนชั้นสูง และนักล่าที่สามารถต่อสู้ในตอนกลางคืนกับซากศพเดินได้เท่านั้น ที่จะมีปัญหาซื้อรุ่นใหม่ระดับสูงสุด
“ประกาศแจ้งเตือนจากสหพันธ์ดวงดาวไทก้า เนื่องด้วยกองกำลังติดอาวุธของสหพันธ์ตรวจพบเหตุการณ์ไม่ปกติขึ้นบริเวณทางเหนือของเขตปลอดภัย ฝูงผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่กำลังมุ่งหน้ามายังเขตพักอาศัย คาดว่าอีกสามวันจะถึงเขตทางเข้าชั้นที่หนึ่ง และไม่เกินเจ็ดวันจะถึงเขตปลอดภัย ทางสหพันธ์จำเป็นต้องส่งกองกำลังติดอาวุธเข้าควบคุมสถานการณ์ จึงขอให้ทุกท่านทำการกักตุนอาหารและน้ำดื่มในอุปกรณ์มิติให้พร้อม จากการคาดการณ์ ผู้บังคับบัญชาการกองกำลังแจ้งว่าอาจจะต้องใช้เวลาสิบวันหรือมากกว่านั้นในการจัดการฝูงผู้ติดเชื้อ สหพันธ์ของแจ้งให้ทราบว่าเมื่อมีเสียงแจ้งเตือนสัญญาณฉุกเฉินขั้นร้ายแรง ขอให้ท่านเก็บตัวอยู่ในอุปกรณ์มิติ และหากมีเหตุจำเป็นให้ท่านไม่สามารถเข้าสู่อุปกรณ์มิติได้ ขอให้ท่านซ่อนตัวอยู่ในที่พัก อย่าออกมาด้านนอกโดยเด็ดขาด”
ตลอดสัปดาห์นี้ สหพันธ์ประกาศแจ้งเตือนสำคัญนี้ทุกๆหนึ่งชั่วโมง เพื่อบอกกล่าวถึงสถานการณ์ไม่ปกติผู้รอดชีวิตที่มีอาหารในอุปกรณ์ของตนไม่มากนัก ต่างพากันออกมาจับจ่ายใช้สอยภายในตลาดที่สหพันธ์จัดตั้งขึ้นอย่างชุลมุน
ซูเม่ย หญิงสาววัยยี่สิบสองปีลูกสาวในตระกูลคนไทยเชื้อสายจีน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นแต่เพราะโรคระบาดและเหล่าซากศพเดินได้พวกนั้นทำให้เธอต้องสูญเสียบุคคลในครอบครัวไปตั้งแต่อายุยังน้อย
หญิงสาวกำลังหาซื้ออุปกรณ์มิติในตลาดแห่งเดียวของสหพันธ์ดวงดาวที่รวมทุกอย่างเอาไว้ที่นี่
“ลุงคะ ลดอีกหน่อยได้ไหม นี่มันเก่ามากเลยนะ”
หญิงสาวนึกถึงเงินกระเป๋าที่มีเงินอยู่ 18,000 เหรียญก็พลันถอดใจ เธอต้องการอุปกรณ์พวกนี้ในการดำรงชีพ อันเก่าของเธอถูกแฟนหนุ่มใจร้ายหลอกให้เธอมอบสิทธิ์ในการเข้าใช้ จากนั้นก็เปลี่ยนผู้ครอบครองจากเธอเป็นของเขาแล้วจากไปกับผู้หญิงคนใหม่
อุปกรณ์มิติอันเก่าของซูเม่ยนั้น นับได้ว่าเป็นรุ่นกลางค่อนไปทางใหม่ เธอทำงานให้สหพันธ์และซื้อมันมาในตอนที่สหพันธ์ออกรุ่นใหม่ รุ่นเก่าเลยลดราคาลง แม้จะมีส่วนลดสำหรับพนักงาน แต่ราคาของตัวต่ำสุดก็ยังอยู่ที่ 150,000 เหรียญดวงดาวเลยทีเดียว ตอนนี้เงินในกระเป๋าเธอสามารถซื้อได้แค่อุปกรณ์มิติมือสอง ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีเงินเก็บ เงินส่วนใหญ่ของเธอเก็บไว้ในอุปกรณ์มิติอันเก่า แต่เพราะความโง่เขลาและความเชื่อใจ คิดว่าเธอและเขาต่างเติบโตมาด้วยกันในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า อีกทั้งกำลังจะแต่งงานกันจึงทำให้เธอไว้ใจเขา
อุปกรณ์ต้องห้ามระดับสูงสุด
เมื่อเขาชวนไปยังศูนย์บริการเพื่อเพิ่มบัญชีผู้เข้าถึงอุปกรณ์มิติ เธอก็ยินยอมโดยไม่สงสัยแต่อย่างใด ยิ่งคิดซูเม่ยก็ยิ่งโกรธในความโง่งมของตัวเอง เป็นไงล่ะ โดนไอ้หมอนั่นเชิดเงินหนีไปจนหมด ตอนนี้เงินจะซื้ออุปกรณ์มือสองดีๆ สักชิ้นยังไม่พอด้วยซ้ำ ยังดีที่เงินเดือนเพิ่งจะออกเมื่อวานนี้ เธอจึงยังมีโอกาสรอดอยู่บ้าง จึงได้มาหาซื้อสินค้าในร้านขายของเก่าและของมือสี่มือห้าเช่นนี้
“แม่หนู ถึงจะเก่าแต่มันเป็นระดับสูงสุดของรุ่นเลยนะ ตัวนี้เป็นตัวต้นแบบของการสร้างอุปกรณ์มิติในสหพันธ์ และยังไม่เคยวางขายอีกด้วย มีชิ้นเดียวในโลกนะ หากนำไปประมูลให้พวกนักสะสมรับรองว่าได้กำไร”
“ลุงคิดว่าหนูไม่รู้หรือว่าของที่สหพันธ์ไม่ได้วางขาย ไม่สามารถนำออกมาจำหน่ายได้เช่นนี้ หากมีคนแจ้งสหพันธ์ลุงจะถูกดำเนินคดีนะ อีกทั้งลุงยังขายราคาเกือบเท่าของใหม่แบบนี้ หนูไปดูร้านอื่นดีกว่าค่ะ”
ชายชราเห็นว่าแม้ตนจะโน้มน้าวเช่นไร หญิงสาวไม่สนใจที่จะซื้อและกำลังจะเดินออกจากร้านไป กำไลอันนี้ตนได้มาเพราะลูกชายทำงานที่สหพันธ์ดวงดาว เขาเห็นว่าวางอยู่ในตู้กระจกคริสตัล จึงคิดว่าเป็นตัวระดับสูงใหม่ล่าสุด จึงแอบขโมยกลับมา เมื่อมาดูที่บ้านพบว่าเป็นของเก่าจึงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ปาทิ้งลงในถังขยะ ชายชราเสียดายจึงไปหยิบกลับมา หากขายได้ก็เท่ากับเขาได้กำไรโดยที่ไม่ต้องลงแรงอะไรเลย และด้วยกลัวว่าหญิงสาวจะแจ้งเรื่องลักลอบขายกับสหพันธ์ชายชราจึงยอมขายในราคาถูก
“4,000 เหรียญ น้อยกว่านี้ลุงขายไม่ได้จริงๆ อีกไม่กี่วันทุกคนต้องหลบซ่อนตัว หากแม่หนูไม่มีอุปกรณ์มิติ จะหาความปลอดภัยได้จากที่ไหนกัน”
ซูเม่ยชะงักกึก รีบหันมาหาชายชรา
“3,500 นะคะลุง หนูต้องเหลือเงินไว้ซื้อเมล็ดพันธุ์และสัตว์เข้าไปด้านในด้วย”
“ตกลงๆ สามพันห้าก็สามพันห้า”
หญิงสาวส่งยิ้มหวานไปให้ชายชรา เมื่อทำการจ่ายเงินและรับของมาเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ผักและสัตว์เลี้ยงที่จะนำเข้าไปปลูกด้านใน คิดแล้วก็เหนื่อยใจ หากเป็นรุ่นหลังๆ เมล็ดพันธุ์จะมีให้เลือกในระบบเลย แต่รุ่นเก่าโบราณแบบนี้มีแต่ต้องนำเข้าไปเองเท่านั้น
เมื่อนึกถึงประกาศของสหพันธ์ดวงดาว เธอคงปลูกผักหรือเลี้ยงสัตว์ไม่ทันแน่ จึงตรงเข้าไปยังโซนขายอาหารที่มีพ่อค้าแม่ค้าออกมาตั้งร้านขายของเพื่อซื้ออาหารสด หรืออาหารสำเร็จรูปที่เพียงพอต่อการหลบภัย ราคาอาหารตอนนี้สูงขึ้นเป็นเท่าตัว ทำให้ซูเม่ยมีตัวเลือกไม่มากนัก เธอจึงซื้อข้าวสาร เนื้อสัตว์ และซาลาเปามาจำนวนหนึ่งเพื่อให้เพียงพอต่อการอาศัยอยู่อย่างประหยัดไปได้หนึ่งเดือน อย่างน้อยถ้าเหตุการณ์ยืดเยื้อออกไป เธอจะยังพอมีของประทังชีวิตไปได้อีกสักระยะ
หลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อย ซูเม่ยก็กลับเข้ามายังอพาร์ทเม้นท์ที่รัฐบาลเป็นคนปลูกสร้างและปล่อยให้ประชาชนเช่าอยู่อาศัย ซูเม่ยจัดการเก็บอาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค และของจำเป็นต่างๆ ที่มีอยู่ในห้องของเธอใส่กล่องมาวางเรียงไว้ เพื่อที่จะนำเข้าไปในอุปกรณ์มิติ จากนั้นก็นำอุปกรณ์มิติที่เธอเพิ่งซื้อไว้ออกมา อุปกรณ์ยังอยู่ในกล่องที่ปิดสนิท นี่ไม่ใช่ของมือสอง แต่เป็นของเก่าและเก่ามากด้วย เมื่อมองกล่องก็ถอนหายใจ คิดในแง่ดีว่ายังไงก็ได้ของมือหนึ่ง ไว้รอดพ้นจากเหตุการณ์นี้ไป เธอจะทำงานเก็บเงินสักพักแล้วค่อยซื้อรุ่นใหม่ละกัน ตอนนี้ก็อดทนใช้อันนี้ไปก่อน
ซูเม่ยคิดได้ดังนั้น ก็เปิดกล่องออก กำไลหยกที่ดูเรียบง่ายและค่อนข้างโบราณที่มีขนาดใหญ่กว่าข้อมือของเธอปรากฏขึ้นสู่สายตา เธอสำรวจรอบๆดูสักครู่ก็ลองสวมใส่ลงไป ไม่นานนักกำไลก็เริ่มลดขนาดตัวลงจนมีขนาดเท่ากับข้อมือของเธอ ก่อนที่ซูเม่ยจะอ่านคู่มือนั้น ก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะเหมือนจะมีเข็มเล็กๆโผล่ออกมาเพื่อเจาะเลือดแสดงความเป็นเจ้าของจากกำไลหยก
“โอ้ย รุ่นต้นแบบต้องยืนยันตัวตนด้วยเลือดเหรอเนี่ย ป่าเถื่อนชะมัด แบบนี้ละมั้งถึงไม่ได้วางขาย”
บ่นได้สักพักก็จัดการใส่ของต่างๆที่จัดเตรียมไว้เข้าไปในอุปกรณ์มิติ แล้วลองเข้าไปด้านใน เมื่อเห็นบรรยากาศภายในก็พอทำให้จิตใจเบิกบานขึ้นมาได้บ้าง ที่ดินขนาดหนึ่งไร่ ส่วนหนึ่งเป็นที่ดินสำหรับเพาะปลูกและถังหมักปุ๋ยอีกหกถังวางอยู่ด้านข้าง อีกหนึ่งส่วนเป็นน้ำตกเล็กๆไหลลงสู่สระน้ำที่สามารถใช้ดื่มกินและรดน้ำแปลงผักได้ และอีกสองส่วนแบ่งเป็นคอกสัตว์ และบ่อเลี้ยงปลา ด้านข้างสระน้ำมีบ้านไม้หลังเล็กๆ และมีการต่อท่อมาจากสระน้ำไว้สำหรับอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้งานภายในบ้านด้วย เรียกได้ว่าครอบคลุมและเพียงพอสำหรับดำรงชีวิตแล้ว แค่ต้องเหน็ดเหนื่อยหน่อยเท่านั้น
เมื่อลองเข้าไปในบ้านก็เจอกับเตียงนอนเล็กๆ พื้นที่ด้านในถูกแบ่งสัดส่วนไว้เป็นระเบียบ ด้านหลังแบ่งเป็นห้องครัวและห้องน้ำ คู่มือใช้อุปกรณ์มิติที่วางอยู่บนโต๊ะภายในระบุว่าพื้นที่แห่งนี้สามารถอาศัยได้เจ็ดวันเท่านั้น เมื่อครบกำหนดจะต้องออกมาด้านนอก เพื่อให้ระบบรีเซ็ตขยะและของเสียภายในเป็นเวลาหนึ่งวัน จึงจะสามารถเข้าไปด้านในได้อีกครั้ง ก่อนที่ซูเม่ยจะได้สำรวจอะไรต่อ อุปกรณ์มิติก็ผลักเธอออกมาด้านนอก จากนั้นเสียงเตือนจากระบบก็ดังขึ้นมา
[อุปกรณ์ต้องห้ามระดับสูงสุด ถูกลักลอบใช้งาน ระบบกำลังเข้าสู่การทำลายตัวเอง กำลังนับถอยหลัง ทำลายตนเองและผู้ใช้ ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ถอดอุปกรณ์ออกจากตัว เริ่มนับถอยหลัง 90 ~ 89 ~88]
“โว้ย ไอ้กำไลเฮงซวย ฮือๆ อะไรกันเนี่ย จู่ๆจะตายเฉย เลย ฉันยังไม่ได้แต่งงาน ทั้งยังถูกผู้ชายหลอกลวง แล้วจะมาตายเพราะประหยัดเงินซื้อของเก่าแทนของมือสองอีก ฮือ ฉันสู้ชีวิตแต่ชีวิตดันสู้กลับแบบเอาตายซะด้วย” ซูเม่ยที่ขยับตัวไม่ได้ โวยวายได้ไม่นานระบบก็นับถอยหลังครบเวลา
ตี๊ดดดดดดดดดดดดด
ร่ายกายของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาทรุดตัวลงหมดสติไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย และกำไลหยกไม่ได้อยู่บนข้อมือของเธออีกต่อไปแล้ว
หมู่บ้านซานไห่
ณ หมู่บ้านซานไห่
หมู่บ้านห่างไกลที่มีอาณาเขตติดกับทะเลและภูเขา มีผู้คนอาศัยอยู่ด้วยกันประมาณห้าสิบครัวเรือน วันนี้ผู้คนเพิ่งจะกลับมาจากทำงาน ก็ต้องพบเจอกับเสียงโหวกเหวกโวยวายอยู่ริมแม่น้ำใกล้กับลานซักล้างของหมู่บ้าน
“ช่วยไว้ได้หรือไม่ ข้าได้ยินเสียงนางพลัดตกลงไป”
“เด็กหนุ่มบ้านหวังและคนอื่น ๆ กระโดดลงไปช่วยแล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรบ้าง” หญิงสาวที่มาซักผ้าเห็นเหตุการณ์ตอนที่เด็กชายกระโดดลงไปช่วยเด็กหญิงในแม่น้ำเชี่ยวกราด
“ทำไมนางหนูนั่นถึงได้พลัดตกลงไป”
“ข้าไม่รู้ เห็นนางวิ่งหนีป้าสะใภ้ของนาง และจากนั้นก็ได้ยินเสียงพลัดตกลงไป”
“น่าสงสารจริงเชียว นางอายุยังน้อยทั้งยังเป็นใบ้ พอพ่อแม่ขอนางจากไป คนในบ้านก็ใจจืดใจดำใช้งานแต่นาง ทั้งๆ ที่คนในบ้านออกจะมากมาย อีกทั้งตระกูลตงยังมาถอนหมั้นนางอีก เห้อ..สวรรค์ช่างใจร้ายกับนางเหลือเกิน”
“ขึ้นมาแล้วๆ ลูกชายบ้านหวังช่วยนางไว้ได้ กำลังพานางขึ้นมา อา..หัวของนางชนหินหรือไร เลือดถึงได้ไหลออกมามากมายขนาดนั้น” เสียงของคนใดคนหนึ่งในบรรดาชาวบ้านที่มามุงดูเรื่องวุ่นวายดังออกมา
ซูเม่ยที่ตอนนี้กลายเป็นดวงวิญญาณกำลังล่อยลอยอย่างไร้จุดหมาย วิญญาณของเธอไม่ทันได้เข้าสู่วัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ก็มีแรงกระชากอย่างแรง สักพักซูเม่ยก็ลืมตาตื่นขึ้นมา พร้อมด้วยอาการเจ็บปวดที่ศีรษะอย่างรุนแรง
เสียงดังวุ่นวายรอบเธอ พาลทำให้รู้สึกหงุดหงิด นี่เธอกำลังเป็นลมอยู่นะ ทำไมถึงได้เข้ามามุงดูจนเกือบจะไม่มีอากาศหายใจกันแบบนี้
สักพักเสียงของชายคนหนึ่งก็ดังออกมา
“ออกไปๆๆ อย่าล้อมนาง เดี๋ยวจะหายใจไม่ออก ไปๆๆ”
“ฟื้นแล้วๆๆ” เสียงคนตะโกนเมื่อเห็นหญิงสาวลืมตาขึ้นมา
ซูเม่ยพยายามจะมองภาพตรงหน้าให้ชัดก็พบกับชายหญิงกลุ่มหนึ่ง แต่งตัวเหมือนคนในยุคจีนโบราณที่นางเคยดูในทีวี ก็คิดไปว่าที่อพาร์ตเมนต์คงมีการถ่ายละครเพื่อให้ทันวันที่ฝูงผู้ติดเชื้อจะเข้ามาด้านในเขตปลอดภัย กำลังจะเอ่ยปากถาม ร่างกายที่อ่อนล้าและเจ็บปวดก็หมดสติไปอีกรอบ
“ให้หมอทำแผลนางก่อน แล้วค่อยพานางไปส่งบ้าน ข้าต้องไปสอบถามคนพวกนั้นเสียหน่อย ว่าเกิดอะไรขึ้น”
โจวช่าง ชายชราหัวหน้าครอบครัวบ้านรองโจว ผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของโจวซูเม่ย ได้ยินเสียงร้องเรียกหน้าบ้าน ขณะที่ตนเองกำลังเดินเล่นอยู่พอดี จึงเปิดประตูออกดู ก็พบกับหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านอีกหลายคนยืนออด้านหน้าประตูบ้านของตน
“อาฉาง หัวหน้าหมู่บ้านเช่นเจ้าดั้นด้นมาถึงนี่ เพราะเหตุใดหรือ”
“ลุงช่าง ข้าพาหลานสาวของท่านมาส่ง ลูกชายคนโตของจางซื่อช่วยนางขึ้นมาจากแม่น้ำ และทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว ข้าว่าเรามีเรื่องต้องพูดคุยกันมากมายทีเดียว” กัวฉาง ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านซานไห่ในขณะนี้เอ่ยกับชายชราตรงหน้า
โจวช่าง นึกขึ้นได้ว่าลูกสะใภ้ของตนรีบวิ่งกลับเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีมีพิรุธ หลังจากนั้นไม่นานกัวฉางก็โผล่มาพร้อมกับชาวบ้านและโจวซูเม่ย เรื่องนี้จะต้องเกี่ยวพันกันแน่ จึงพยักหน้าให้กัวฉางเข้ามาในบ้าน
“เจ้าใหญ่พาหลานสาวของเจ้าไปที่ห้องของนาง ให้ภรรยาและลูกสาวเจ้าไปช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางด้วย ข้าเห็นแล้วว่าคนที่นี่คงไม่มีใครยินดีทำให้นาง” กัวฉางสั่งความกับโจวลี่จ้ง ลูกชายคนโตของพี่ชายตาเฒ่าโจวช่าง
เมื่อโจวลี่จ้งวางโจวซูเม่ยบนเตียงในห้องเก็บฟืนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเวทนา ก่อนจะออกมาและปิดประตูให้ภรรยาและลูกสาวของเขาช่วยเปลี่ยนชุดใหม่ให้เด็กหญิง