โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

โฟตอนเปิดตัวรถ “ออมาร์ค” และ “วันเดอร์” โฉมใหม่

INN News

เผยแพร่ 19 ต.ค. 2566 เวลา 06.55 น. • INN News

โฟตอน (FOTON) เปิดตัวรถรุ่นออมาร์ค (AUMARK) และวันเดอร์ (WONDER) โฉมใหม่ทั้งคันที่ฉางชา ประเทศจีน ตั้งเป้าบุกทั้งตลาดการขนส่งในเมืองและการขนส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าจนถึงมือผู้รับ (last-mile logistics)

รถบรรทุกออมาร์คโฉมใหม่ถูกพัฒนาขึ้นบน "แพลตฟอร์มรองรับพลังงานหลายรูปแบบ" ซึ่งช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถไฮบริด รถพลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์ และรถใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน สามารถทำได้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน

ในแง่ของความน่าเชื่อถือ ออมาร์คโฉมใหม่ผลิตที่โรงงานโฟตอน อินเทลลิเจนท์ ซูเปอร์ ทรัก (FOTON Intelligent Super Truck Factory) ซึ่งมีระบบเชื่อมอัตโนมัติเต็มรูปแบบ และใช้เทคโนโลยีการเคลือบโพลียูเรียสเปรย์ที่ช่วยเพิ่มความต้านทานสนิมได้ถึง 50% นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังผ่านการทดสอบให้วิ่งบนถนนในสภาพการใช้งานจริงได้มากกว่า 3 ล้านกิโลเมตรโดยที่ส่วนประกอบหลักทนทานต่อการทดสอบบนแท่นทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ได้ถึง 12,000 ชั่วโมง

ในด้านประสิทธิภาพ ด้วยเหตุที่ "แพลตฟอร์มรองรับพลังงานหลายรูปแบบ" ของโฟตอนได้รับการออกแบบมาสำหรับ "รถบรรทุกแห่งอนาคต" การพัฒนาระบบส่งกำลัง แบตเตอรี่ และระบบกันสะเทือนแบบโมดูลาร์และบูรณาการในเชิงลึกทำให้มั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสอดคล้องตรงกัน เช่น รุ่นเกียร์ออโตของรถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประกอบด้วย FotonSuperPowerTrain ซึ่งเป็นระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงคอมมอนเรลแรงดันสูง 2,000 บาร์ ใช้เทคโนโลยีการเผาไหม้แบบตีเกลียวคู่เป็นชั้น (dual swirl layer combustion) ได้ประสิทธิภาพการส่งพลังงาน 99.7%

รุ่นใช้พลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์ชาร์จได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง สามารถทำงานได้ประสิทธิภาพสูงโดยสิ้นเปลืองพลังงาน 32 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กม. รุ่นไฮบริดติดตั้งระบบเครื่องยนต์คู่อัจฉริยะของโฟตอน สามารถวิ่งได้เป็นระยะทางมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ในขณะที่รุ่นเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนใช้ระบบไฮโดรเจนที่เป็นนวัตกรรมของโฟตอน ใช้เวลาเติมเชื้อเพลิง 5 นาทีรถสามารถวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นระยะทาง 450 กิโลเมตร

ในด้านความปลอดภัย รถรุ่นออมาร์คใหม่มาพร้อมกับระบบจัดการอัจฉริยะ i-ADAS ซึ่งมีการเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทั้งมาตรการเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ (active safety) และมาตรการเชิงปกป้องหลังเกิดเหตุ (passive safety) เป็นไปตามมาตรฐาน ECE-R29 ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัยจากการชน (safety collision standards) ของยุโรป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...