โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังเกตก่อนสาย! 8 สีปัสสาวะ สัญญาณเตือนโรค บอกสุขภาพ แนะเกิดจากอะไร

Khaosod

อัพเดต 10 ต.ค. 2566 เวลา 06.52 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2566 เวลา 05.00 น.

สังเกตก่อนสาย! 8 สีปัสสาวะ สัญญาณเตือนโรค บอกปัญหาสุขภาพ แนะเกิดจากสาเหตุอะไร ไม่ใช่เพียงอาหารและการดื่มน้ำ

แม้ภายนอกร่างกายอาจดูมีสุขภาพแข็งแรงตามปกติ แต่คุณเคยหยุดดูสีของปัสสาวะหรือไม่? ความรู้สึกไม่สบายทางร่างกายสามารถสะท้อนให้เห็นผ่าน "สีของปัสสาวะ" ได้ ดังนั้น การสังเกตสีปัสสาวะของตนเองเป็นหนึ่งในวิธีแรก ๆ ในการตรวจสุขภาพด้วยตนเองในชีวิตประจำวัน

โดยทั่วไป ปัสสาวะมักจะมีสีเหลืองอ่อนและโปร่งใสเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ยิ่งดื่มน้ำมากเท่าไร ปัสสาวะก็จะยิ่งใสมากขึ้นเท่านั้น ทว่าหากดื่มน้ำมาก ๆ แต่ปัสสาวะยังคงเป็นสีเหลืองขุ่น หรือหากไม่ได้ดื่มน้ำมากแต่ปัสสาวะยังคงเป็นสีขาวใส อาจเป็นสัญญาณว่ากำลังประสบปัญหาสุขภาพอยู่

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะเผยอาหาร ยา และอาหารเสริมวิตามินบางชนิดอาจเปลี่ยนสีปัสสาวะแม้ว่าจะได้รับน้ำเพียงพอก็ตาม แต่ต้องระวังสีปัสสาวะอาจเป็นสัญญาณเตือนโรค รวมถึงสัญญาณของภาวะขาดน้ำ โดยแบ่งสีของปัสสาวะออกเป็น 8 สี

1. ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม โดยทั่วไปสีของปัสสาวะปกติจะใกล้เคียงกับสีเหลืองอ่อน หากเป็นสีเหลืองเข้ม สีเหลืองอำพันหรือสีน้ำผึ้ง หรือแม้แต่สีส้มเข้ม สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ นอกจากปัสสาวะมีสีเข้มขึ้นแล้วสัญญาณอื่น ๆ ของภาวะขาดน้ำยังอาจรวมถึงความเหนื่อยล้า, หนาวสั่น, ปวดศีรษะ, กลิ่นปาก ความอยากน้ำตาล หรือปวดกล้ามเนื้อ

นอกจากนี้ ยาบางชนิดอาจทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มขึ้น เช่น ฟีนาโซไพริดีน ซึ่งมักใช้รักษาอาการปวดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI), ไอโซไนอาซิด, ซัลฟาซาลาซีน, วิตามินบีรวม และแคโรทีน

2. ปัสสาวะสีโปร่งใสหรือไม่มีสี หมายถึงร่างกายได้รับของเหลวเกินปริมาณที่แนะนำในแต่ละวันส่งผลให้ระดับวิตามินในร่างกายลดลง ซึ่งหลาย ๆ คนคิดว่ายิ่งปัสสาวะมีสีอ่อนลงก็ยิ่งดี หากปัสสาวะไม่มีสีเป็นครั้งคราวแสดงว่าไม่มีอันตรายร้ายแรง

แต่หากปัสสาวะสีใสเป็นประจำมากเกินไป อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติด้านสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน เบาจืด และโรคไต หรือจากการรับประทานยาขับปัสสาวะ

3. ปัสสาวะสีน้ำตาลเข้ม เมื่อปัสสาวะปรากฏเป็นสีน้ำตาลเข้มคล้ายกับสีชาหรือสีโคล่า อาจได้รับผลกระทบจากอาหาร เช่น ถั่วปากอ้า, รูบาร์บ, ว่านหางจระเข้ และอาหารอื่น ๆ แต่ระวังหากไม่ได้ทานอาหารเหล่านี้ ปัสสาวะสีน้ำตาลเข้มอาจแสดงถึงภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง อาจเกิดจากโรคไตอักเสบเฉียบพลัน โรคโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก และความผิดปกติของตับ เช่น โรคตับแข็งหรือไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน

นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งผิวหนังควรจับตาดู หากปัสสาวะของ [ผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง] เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล อาจบ่งบอกถึงการมีเมลานินซึ่งสัมพันธ์กับการลุกลามของมะเร็ง ดร. โนวาโควิชอธิบาย

4. ปัสสาวะน้ำนมขาว มักเกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เช่น ท่อปัสสาวะอักเสบ, กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, วัณโรคไต, กรวยไตอักเสบ รวมถึงภาวะคีลูเรียหรือโปรตีนส่วนเกินในร่างกาย หากมีอาการร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะผิดปกติ, ปวดหลังส่วนล่าง และมีไข้ เป็นต้น มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะขั้นรุนแรง

5. ปัสสาวะสีแดงหรือสีชมพู โดยสาเหตุของปัสสาวะสีแดงหรือสีชมพูเกิดจากการทานแก้วมังกร, บีทรูท, บลูเบอร์รี่ และอาหารอื่น ๆ ที่สีแดงและสีม่วง ถ้าไม่ทานอาหารที่มีสีแดงหรือสีม่วงอาจเป็นภาวะที่เรียกว่า"ปัสสาวะเป็นเลือด" ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากไต , นิ่วในกระเพาะปัสสาวะหรือไต, ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ เนื้องอก รวมถึงพิษจากตะกั่วและสารปรอท เป็นต้น

6. ปัสสาวะสีดำ มักเกิดจากเม็ดสีน้ำดี เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดตีบตันเฉียบพลัน มาลาเรียฟัลซิพารัม และโรคตับจะขับปัสสาวะสีดำออกมา นอกจากนี้ ปัสสาวะสีดำยังจะปรากฏในกรณีที่เป็นพิษจากฟีนอล มะเร็งผิวหนัง และภาวะกรดอัลแคปติก

7.ปัสสาวะสีน้ำเงิน สีฟ้า หรือสีเขียว แม้เป็นสีปัสสาวะที่ดูน่ากลัว แต่เป็นเพียงสีจากการทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้ซึมเศร้า สารยับยั้งไซเมทิดีน และยาต้านการอักเสบ รวมถึงอาจเป็นผลมาจากบิลิรูบินหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ การรับประทานหน่อไม้ฝรั่งจำนวนมากอาจทำให้ปัสสาวะมีสีเขียวและมีกลิ่นเฉพาะตัว

อย่างไรก็ตาม สีปัสสาวะดังกล่าวอาจมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรมและอาจเป็นสัญญาณของภาวะแคลเซียมในเลือดสูงในครอบครัวหรือกลุ่มอาการผ้าอ้อมสีน้ำเงิน

8. ปัสสาวะสีม่วง เป็นสีปัสสาวะที่พบไม่บ่อย แต่ใช่ว่าจะไม่มีจริง โดยมีชื่อเรียกเฉพาะว่า โรคถุงปัสสาวะสีม่วงหรืออาการปัสสาวะในถุงเป็นสีม่วง (Purple urine bag syndrome) มักพบในผู้ป่วยสูงอายุที่ใส่สายสวนปัสสาวะติดต่อกันเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ นพ. หลิน เสวียนเหริน นักโรคไตยังได้เพิ่มวิธีการสังเกตปัสสาวะอีกสองวิธีเพื่อเตือนให้สาธารณชนให้ความสนใจกับการสังเกตปัสสาวะ

กลิ่นปัสสาวะ

  • กลิ่นปัสสาวะ: ปกติ
  • กลิ่นแอมโมเนียฉุนมาก คือ ดื่มน้ำน้อยเกินไป กลั้นปัสสาวะ ติดเชื้อ
  • กลิ่นความหวานจากผลไม้: โรคเบาหวาน
  • กลิ่นคาว: การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ฟองปัสสาวะ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คลิก )

  • ฟองปัสสาวะที่ไม่มีโปรตีนในปัสสาวะ: ส่วนใหญ่กระจัดกระจายไปทั่ว มีขนาดต่างกัน และสลายไปอย่างรวดเร็ว
  • โปรตีนในปัสสาวะ: ฟองเล็ก ๆ หนาแน่นที่คงอยู่นานกว่า 10 นาที

ขอบคุณที่มาจาก Health Ettoday Bumrungrad

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...